สรุปมาให้! ตลาดหุ้นเกิดอะไรขึ้น?
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 07.57 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น- ตลาดหุ้นไทย SET Index ช่วงวันที่ 12–16 ม.ค. ปรับลงหลุด Low 1,248 จุด ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 25 แรงกดดันมาจากความไม่แน่นอนทั้งความตึงเครียดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และนักลงทุนรอรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ และประเด็นศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินคดีภาษีนำเข้าที่ทรัมป์บังคับใช้กับแต่ละประเทศว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สรุปเมื่อคืนคือ "ยังไม่ได้มีการอ่านคำวินิจฉัย" (ที่มา-บล.กรุงศรี)
หุ้นกลุ่มที่กดดัชนี
• กลุ่มชิ้นส่วน นำโดย DELTA จิตวิทยาลบการขายหุ้น Big Lot ต่อเนื่อง รวมถึงตลาดกังวลกำไร 4Q25F อาจจะต่ำกว่าตลาดประเมินไว้เดิม จากเงินบาทแข็งค่าช่วงปลายปี 2025F • กลุ่ม Domestic กดตลาดจากหุ้นกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT) กังวลกำลังซื้อภายในอ่อนแรง ยอดขายสาขาเดิมฟื้นตัวจำกัด • กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA) ผันผวนต่อเนื่อง แม้รายงานยอดขาย ธ.ค. 25 เติบโต y-y, q-q • กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) แรงกดดันจากประเด็นลบประกันปรับรูปแบบ Co-Pay
ฟื้นตัวช่วงปลายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ SET ฟื้นกลับมายืนเหนือได้อีกครั้ง แรงหนุนจาก Flow ต่างชาติ โดยหุ้นกลุ่มที่นำตลาดและหนุนดัชนีขึ้นมาส่วนใหญ่มีปัจจัยบวก อาทิ
กลุ่ม Infratech นำโดย ICT (ADVANC, TRUE) คาดหวังกำไร 4Q25F เด่น เติบโต y-y, q-q ผสานจิตวิทยาบวก ADVANC เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ Data Center กับ GULF ภายใต้โครงการ GSA03
กลุ่มธนาคาร (KTB, KBANK, SCB, TTB, TISCO) มุมมองเป็นกลุ่มหุ้น High Dividend ทำให้มักจะ Outperform ในช่วงที่ตลาดผันผวน ผสานกับแรงหนุนจาก ธปท. ประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ จาก 0.46% เหลือ 0.32% ต่อปี มีผลถึงสิ้นปี 69 บวกต่อหุ้นธนาคารที่มีสินเชื่อ เป้าหมายรัฐฯ ต้องการแก้ไขปัญหาหนี้สูง อาทิ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อ SMEs
กลุ่มปิโตรเคมี (IVL) รายงาน Spread ปิโตรเคมีฝั่ง PET +20% w-w จากการปิดซ่อมโรงงานในจีน ทำให้ซัพพลายตึงตัวขึ้น และยังน่าดีในช่วงตุนสต็อกก่อนตรุษจีน 17 ก.พ.
กลุ่ม Packaging (SCGP) KSS พรีวิวคาดกำไรสุทธิ 4Q25F แม้จะออกมาสูงที่ 1,296 ล้านบาท ฟื้นทั้ง y-y, q-q
สหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวลง โดยประเด็นสำคัญคือ
1. หุ้นกลุ่มธนาคารและบัตรเครดิตกดดันดัชนี รับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% นำโดย Bank of America และ Citigroup แม้ธนาคารทั้ง 2 แห่งเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4 สูงกว่าคาด และกลุ่ม Tech ที่ Valuation สูง ทั้ง Broadcom และ Microsoft 2. ตลาดรอศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินคดีภาษีนำเข้า ที่ทรัมป์บังคับใช้กับแต่ละประเทศว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สรุปเมื่อคืนคือ "ยังไม่ได้มีการอ่านคำวินิจฉัย" โดยศาลประกาศว่ารับฟ้องคดีไหนที่มีการร้องเข้ามา 3. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาเมื่อวานยังเป็นภาพขยายตัว o ยอดขายบ้านมือสอง เดือน ธ.ค. +5.1% m-m, +1.4% y-y สู่ระดับ 4.35 ล้านหลัง สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 4.21 ล้านหลัง o ยอดค้าปลีก เดือน ธ.ค. +0.6% m-m สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือน พ.ย.
ยุโรป
ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่สัปดาห์นี้ปรับขึ้น แต่เริ่มชะลอตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซฟื้นตัวแรง กระทบต่อเศรษฐกิจยุโรป เนื่องจากมีการนำเข้าพลังงาน น้ำมัน ก๊าซมากเป็นอันดับ 1 ของสินค้านำเข้ารวม ผสานกับตลาดหุ้นยุโรปหลายตลาดปรับขึ้นทำ New High โดยขาดปัจจัยหนุนใหม่ ประเมินถูก Take Profit
เอเชีย
ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแรงช่วงต้นอาทิตย์ รับข่าวซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีแผนจะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นจิตวิทยาบวกหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่น แต่ปลายสัปดาห์ปรับลง ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่ม Tech
ฝั่งจีนมีจิตวิทยาลบจากทางการตลาดหลักทรัพย์จีนประกาศปรับอัตราหลักประกันขั้นต่ำสำหรับการซื้อหุ้นด้วยเงินยืม (Margin Trading) จาก 80% เป็น 100% โดยล่าสุด ณ สิ้นสัปดาห์ก่อน การใช้ Margin Trading ในตลาดหุ้นจีน (Shanghai + Shenzhen) อยู่ที่ 2.65 ล้านล้านหยวน
ตลาดมองผลที่เกิดขึ้นในระยะสั้นคือ แรงขายออกมาของนักเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อปิดความเสี่ยงก่อนที่มาตรการจะมีผล นักลงทุนรายย่อยที่ใช้ Margin อาจลดการเข้าลงทุนในระยะสั้น และสภาพคล่องของตลาดลดลง หุ้นที่มีการใช้ Leverage มากหรือมี Margin Trading สูงอาจปรับตัวลงแรง ขณะที่หุ้นพื้นฐานดีอาจรับผลกระทบน้อยกว่า มองการออกมาตรการแบบนี้สะท้อนความต้องการของตลาดจีนว่าต้องการให้ตลาดขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ มากกว่าการขึ้นจากแรงเก็งกำไร