โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชาวโลกเขาจัดการกันอย่างไร? 'ฉัตริน' ถอดบทเรียนเลือกตั้งโลก!

VoiceTV

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 04.03 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับ บาร์โค้ด ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชาวโลกเขาจัดการกันอย่างไร?

ช่วงนี้เรื่องบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก พอดีกับช่วงนี้ผมกำลังว่างงาน ก็เลยนั่งอ่านเรื่องนี้ยาวๆ

จริงๆ แล้วทุกประเทศเจอโจทย์เดียวกัน: ทำอย่างไรให้บัตร "ตรวจสอบได้ว่าเป็นของจริง" โดย "ไม่สามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้" นี่เป็นปัญหาที่ประชาธิปไตยทั่วโลกถกเถียงกันมานานกว่า 150 ปี และแต่ละประเทศก็เลือกวิธีต่างกัน

อังกฤษ — ใช้ serial number บนบัตรเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 1872 (154 ปีแล้ว) แต่น่าสนใจที่กฎหมาย Ballot Act 1872 กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นความลับ แต่กฎหมายเดียวกันนี้ก็กำหนดให้ใช้ serial number เฉพาะแต่ละใบด้วย และเจ้าหน้าที่จะจดเลขทะเบียนผู้มีสิทธิลงบนต้นขั้วบัตร(เหมือนของไทย) ซึ่งในทางทฤษฎี match บัตรกับคนได้เลย!!

แต่สิ่งที่ทำให้ระบบนี้ทำงานได้มา 154 ปี คือ procedural safeguard คือต้นขั้วถูกล็อคและซีลก่อนเปิดหีบนับคะแนน และจะจับคู่บัตรกับผู้ลงคะแนนได้เฉพาะเมื่อ Election Court สั่งเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นแค่ไม่กี่ครั้งในรอบ 154 ปี

ออสเตรเลีย — ประเทศต้นกำเนิดระบบลงคะแนนลับ (Australian Ballot, 1858) จะไม่ใช้ serial number แต่จะมีการใช้มาตรการกันการปลอมแปลงอื่นๆเช่นใช้กระดาษพิเศษ ใช้ลายน้ำ และจะให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเซ็นกำกับหลังบัตรทุกใบก่อนยื่นให้ผู้มีสิทธิเพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรจริง

สหรัฐฯ — แตกต่างกันในแต่ละรัฐ หลายรัฐเช่น Ohio ให้ระบบ Perforated Stub คือมีรอยปรุให้ฉีก serial number ออกก่อนหย่อนลงหีบ ส่วนแบบ mail-in บาร์โค้ดจะอยู่บนซองชั้นนอก เพื่อ tracking พอถึงศูนย์นับคะแนน ซองที่มีชื่อคนจะถูกแยกออกก่อน เหลือแต่บัตรเปล่าๆที่ไม่ระบุตัวตน

สิงคโปร์ — ใช้ระบบ Serial Number และจดเลขลงต้นขั้วคล้ายและอังกฤษ แต่เขาเน้นความเข้มงวดเรื่องการเก็บรักษา (Chain of Custody) โดยบัตรและต้นขั้วจะถูกซีลและส่งไปขังไว้ในห้องนิรภัยที่ศาลฎีกานาน 6 เดือนโดยไม่มีใครมีสิทธิ์เปิดดูได้ (ยกเว้นมีคำสั่งศาลสูง) จากนั้นจะถูกนำไป "เผาทำลาย" ทิ้งทั้งหมด เพื่อการันตีว่าข้อมูลการเลือกตัวบุคคลจะหายไปถาวร

แต่ระบบนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ข้อกังขา เพราะการมี serial number ทำให้คนตั้งคำถามทุกครั้งที่มีการเลือกตัง จน Election Department ต้องออกมาทำ campaign "Your vote is secret" แทบทุกครั้ง

ไทย — มีบาร์โค้ดที่ผูกกับเลขที่บัตรเฉพาะแต่ละใบ ซึ่ง match กับต้นขั้วเพื่อระบุตัว voter ได้ คล้ายอังกฤษและสิงคโปร์

เมื่อเทียบกันแล้ว จะเห็นว่ามีหลายแนวทาง:

— อังกฤษ/สิงคโปร์: มี serial number + ผูกกับตัวคนได้ แต่มีกฎหมายและ Election Court คุมชัดเจน

— ออสเตรเลีย: ไม่ใช้ serial number แต่ใช้มาตรการกันการปลอมแปลงและลายเซ็นเจ้าหน้าที่แทน

— สหรัฐฯ: หลายรัฐใช้ serial number แบบฉีกออกก่อนหย่อนบัตร

— ไทย: มี barcode ผูกรายใบ เหมือนของอังกฤษ/สิงคโปร์ แต่ไม่แน่ใจว่าใครเข้าถึงข้อมูลจับคู่ได้บ้าง ต้องมีคำสั่งศาลในการเข้าถึงข้อมูลหรือไม่

คำถามสำคัญสำหรับเราจึงคือ:

— barcode หรือ serial number ที่ unique ของแต่ละบัตร จริงๆแล้วจำเป็นหรือไม่

— ถ้าจำเป็นต้องมี กระบวนการแยกเก็บและจำกัดสิทธิ์เข้าถึงรัดกุมพอหรือยัง?

— ครั้งหน้าควรใช้ระบบแบบฉีก tab ออก หรือ serial ที่ระบุแค่เขต ไม่ผูกรายใบ ดีกว่าไหม?

เรื่องนี้ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถามเต็มที่ครับ และดีมากที่สังคมให้ความสนใจ ผมแค่อยากให้เราถกเถียงบนฐานข้อมูล เพื่อผลักดันให้ระบบของเราดีขึ้นได้จริงครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...