EA จ่อเซ็นเมล์อีวี 1.5 พันเคลียร์ด้อยค่า-ปั๊มเงินสูง
#EA #ทันหุ้น – EA ใกล้เซ็นสัญญาผลิตรถเมล์อีวี ให้ ขสมก. 1,520 คัน ให้กับนครชัยแอร์ เดินหน้าจ่ายไฟฟ้าขยะพัทยา-ภูเก็ต ชี้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังสูงที่ 8.4 พันล้านบาท ยึดหลักบัญชีระมัดระวังเคลียร์ตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่เงินสด 7.2 พันล้านบาท ส่งผลขาดทุนสุทธิ 4.8 พันล้านบาท เจ็บแต่จบ ชี้กำไรปกติอยู่ที่ 1,551.30 ล้านบาท
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยมีโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และอยู่ระหว่างพัฒนา ได้แก่ ธุรกิจบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร : โครงการกำจัดขยะมูลฝอยบนเกาะล้าน (พัทยา) ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่โครงการและโรงไฟฟ้าขยะเทศบาลนครภูเก็ต คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างและ COD ได้ภายในสิ้นปี 2569
นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัท NEX POINT ที่เป็นบริษัทในกลุ่มได้รับมอบหมายจากนครชัยแอร์ให้เป็นผู้ผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าแต่เพียงเจ้าเดียว สำหรับโครงการของ ขสมก. จำนวน 1,520 คัน โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญาในเร็ววันนี้
@ เคลียร์ด้อยค่าให้จบ
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม13,632.40 ล้านบาท ลดลง 26.4% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ (ไม่รวมรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่มีนัยสำคัญ) อยู่ที่1,551.30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงตามหลักความระมัดระวัง บริษัทได้พิจารณาปรับปรุงรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Significant Non-Cash Items) รวมทั้งสิ้น 7,208.04 ล้านบาท ส่งผลให้งบการเงินรวมรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4,856.80 ล้านบาท
สำหรับการปรับฐานทางบัญชี(Non-Cash Items) ที่สำคัญประกอบด้วย การตั้งสำรองผลขาดทุนจากกลุ่มลูกหนี้ TSB จำนวน2,270.94 ล้านบาท การตั้งสำรองค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (กลุ่มแบตเตอรีและรถ EV) รวม 1,106.41 ล้านบาท เพื่อสะท้อนราคาตลาด การด้อยค่าสินทรัพย์ถาวร 1,584.60 ล้านบาท ทั้งนี้รายการดังกล่าวเป็นการบันทึกทางบัญชี ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของการดำเนินงานโดยตรง
@เจาะรายกลุ่มธุรกิจ
ภาพรวมรายได้ธุรกิจหลัก ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีรายได้ 9,247.16 ล้านบาท ลดลง 13.0% เทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการสิ้นสุดสิทธิ Adder ของโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จังหวัดลำปาง รายได้ในธุรกิจรถโดยสารและรถเพื่อการพาณิชย์ไฟฟ้า (EV) ลดลง57.4% เทียบกับปีก่อน เนื่องจากลูกค้าบางส่วนเลื่อนกำหนดการรับมอบรถให้สอดคล้องกับแผนการใช้งาน สำหรับธุรกิจไบโอดีเซลมีรายได้1,825.40 ล้านบาท ลดลง 51.1% เทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อลดภาระความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบลง โดยบริษัมมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ระดับ8,430 ล้านบาท
บริษัทได้ดำเนินการเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล ในปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุน การปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้โดยขยายระยะเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 5 ปี และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน วงเงินสินเชื่อใหม่ประมาณ 14,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ช่วยให้หนี้สินรวมลดลง15.1% อยู่ที่ 56,077.85 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.4% แตะ34,476.93 ล้านบาท
“ปี 2568 เป็นปีที่บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างและจัดการความท้าทายอย่างตรงไปตรงมา การบันทึกรายการตั้งสำรองทางบัญชีเป็นการดำเนินการตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ในขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของเรายังคงรักษาระดับไว้ได้ที่ 8.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงสมดุลของธุรกิจ ในปี 2569 บริษัทจะยังคงยึดมั่นในการบริหารงานอย่างมีวินัย เน้นประสิทธิภาพ และบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม เพื่อสร้างเสถียรภาพการดำเนินงานในระยะยาว”