โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา’สงครามตะวันออกกลาง ‘ดัน’ค่าไฟแพง’เหตุพึ่งLNG กาตาร์สูงสุด

ไทยโพสต์

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 05.20 น.

JustPow หรือองค์กร"เพื่อพลังงานเพื่อยุติธรรมประชาชนทุกคน "องค์กรเอกชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวด้านพลังงาน ได้ออกบทวิเคราะห์ สงครามตะวันออกกลางจะมีผลค่าไฟไทยอย่างไร ว่าประเทศไทยเคยปรับขึ้นค่าไฟเป็น 4.72 บาท/หน่วย ในปี 2565 เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคา LNG ในตลาดโลกสูงขึ้น และไทยเองก็ต้องนำเข้า LNG มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ในขณะที่ตอนนี้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง แหล่งพลังงานของโลก ซึ่งอาจจะทำให้ค่าไฟของไทยต้องปรับขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่จะถีบตัวสูงขึ้นจากภาวะสงครามอีกครั้ง

ในปี 2567 ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าจากการใช้ก๊าซธรรมชาติสูงถึง 58.19% โดยก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยนํา มาใช้ในการผลิตไฟฟ้ามาจาก 3 แหล่งด้วยกันคือ

1. ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เป็นสัดส่วน 53.55%
2. ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งมาจากการนําเข้า เป็นสัดส่วน 35.53%
3. ก๊าซธรรมชาตินําเข้าจากเมียนมา เป็นสัดส่วน 10.92%

ประเทศไทยพึ่งพิง LNG ที่ต้องนำเข้า มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า

นโยบายพลังงานของไทย ยังพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ซึ่งเวลานี้กลายเป็นคำถามย้อนกลับว่า แนวทางแบบเดิมๆ จะสร้าง “ความมั่นคง” ทางพลังงานได้จริงไหม จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นอกจากประเทศไทยจะพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลักในการผลิตไฟฟ้าแล้ว เรายังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG จากการนำเข้าสูงมากอีกด้วย

ไทยผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ โดยใช้ราคาก๊าซในแบบที่เรียกว่า Pool Gas ซึ่งหมายถึงการนําราคาก๊าซทั้งสามแหล่งมาหารเฉลี่ยกัน โดยราคาเฉลี่ยในปี 2567 ของก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย อยู่ที่ 198.49 บาท/ล้านบีทียู ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 429.80 บาท/ล้านบีทียู และก๊าซธรรมชาตินําเข้าจากเมียนมา 351.84 บาท/ล้านบีทียู โดยมีราคา Pool Gas อยู่ที่ 303.75 บาท/ล้านบีทียู

จะเห็นได้ว่านอกจาก LNG จะมีราคาสูงที่สุดแล้ว ยังมีความผันผวนอย่างมากจากสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคา Pool Gas ที่ไทยใช้ในการซื้อก๊าซมาผลิตไฟฟ้า โดยในปี 2565 ราคา Pool Gas พุ่งสูงถึง 444 บาท/ล้านบีทียู เนื่องด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาก๊าซทั่วโลกสูงขึ้น และทำให้ค่าไฟของไทยในปีนั้นปรับขึ้นเป็น 4.72 บาท/หน่วย

การที่ประเทศไทยต้องพึ่งพึง LNG สูงในการผลิตไฟฟ้านั้น ส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าโดยตรง และต้นทุนที่สูงขึ้นนั้นก็จะส่งผ่านมายังบิลค่าไฟของเราทุกคน ทําให้ค่าไฟแพงมากขึ้นนั่นเอง

ประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตั้งแต่ปี 2554 โดยในเวลานั้นสัดส่วนการนำเข้า LNG อยู่ที่ร้อยละ 2.18 และมีแหล่งที่มาจาก 5 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ ไนจีเรีย อินโดนีเซีย เปรู และรัสเซีย นับจากนั้นจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 13 ปี ปริมาณการนำเข้า LNG ของไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2567 พบว่าประเทศไทยนำเข้า LNG เป็นจำนวน 507.59 ล้านลิตร โดยพบว่านำเข้าจากกาตาร์มากที่สุด 106.97 ล้านลิตร หรือคิดเป็น 21.07%

ปี 2567 ประเทศไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์มากที่สุด

กาตาร์ ถือเป็นแหล่งนำเข้า LNG หลักและใหญ่ที่สุดของไทยมาโดยตลอด โดยมีการนำเข้าในปริมาณสูงสุดอย่างต่อเนื่องเกือบทุกปี มีสัดส่วนการนำเข้าสะสมสูงถึงร้อยละ 42.69 ของปริมาณการนำเข้า LNG ทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางในตอนนี้ ซึ่งทำให้อาจเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันโลก รวมไปถึงการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ก็ต้องผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน

การที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้า LNG จากกาตาร์มากที่สุด จึงอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการซื้อแบบระยะสั้น หรือแบบ Spot ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการที่ LNG ไม่สามารถส่งออกได้และส่งผลให้มีราคาสูงมากขึ้น ในขณะที่การซื้อ-ขายแบบสัญญาระยะยาว หรือแบบ Long Term ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะอ้างอิงจากดัชนีราคาน้ำมันซึ่งก็อาจจะถีบตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์การสู้รบในครั้งนี้ โดยหากราคา LNG สูงขึ้นและไทยเองยังจำเป็นต้องนำเข้าเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าอยู่ ก็จะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2565 ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในรอบนั้นอยู่ที่ 4.03 บาท/หน่วย ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าที่ทะลุระดับ 4 บาทต่อหน่วยเป็นครั้งแรก หลังจากที่คงอยู่ในช่วง 3 บาทต่อหน่วยมาเป็นระยะเวลานานกว่า 14 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนกันยายน 2565 อัตราค่าไฟฟ้าก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย อันเป็นผลมาจากราคา LNG ที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา

เกิดสงคราม LNG แพง ค่าไฟแพง บทเรียนที่เคยเกิดขึ้นแล้ว

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าวคือ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าและยังเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย โดยเฉพาะราคา LNG ที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาจากการนำเข้า โดยในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งส่งผลให้ราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคา Pool Gas ที่ใช้ในการปรับค่าไฟฟ้าในรอบนั้นมีการประมาณการราคาอยู่ที่ 481.98 บาทต่อล้านบีทียู หรือคิดเป็นการปรับตัวสูงขึ้นถึง 77.98% เมื่อเทียบกับประมาณการราคาในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 270.80 บาทต่อล้านบีทียู
ดังนั้นเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ อาจจะทำให้เกิดการปรับราคาค่าไฟให้สูงขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน จากการที่ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกสูงขึ้นนั่นเอง

แม้จะมีบทเรียนมาแล้วว่าการพึ่งพิงเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ LNG มีราคาที่สูงและผันผวน จะส่งผลต่อค่าไฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะในยามที่เกิดสงคราม เช่นเดียวกับกับสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องจับตาดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลถึงค่าไฟของคนไทยแค่ไหน อย่างไร

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องจับตาดูเช่นเดียวกันก็คืออนาคตการใช้ LNG ของประเทศไทยโดยเฉพาะที่จะปรากฏในแผน PDP2026 ที่จะคลอดในกลางปีนี้ ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด จะยังคงเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซเข้ามาในระบบและทำให้ต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิด Fossil Locked-In หรือไม่ ประเทศไทยจะรับมือกับความไม่มั่นคงทางพลังงานจากการที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ที่มีราคาสูงและผันผวนอย่างไร ทั้งในยามที่เกิดสงครามและในยามปกติ รวมไปถึงจะตอบสนองกับวาระของชาติอย่างแผน NDC3.0 ที่จะต้องลดการใช้ก๊าซฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ในวันที่การใช้ก๊าซยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคพลังงานอยู่ในทุกวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...