โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รู้เลยสำคัญแค่ไหน! ทำความรู้จัก ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ กำหนดราคาน้ำมันโลก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ CBS News รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ประกาศปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20%

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ CBS News รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ประกาศปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลกต้องหยุดชะงักทันที ขณะที่บริษัทเดินเรือรายใหญ่และผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่งสั่งระงับการส่งออกชั่วคราว ท่ามกลางการประเมินว่าราคาน้ำมันดิบโลกอาจพุ่งแตะ 120–150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะสั้น

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร? สำคัญแค่ไหนต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน มีความยาวประมาณ 170 กิโลเมตร เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ ถือเป็นเส้นทางเดินเรือเพียงสายเดียวจากอ่าวเปอร์เซียออกสู่มหาสมุทรอินเดีย โดยจุดที่แคบที่สุดกว้างราว 33 กิโลเมตร แต่พื้นที่สำหรับการเดินเรือจริงแคบกว่านั้น

ชื่อ ฮอร์มุซ คาดว่าอาจมาจากภาษาเปอร์เซียกลางที่สื่อถึงเทพเจ้าโซโรอัสเตอร์ อาฮูรามาซดา หรืออาจมาจากคำว่า Hur-Muz ซึ่งแปลว่า แดนแห่งอินทผลัม อีกสมมติฐานหนึ่งระบุว่าอาจมาจากภาษากรีกคำว่า ὅρμος ที่แปลว่า อ่าว

ช่องแคบแห่งนี้ถูกจัดให้เป็น Chokepoint หรือ ช่องแคบทางยุทธศาสตร์ ตามนิยามของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งหมายถึงเส้นทางแคบตามเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกที่มีบทบาทต่อความมั่นคงด้านพลังงาน หากเกิดการหยุดชะงักจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นและเกิดความล่าช้าในการจัดหา

สินค้าใดบ้างที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อมูลปี 2024 และไตรมาสแรกของปี 2025 ระบุว่า การค้าขายน้ำมันทางทะเลมากกว่า 1 ใน 4 ของโลกต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันและปิโตรเลียมทั่วโลก หรือราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 โดยเกือบ 40% ของปริมาณดังกล่าวมาจากการส่งออกของซาอุดีอาระเบีย

นอกจากน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ประมาณ 1 ใน 5 ของการค้าโลกในปี 2024 โดยส่วนใหญ่มาจากกาตาร์

แม้ซาอุดีอาระเบียจะมีท่อส่งน้ำมันแนวตะวันออก-ตะวันตกที่สามารถลำเลียงได้ 7 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือทะเลแดง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีท่อส่งน้ำมันฟูไจราห์ที่รองรับได้ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่กำลังการขนส่งดังกล่าวยังไม่เพียงพอทดแทนปริมาณที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ช่องแคบแห่งนี้ยังคงเป็นเส้นทางหลักที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

EIA ระบุว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก จะกระทบอย่างหนักต่อประเทศผู้นำเข้าในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผ่านเส้นทางนี้เป็นหลักในปี 2024

สำหรับสหรัฐ การนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นเพียง 7% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้บางประเทศจะพึ่งพาน้อยกว่า แต่ตลาดพลังงานโลกเชื่อมโยงถึงกัน การลดลงของอุปทานอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับวิกฤตต่อเศรษฐกิจโลก

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 11% ภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน และยังมีแนวโน้มผันผวนสูง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะส่งผลต่อราคาสินค้าและค่าขนส่งทั่วโลก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญของระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...