โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอสถสภา จับตาสงครามตะวันออกกลาง ประเมินต้นทุนพลังงานกระทบกำไร 1–2%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 22.23 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 03.53 น.

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินกลุ่ม (Group Chief Financial Officer) บริษัท Osotspa Public Company Limited เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปีนี้คาดว่าจะยังมีทิศทางใกล้เคียงกับปีก่อน โดยสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมโดยรวมยังอยู่ในลักษณะ “ทรงตัว” ไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ไม่ได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทประเมินว่า ผลกระทบต่อธุรกิจจะเกิดขึ้นในด้านต้นทุนเป็นหลัก โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและต้นทุนบรรจุภัณฑ์แก้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างต้นทุนสินค้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทได้มีการ สำรองวัตถุดิบและต้นทุนบางส่วนล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน หรือราว 90 วัน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ธุรกิจยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และผลการดำเนินงานยังอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทมีสัญญาจัดหาพลังงานกับ ปตท. หรือ PTT Public Company Limited ในระยะยาวจนถึงปี 2028–2029 โดยก๊าซธรรมชาติที่ใช้ส่วนใหญ่ยังมาจากแหล่งในอ่าวไทยและมาเลเซีย ขณะที่ก๊าซนำเข้าจากสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนประมาณ 10–15% ของปริมาณทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ปตท. ได้แจ้งลูกค้าอุตสาหกรรมว่าจะ พยายามตรึงราคาพลังงานไว้ได้ประมาณ 90 วัน นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือราววันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนพลังงานในระยะสั้นได้ และทำให้โอสถสภายังไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในช่วงต้นปี

นางสาวรติพร กล่าวว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจเริ่มเห็นสัญญาณผลกระทบบางส่วนใน ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มผันผวน แต่บริษัทมองว่าผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากได้วางแผนบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

บริษัทได้นำโมเดลการวิเคราะห์ต้นทุนที่เคยใช้ในช่วง Russia–Ukraine War ปี 2565 มาประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจำลองผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างต้นทุน

จากการประเมินเบื้องต้น พบว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็นประมาณ 20% ของต้นทุนรวมของบริษัท แต่หากคิดเทียบกับรายได้จากการขายจะอยู่ที่ประมาณ 2% ของยอดขาย ส่งผลให้หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทคาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 1–2%

บริษัทระบุว่าไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในระยะสั้น โดยจะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมสินค้าในระดับพรีเมียมเพื่อเพิ่มมาร์จิ้น แทนการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิดเป็นรายสัปดาห์ เพื่อประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนและปรับกลยุทธ์การบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...