“คิง ก่อนบ่าย” ฉะ ‘เต้’ งบ 2 พันล้านซื้อได้แค่ตั๋วไปดูบอลโลก แนะพัฒนาเยาวชนถึงจะมีโอกาสไปฟุตบอลโลกได้จริง
“คิง ก่อนบ่าย” ฉะ ‘เต้’ งบ 2 พันล้านซื้อได้แค่ตั๋วไปดูบอลโลก แนะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างสนามซ้อม ชู โมเดลโรงเรียนกีฬาตำบล พัฒนาเยาวชนถึงจะมีโอกาสไปฟุตบอลโลกได้จริง
วันที่ 21 ม.ค. 2569 นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ “คิง ก่อนบ่าย” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 11 พรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นต่อแนวคิดของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ที่เสนอนโยบายอัดฉีดงบสนับสนุนฟุตบอลไทยปีละ 2,000 ล้านบาท ต่อเนื่อง 2-4 ปี เพื่อผลักดันทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
นายณภัทร ระบุว่าเป้าหมายการพาฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้จริง แต่ไม่ใช่ภายในระยะเวลาเพียงปีสองปีตามที่นายมงคลกิตติ์เสนอ และก่อนที่จะพาบอลไทยไปสู่ระดับโลก นายมงคลกิตติ์ควรทำความเข้าใจก่อนว่าโลกของฟุตบอลไทยในความเป็นจริงนั้นเป็นอย่างไร เพราะเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี หากจะพาไปฟุตบอลโลกในเวลาสั้น ๆ ก็อาจทำได้เพียงแค่การซื้อตั๋วให้นักเตะไปนั่งดูการแข่งขันฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่หากจะผลักดันทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกอย่างจริงจัง ต้องนำไปลงทุนกับระบบพัฒนาเยาวชนและฐานรากของวงการฟุตบอล ไม่ใช่เพียงทุ่มงบในช่วงเวลาสั้น ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้งบดังกล่าวจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อถูกใช้เพื่อ ทำโครงสร้าง และปูพื้นฐานให้แข็งแรง
นายณภัทรยังเสนอให้วางแผนระยะยาว โดยมองว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบภายในกรอบประมาณ 20 ปี จะมีโอกาสเห็นผลชัดเจน ทั้งการมีสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐานให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกซ้อมอย่างทั่วถึง การพัฒนาเด็กและโครงสร้างการแข่งขันให้สามารถต่อกรกับระดับนานาชาติได้ รวมถึงแนวคิดหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนกีฬาเพื่อสร้างฐานนักเตะรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายณภัทรชี้ว่า ก่อนจะพูดถึงฟุตบอลโลก ทีมชาติไทยควรมีสนามฟุตบอลและศูนย์ฝึกซ้อมเป็นของตนเอง เพราะปัจจุบันทีมชาติไทยในแต่ละรุ่นยังไม่มีสนามซ้อมอย่างเป็นระบบ จึงเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับศักยภาพให้แข่งขันกับต่างชาติได้ พร้อมเสนอว่า งบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาทควรถูกนำไปใช้สร้างสนามฟุตบอลและโครงสร้างรองรับให้ทีมชาติไทยครบทุกชุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
“ผมเชื่อว่าฟุตบอลไทยมีโอกาสไปฟุตบอลโลก นี่พูดได้จริง ทำได้จริง ไม่ใช่ขายฝัน รักชาติครับ”