โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกทีมต้องคำสาป! แอตฯ มาดริด vs สเปอร์ส ใครโชคร้ายกว่า?

PPTV HD 36

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 10.20 น.
สองทีมใหญ่ที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาเจ็บปวด แอต.มาดริด และ สเปอร์ส เมื่อโชคร้ายตามหลอกหลอนมานาน ใครกันแน่คือ “ทีมต้องคำสาป” ตัวจริงของฟุตบอลยุโรป?

เพื่อน ๆ เชื่อเรื่องคำสาปในโลกฟุตบอลกันไหม? ฟังดูเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่สำหรับแฟนบอลบางทีมแล้ว ความรู้สึกแบบนั้นกลับดูใกล้เคียงกับความจริงอย่างน่าประหลาด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงสองสโมสรอย่างแอตเลติโก มาดริด และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์…
สองทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน คว้าแชมป์มามากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความโชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแฟนบอลหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ทีมของเรากำลังถูกสาปอยู่หรือเปล่า”

ทางฝั่งแอตเลติโก มาดริด ความโชคร้ายของพวกเขาถูกเรียกขานด้วยคำว่า “เอล ปูปัส” (el pupas) ซึ่งหมายถึง “ทีมที่ถูกอาถรรพ์เล่นงาน” หรือพวกทีมที่ไม่ค่อยมีโชค อะไรทำนองนั้น

ซึ่งอาถรรพ์นี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในยุคของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่แม้จะพาทีมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสโมสรชั้นนำของยุโรป แต่พวกเขากลับต้องพ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 5 ครั้ง นับตั้งแต่นัดชิงปี 2014 เป็นต้นมา ความพ่ายแพ้เหล่านั้นยิ่งทำให้คำว่า “คำสาป” ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ

หากย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของภาพลักษณ์ “ทีมต้องคำสาป” ของแอตเลติโก มาดริด เรื่องราวนี้เริ่มต้นตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศศึก ยูโรเปี้ยน คัพ 1974 ที่พวกเขาพบกับบาเยิร์น มิวนิค ตอนนั้นแอต.มาดริดนำอยู่ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูของตำนานสโมสรอย่าง หลุยส์ อราโกเนส และดูเหมือนกำลังจะคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกได้สำเร็จ

แต่แล้วในนาทีที่ 120 กองหลังบาเยิร์นอย่าง ฮันส์-จอร์จ “คัตเช่” ชวาร์เซนเบ็ค กลับยิงไกลจากระยะกว่า 35 หลาเข้าไปแบบเหลือเชื่อ ตีเสมอ 1-1 ในยุคที่ยังไม่มีการดวลจุดโทษ ทำให้ต้องมีการแข่งนัดรีเพลย์ กลายเป็นว่า บาเยิร์นก็ถล่มแอต มาดริด 4-0 คว้าแชมป์ไปครอง นั่นคือจุดเริ่มต้นของคำว่า “เอล ปูปาส” ของแอต.มาดริด

ความโชคร้ายดูเหมือนจะวนกลับมาอีกครั้งในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2014 แอต มาดริดนำอยู่ 1-0 และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาทีจะคว้าแชมป์ แต่แล้ว เซร์คิโอ รามอส ก็โหม่งประตูตีเสมอในนาทีที่ 93 ให้เรอัล มาดริด ก่อนที่เกมจะลากไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และจบลงด้วยชัยชนะ 4-1 ของราชันชุดขาว

สองปีต่อมา ในรอบชิงอีกครั้ง แอตเลติโกก็ต้องอกหักซ้ำ เมื่อ อองตวน กรีซมันน์ ยิงจุดโทษพลาดในเวลา 90 นาที ก่อนที่การดวลจุดโทษจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ หลังฆวนฟราน ยิงพลาดในลูกสำคัญ

ส่วนฝั่งสเปอร์ส ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แฟนฟุตบอลทั่วโลกได้ยินคำว่า “Spursy” กันบ่อยขึ้น คำนี้กลายเป็นศัพท์ใหม่ในโลกฟุตบอล ใช้เรียกสถานการณ์ที่ทีมทำพลาดเอง หรือปล่อยชัยชนะหลุดมือไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบ

สเปอร์สเพิ่งคว้าแชมป์ UEFA Europa League เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นถ้วยแรกในรอบ 17 ปี แต่สถานการณ์ในลีกกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 16 ของพรีเมียร์ลีก และอยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียงแต้มเดียว ทำให้ความเสี่ยงที่จะตกชั้นจากลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1977 กลายเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้…

หนึ่งในเหตุการณ์ที่แฟนบอลสเปอร์สจำไม่ลืมคือ “ลาซานญ่าเกท (Lasagnagate)” ในปี 2006 เมื่อผู้เล่นหลายคนเกิดอาการอาหารเป็นพิษก่อนเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2005-06 ทำให้พลาดโอกาสไปเล่นแชมเปียนส์ลีก

ต่อมาในฤดูกาล 2011-12 พวกเขาจบอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก แต่กลับไม่ได้สิทธิ์ไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรป เพราะ ทัพสิงห์บลูส์ เชลซีคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกในปีนั้น และใช้โควตาแทนทีมอันดับ 4 นอกจากนี้ ในรอบชิงแชมเปียนส์ลีกปี 2019 ที่พวกเขาแพ้ให้กับลิเวอร์พูลก็มีจังหวะจุดโทษจากการทำแฮนด์บอลของ มุสซ่า ซิสโซโก้ ซึ่งต่อมายูฟ่าได้มีการปรับกฎแฮนด์บอลใหม่อีกครั้งหลังเหตุการณ์นั้น

อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมหนึ่ง หลายคนอาจบอกว่าแอตเลติโก มาดริดไม่ได้โชคร้ายซะทีเดียว เพราะตลอด 15 ปีภายใต้การคุมทีมของซิเมโอเน่ พวกเขาคว้าแชมป์เกือบทุกรายการที่ลงแข่ง ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ ลาลีกา สองสมัยในปี 2014 และ 2021 รวมถึงแชมป์ยูโรป้าลีก สองครั้งในปี 2012 และ 2018 รวมทั้ง โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีกด้วย

ในขณะที่สเปอร์ส แม้จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่พวกเขายังคงเป็นหนึ่งในสโมสรที่ไม่เคยตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกยุคใหม่ และยังมีสนามเหย้ามูลค่ากว่า 1 พันล้านปอนด์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สุดท้ายแล้ว หากต้องตอบคำถามว่าใครคือทีมที่ “ถูกสาป” มากกว่ากัน หลายคนในสเปนอาจมองว่าแอตเลติโก มาดริดโชคร้ายที่สุด โดยเฉพาะในเวทีแชมเปียนส์ลีกที่พวกเขามักพ่ายแพ้แบบเจ็บปวดให้กับคู่ปรับร่วมเมือง

แต่ในสายตาแฟนสเปอร์ส เรื่องราวอาจต่างออกไป เพราะแม้แอตเลติโกจะพลาดแชมป์ยุโรปหลายครั้ง แต่พวกเขายังคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึงสองสมัยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นทีมที่แข่งขันในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแฟนบอลของสเปอร์สแล้ว ถ้าคำว่า “ต้องคำสาป” หมายถึงการเป็นทีมที่ยังคว้าแชมป์ลีกใหญ่ ๆ ได้และต่อสู้ในเวทียุโรปทุกปี พวกเขาอาจยอมรับคำสาปแบบนั้นด้วยความเต็มใจก็เป็นได้…

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"สเปอร์ส" สูญเสียรายได้เท่าไหร่ หาก "ตกชั้น" พรีเมียร์ลีก

"โซลันกี้" รับไม่ง่ายกับผลงานปัจจุบัน เร้าสเปอร์สสู้ทุกเกมหวังดีขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศึกทีมต้องคำสาป! แอตฯ มาดริด vs สเปอร์ส ใครโชคร้ายกว่า?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...