ประเดิมอพยพคนไทยในอิหร่าน 68 คน 7 มี.ค. กต.ส่งจนท.ไปรอรับที่ชายแดนตุรกี
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เวลา 18.10 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังมีความอ่อนไหว โดยฝ่ายอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังมีการโจมตีซึ่งกันและกัน ซึ่งการปะทะส่งผลกระทบไปยังประเทศข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเลบานอนที่ถูกโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ สำหรับประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และขอให้ลงทะเบียนแจ้งที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่รับผิดชอบในพื้นที่
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางนั้น กรณีคนในประเทศอิหร่าน ขณะนี้มีคนไทยที่ขออพยพออกจากอิหร่านแล้ว 117 คน โดยการเดินทางรอบแรกในวันที่ 7 มี.ค.นี้ มีคนไทยเดินทาง 68 คน ส่วนรอบที่ 2 คือวันที่ 10 มี.ค. จะมีผู้เดินทางออกมา 49 คน เนื่องจากมีบางส่วนยังอยู่ระหว่างการจัดทำเอ็กซิท วีซ่า ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในทันที เพื่อจะได้ประสานงานเรื่องเอกสารกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังตุรกีแล้วในวันนี้ (5 มี.ค.) เพื่อไปอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน และข้ามแดนทางบกมายังประเทศตุรกี เพื่อโดยสารเครื่องบินกลับสู่ประเทศไทย
นายปาณิดล กล่าวว่า กรณีที่เลบานอน ปัจจุบันมีคนไทยอยู่ในเลบานอน 118 คน ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรับผิดชอบการดูแลคนไทยในเลบานอน ได้ออกประกาศให้คนไทยออกจากเลบานอนเร็วที่สุดขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์เปิดให้บริการ และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงขอให้แจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และขอให้ติดตามข่าวสารจากสถานทูตไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป สำหรับคนไทยในบาห์เรนนั้น มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไทย จำนวน 917 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ได้นำคนไทยกลุ่มแรกจำนวน 9 คน ข้ามไปยังเมืองดัมมัม ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อต่อเครื่องบินกลับถึงไทยแล้ว และมีคนไทยอีก 3-4 กลุ่มที่จะเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ในช่วง 2-3 วันข้างหน้า
นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจกจ่ายของยังชีพเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่คนไทยในบาห์เรน อีกทั้ง กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้เปิดศูนย์ประสานงานที่เมืองดัมมัม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มาจากบาห์เรนและประเทศอื่นๆ สำหรับการต่อเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย สำหรับคนไทยในคูเวตและกาตาร์นั้น น่านฟ้าของประเทศเหล่านี้ยังปิดอยู่ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหาเส้นทางหากต้องมีการอพยพคนไทยต่อไป ส่วนประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์กลับประเทศ รวมถึงประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการ และยังสำรวจเส้นทางอพยพเพิ่มเติมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศ ได้แสดงความไม่สบายใจ และกังวลว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีความเปราะบาง การดำเนินการใดๆ ของไทยต้องมีความสมดุลและเหมาะสมกับสถานการณ์ ยึดกฎหมายระหว่างประเทศและตั้งอยู่บนพื้นฐานบนผลประโยชน์ของไทย นั่นคือความปลอดภัยของคนไทย ในช่วงที่มีความท้าทายนี้ ทุกฝ่ายจากทุกวงการโดยเฉพาะผู้ที่สันทัดด้านการต่างประเทศ ควรต้องเข้าใจว่าทุกคนสามารถวิจารณ์ได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและคำนึงถึงคนไทยที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เป็นสำคัญ