BJC ผนึก DHL ตั้งบริษัทร่วมทุน ดันไทยสู่ซัพพลายเชน Medical Hub ภูมิภาค
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี พร้อมด้วย นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บีเจซี, นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย และ นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล พร้อมรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการผนึกกำลังระหว่างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและเครือข่ายทั่วประเทศของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับขีดความสามารถด้านซัพพลายเชนระดับโลกและความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของดีเอชแอล โดยตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์เฉพาะทางตามมาตรฐานสากล รองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ไทย ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 6.45 แสนล้านบาท หรือ 16.9 พันล้านยูโร ภายในปี 2573
ทั้งนี้ ได้ผสานมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของบีเจซี ทั้งด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของไทย จะยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ธุรกิจ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ระดับภูมิภาค
ในมิติประสิทธิภาพการดำเนินงาน ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เตรียมนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์ขั้นสูงมาใช้ครบวงจร ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า ระบบบริหารจัดการการดำเนินงาน (Operations Management System – OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความโปร่งใส และการตรวจสอบสถานะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางตลอดซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์
ขณะเดียวกัน ความยั่งยืนถูกบูรณาการในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารจัดการคลังสินค้าไปจนถึงการขนส่ง สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มดีเอชแอล และกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยบริษัทร่วมทุนเตรียมนำแนวปฏิบัติด้านโลจิสติกส์ยั่งยืนตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
บริษัทร่วมทุนพร้อมให้บริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ครบวงจร ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิทุกระดับ และระบบ Cold-chain ตามมาตรฐาน GDP รองรับการจัดเก็บและกระจายยาชีววัตถุ วัคซีน ยาเฉพาะทาง ยาฉีดควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
โดยมุ่งพัฒนาผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานโลกของดีเอชแอล ผสานความรู้ด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของบีเจซี เพื่อรองรับการจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ขณะที่เสาหลักด้านมาตรฐานทางการแพทย์ ให้ความสำคัญกับระบบบริหารจัดการคุณภาพ ขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) เทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ อย. มาตรฐาน GDP และ GMP อย่างเคร่งครัด
บริษัทร่วมทุนยังตั้งเป้ายกระดับการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์คุณภาพของประชาชนทั่วประเทศ สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนด้านสาธารณสุข ผ่านเครือข่ายของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ครอบคลุมโรงพยาบาล 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่ง ผสานกับความเชี่ยวชาญการกระจายผลิตภัณฑ์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล ครอบคลุมทั้งหัวเมืองหลักและชุมชนทั่วประเทศ
นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่กำลังเติบโตอย่างสูงของประเทศไทย และความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลก
นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทร่วมทุน กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของไทยเติบโตรวดเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว โดยมุ่งเน้นในการปฏิบัติและการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์และผู้ป่วย ผ่านการส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐาน ช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว
นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า ดีเอชแอลในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคในอนาคต และปัจจุบันกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วเอเชีย การเติบโตของเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล กฎระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นในด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล การผสานประสบการณ์ความร่วมมือที่มีมากว่าสองทศวรรษกับกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล จะสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่สำหรับทั้งภูมิภาค ผลักดันประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศในโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้