โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD วิเคราะห์ทองคำพักฐานใหญ่ จับตาปมประธานเฟด-สงครามยกระดับ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 05.00 น.

GCAP GOLD เผยปัจจัยการเสนอชื่อ "Kevin Warsh" นั่งประธานเฟด ดันดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาทองคำดิ่งหนักสุดในรอบกว่าทศวรรษ ชี้สัญญาณเทคนิคเข้าเขต Extreme Overbought เร่งแรงขายทำกำไร หลังราคาพุ่งแรงช่วงต้นปี แนะกลยุทธ์รอจังหวะสะสมที่แนวรับ 4,880 ดอลลาร์ ระบุโครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังไม่ถูกทำลาย

6 กุมภาพันธ์ 2569 - ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงหลังปรับตัวลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดย บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ระบุว่า สภาวะดังกล่าวเป็นการ "รีเซ็ต" ความร้อนแรงของตลาดหลังราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับแรงกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และมาตรการคุมเข้มของตลาดซื้อขายล่วงหน้า

ปัจจัยกดดัน: นโยบาย "สายเหยี่ยว" และการคุมเข้มวงเงินประกัน

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ตลาดทองคำถูกดึงเงินไหลออกจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังตลาดรับข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ซึ่งนักลงทุนประเมินว่าเป็นผู้ที่มีแนวคิดเข้มงวดในการคุมเงินเฟ้อ (Hawkish)

"Kevin Warsh เป็นผู้บริหารสายคุมเงินเฟ้อเข้มงวด ไม่สนับสนุน QE และมีแนวโน้มลดงบดุลเฟด ส่งผลให้ตลาดให้น้ำหนักกับดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนจริงมากขึ้น กดดันทองคำโดยตรง ขณะที่สัญญาณทางเทคนิค RSI ใกล้ระดับ 90 ยิ่งเร่งแรงขายจากการทำกำไรและการถูกบังคับขาย (Force Sell) ของกลุ่มเลเวอเรจสูง"

นอกจากนี้ การที่ CME Group ปรับเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายโลหะมีค่า ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดแรงขายขนานใหญ่จากนักลงทุนที่ถือครองสถานะซื้อ (Long Position) มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569

ตัวแปรสำคัญ: ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดแรงงาน

สำหรับทิศทางในระยะสั้น GCAP GOLD ประเมินว่าทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีการยกระดับความรุนแรงขึ้น ทั้งในเชิงการเตรียมการทางทหารและถ้อยแถลงทางการเมือง
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยของเฟด หากตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว จะเป็นแรงหนุนเชิงเทคนิคให้ราคาทองคำมีจังหวะรีบาวด์กลับขึ้นมาได้

กลยุทธ์การลงทุน: เน้นตั้งรับในโซนสำคัญ

แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลงรุนแรง แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าโครงสร้างหลักในระยะกลางยังไม่เสียหาย ตราบใดที่ราคายังสามารถรักษาฐานเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การปรับฐานรอบนี้จึงถูกนิยามว่าเป็น "Technical Correction" ครั้งใหญ่เพื่อลดความร้อนแรง

ฝ่ายวิจัย GCAP GOLD กำหนดแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญดังนี้ :

  • แนวรับสำคัญ: 4,880 ดอลลาร์ (ทองคำไทยประมาณ 73,200 บาท) และ 4,600 ดอลลาร์ (ทองคำไทยประมาณ 69,100 บาท)
  • แนวต้านเป้าหมาย: 5,200 - 5,400 ดอลลาร์ (ทองคำไทยประมาณ 77,500 – 79,300 บาท)

นักลงทุนควรชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอให้ราคาสร้างฐานที่ชัดเจนในโซนแนวรับดังกล่าว และติดตามการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักที่มีอิทธิพลต่อราคาทองคำในสัปดาห์นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...