จับตา! ก.พลังงาน เคลื่อนไหวทันที หลังตลาดน้ำมันโลกสะเทือน เปิดตัวเลขสำรองล่าสุด
วันที่ 1 มีนาคม 2569 จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนอย่างใกล้ชิด โดยมีความกังวลว่าอิหร่านอาจพิจารณาปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
ที่กระทรวงพลังงาน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ภายในประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ามีเพียงพอต่อความต้องการใช้
ข้อมูล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันคงเหลือทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป รวม 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน ขณะเดียวกันมีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง ซึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 1,746 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่นอีก 1,124 ล้านลิตร รวมเพียงพอต่อการใช้ 23 วัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันคง เหลือรวมทั้งหมดอยู่ที่ 7,795 ล้านลิตร สามารถรองรับการใช้ได้ 61 วัน**
ในส่วนของแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประจำเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 4 ลำ ปรากฏว่าได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ระหว่างการลำเลียง โดยประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณสำรองภายในประเทศ หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น กระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรอง สร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นภายในประเทศ
กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่านมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้วางแผนหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยได้เตรียมแผนในการจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นทดแทน แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีผลกระทบทั้งในด้านปริมาณสำรองและด้านราคา แต่กระทรวงพลังงานได้เตรียม Scenario ต่างๆ เพื่อรองรับไว้แล้ว หากการสู้รบยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขอยืนยันว่าน้ำมันภายในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สถานการณ์มีความเปราะบาง อาจเกิดการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กระทรวงพลังงานจึงขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อทางการของกระทรวงพลังงานเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง