"สังคมสูงวัย" กดดันประกันสังคม แนะกระจายความเสี่ยง-แยกจากราชการ
“ภัณฑิรา เวอร์การา” มองประกันสังคม เผชิญความเสี่ยงโตไม่ทันสังคมผู้สูงอายุ ไม่คล่องตัว-ลงทุนสินทรัพย์มั่นคงมากเกินไป เสนอให้กระจายความเสี่ยง ลงทุนสินทรัพย์เพื่อเติบโตมากขึ้น แนะแยกออกจากระบบราชการ เพิ่มความคล่องตัวในการปรับกลยุทธ์การลงทุน
ภัณฑิรา เวอร์การา อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กองทุนประกันสังคม และอดีตกรรมการบริหารการลงทุน กลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง ธนาคาร Goldman Sachs กล่าวในงานเสวนา “มองอนาคตลงทุน ประกันสังคม” โดยหยิบยกประสบการณ์จากการบริหารการลงทุน ตัวอย่างการลงทุนในกองทุนประกันสังคมต่างประเทศ และแนวทางในการปฏิรูปกองทุนประกันสังคม ที่ถือเงินลงทุนมากกว่า 2.8 ล้านล้านบาท
ภัณฑิราสะท้อนปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นกับกองทุน ทั้งเรื่องมูลค่าการลงทุนที่ใหญ่เกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับงบประมาณแผ่นดินส่วนที่บริหารจัดการหรือจัดสรรใหม่ได้ ราว 1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่การเติบโตของกองทุน ยังคงไปได้แต่ช้ามาก จากปัญหาการบริหารจัดการแบบระบบราชการ ที่ทำให้ไม่สามารถปรับแผนการลงทุนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือขยับได้เพียงเล็กน้อย ไม่คล่องตัวเท่ากองทุนเอกชน
อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ คือ กรณีกองทุนประกันสังคมในต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบราชการ โดยภัณฑิราระบุว่า ในประเภทที่มีธรรมาภิบาลสูง ประชากรยังอยากให้กองทุนอยู่ภายใต้ราชการ เพราะสามารถเชื่อถือได้มากกว่าภาคเอกชน แต่สำหรับประเทศไทย การรอให้ระบบราชการสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพ มีธรรมาภิบาลที่สูง อาจจะเป็นเรื่องที่สายเกินไป
ภัณฑิราสะท้อนเพิ่มเติมว่า กองทุนประกันสังคมทั่วโลก ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย (Aging Society) ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนถึง “ค่าเสียโอกาส” ที่เกิดขึ้น โดยอาจนำไปสู่การเสียโอกาสได้ถึงวันละ 300 ล้านบาท หากไม่มีการบริหารจัดการได้ดีเทียบเท่ากองทุนระดับโลก และมูลค่าการเสียโอกาสนี้ แพงกว่าการลงทุนตึก การจัดซื้อปฏิทิน หรือตั๋ว First Class ทั่วโลก
พอร์ตลงทุนเน้น “เซฟโซน” เกินไป
ภัณฑิราให้ข้อมูลเกี่ยวกับพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างหนึ่งในประเทศน่าสนใจ คือ นอร์เวย์ ซึ่งกลายเป็นกองทุนขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลกเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการกระจายการลงทุนทั่วโลก มีความโปร่งใส เปิดเผยรายละเอียดการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ และสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ย 6.6% ต่อปี นับตั้งแต่เริ่มลงทุนในปี 1998 หรือแม้แต่กองทุนในแถบเอเชีย ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เคยตกอยู่ในความเสี่ยงที่กองทุนจะล่มสลายมาก่อน แต่ ณ วันนี้สามารถปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นกองทุนแถวหน้าได้
ทั้งนี้ หากดูรูปแบบการลงทุนในประเทศไทย ภัณฑิราให้ข้อมูลว่า กองทุนประกันสังคมของไทย เน้นการลงทุนในประเทศมากเกินไป แตกต่างจากกองทุนประกันสังคมในต่างประเทศ ที่กระจายเงินลงทุนไปใน 7 ประเทศหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนาดา เป็นต้น อีกทั้งพอร์ตกองทุนของไทยในปัจจุบัน เน้นถือในสินทรัพย์มั่นคง มากถึง 70% แตกต่างจากต่างประเทศที่มีค่าเฉลี่ยการลงทุนสินทรัพย์ดังกล่าวเพียง 33% และลงทุนในสินทรัพย์เติบโตสูง ทั้งหุ้น และสินทรัพย์นอกตลาด (อสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน) ในสัดส่วนที่มากกว่า
ขณะเดียวกัน มีการประเมินด้วยว่า ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตของกองทุนประกันสังคมไทย เฉลี่ยเพียง 1-2% ต่อปีเท่านั้น หรือเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 2.7% ต่อปี
อย่างไรก็ดี กองทุนประกันสังคมของไทย เพิ่งมีการเห็นชอบจากบอร์ดประกันสังคม ให้ปรับแผนการจัดสรรทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ หรือ SAA ฉบับที่ 5 จากเดิมในเฟสที่ 1 มีสัดส่วนการลงทุนสินทรัพย์มั่นคง 65% และสินทรัพย์เติบโตสูง 35% สู่แผนเฟสที่ 2 ปรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงและสินทรัพย์เติบโต เป็น 50 : 50 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับกลยุทธ์การลงทุนของประกันสังคม
ภัณฑิราสะท้อนภาพระยะยาวเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกองทุนประกันสังคม โดยมองว่าทางออกที่ดีที่สุด คือ การแยกกองทุนประกันสังคมออกมาจากการบริหารแบบเอกชน เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สังคมสูงวัย” กดดันประกันสังคม แนะกระจายความเสี่ยง-แยกจากราชการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net