ดร.ณัฏฐ์เบรกหมอวาโยตีความบัตรเลือกตั้ง ชี้ช่อง44อดีตสส.ส่อถูกตัดสิทธิ์
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นกรณี นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า "จบแล้ว กกต." โดยยกคำอธิบายรัฐธรรมนูญมาตรา 85 มาหักล้างการทำหน้าที่ของ กกต. ว่า หลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับเป็นพื้นฐานทางกฎหมายที่มีมาตั้งแต่ พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2475 และบรรจุในรัฐธรรมนูญปี 2490 มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ต้องนำมาโชว์เหนือหรือเย้ยหยันองค์กรอิสระ
การตีความคำว่า "บุคคลอื่น" ของนายวาโยที่เหมารวมถึง กกต. นั้นคลาดเคลื่อน เพราะ กกต. มีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 224 การใช้เทคโนโลยี AI ถ่ายบาร์โค้ดเพื่อถอดรหัสนั้นเป็นวิธีการที่ผิดกฎหมายและไม่อาจตรวจสอบย้อนหลังได้จริงเนื่องจากไม่มีต้นขั้วบัตร อีกทั้งในต่างประเทศอย่างอังกฤษหรือเยอรมนี บัตรเลือกตั้งก็มีบาร์โค้ดเป็นปกติ ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ในส่วนของคดีความที่นายวาโยยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าปัจจุบันสถานะคดียังอยู่ในช่วง "ตรวจคำฟ้อง" เท่านั้น ยังไม่มีการประทับรับฟ้อง และยังมีขั้นตอนการไต่สวนมูลฟ้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ ปี 2559
ทั้งนี้ จากสถิติที่ผ่านมา กรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้ององค์กรอิสระที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มักจะถูกยกฟ้องในชั้นต้นเป็นส่วนใหญ่ การออกมาประกาศชัยชนะล่วงหน้าจึงอาจเป็นการกระทำของ "มือใหม่หัดขับ" ที่ต้องการปั่นกระแสสังคมให้เกิดความสับสน ทั้งที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุดและมีความไม่แน่นอนสูง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลและถือว่า "จบจริง" คือกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล (ซึ่งรวมถึงว่าที่ สส. พรรคประชาชน 10 คน) กรณีเสนอแก้ไขมาตรา 112 ที่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
โดย ป.ป.ช. มีกำหนดต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 1 เดือนหลังจากมีมติเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 9 มีนาคม 2569 นี้ หากศาลรับฟ้องอาจส่งผลให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่และเสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตกว่าการตีความข้อกฎหมายเรื่องบัตรเลือกตั้งหลายเท่าตัว