อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา
7 มีนาคม 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เจาะลึก! ความคุ้มกัน "สส." กับคดีอาญา: เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
จากกรณีข่าวร้อนแรงที่ DSI ออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ในคดีเว็บพนัน ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า "สส. ท่านนี้จะได้รับความคุ้มกันหรือไม่?" ในขณะที่สภายังไม่เปิดและยังไม่มีประธานสภาฯ
- ช่วงปิดสมัยประชุม = "ไร้เกราะคุ้มกัน"
ตาม รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 125 ความคุ้มกัน (Immunity) ที่ห้ามจับ คุมขัง หรือหมายเรียก สส. ไปสอบสวนนั้น จะมีผลเฉพาะ "ในระหว่างสมัยประชุม" เท่านั้นครับ
สถานะปัจจุบัน: เมื่อยังไม่มีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ นายชนนพัฒฐ์ จึงมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาในทางคดีอาญา
ข้อสรุป: พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกและดำเนินคดีได้ตามปกติครับ!
เจตนารมณ์: "กันแกล้ง ไม่ใช่ กันผิด"
ทำไมต้องมีกฎหมายนี้? ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 รัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนไว้เพื่อ:
ป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง: ไม่ให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจจับกุม สส. เพื่อขัดขวางการโหวตหรือการทำงานในสภา
ยึดถือประโยชน์ปวงชน: เพื่อให้ สส. ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติหรือความครอบงำใดๆ (ตามมาตรา 114)
- เมื่อเปิดสภาฯ แล้ว… จะเกิดอะไรขึ้น?
หากคดีลากยาวไปจนถึงวันเปิดสมัยประชุม และนายชนนพัฒฐ์ถูกควบคุมตัวอยู่:
- สิทธิการปล่อยตัว: ประธานสภาฯ (เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว) มีอำนาจร้องขอให้ศาลหรือพนักงานสอบสวน "สั่งปล่อยตัวทันที" เพื่อให้ สส. มาทำหน้าที่ประชุมสภาได้
- อำนาจศาล: ศาลอาจสั่งให้มีประกันหรือหลักประกันหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางการมาประชุมสภาของสมาชิกผู้นั้น
บทสรุปสั้นๆ
หาก DSI ออกหมายเรียก สส. มาสอบสวนในช่วงนี้ "ความคุ้มกันยังไม่เริ่มทำงาน" เพราะยังไม่เข้าสมัยประชุมสภาฯ ดังนั้น การออกหมายเรียก จึงเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายปกติครับ ส่วนเกราะคุ้มกันจะเริ่มกางกั้นก็ต่อเมื่อ "พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา" มีผลบังคับใช้เท่านั้น