โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับแรงหนุนเทคฯ แม้ความเสี่ยงภาษีสหรัฐยังปกคลุม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 02.48 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก นักลงทุนยังจับตาท่าทีภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังศาลฎีกาสหรัฐยกเลิกมาตรการเดิม แต่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% ทันที

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดการซื้อขายในแดนบวก แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ

โดยดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ 26,798.97 จุด เพิ่มขึ้น 385.62 จุด หรือ +1.46% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียขยับขึ้น 0.17% และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อาทิ SK Hynix ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 3% และ Samsung Electronics ที่บวก 2%

ด้านตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และจะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในวันนี้เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิ

บรรยากาศการลงทุนยังได้รับอิทธิพลจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากร เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในมาตรการคว่ำบาตรและควบคุมเงินทุนในภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงจากต่างประเทศเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังคำตัดสินเพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% ให้มีผลทันที โดยให้เหตุผลว่าหลายประเทศได้เอาเปรียบสหรัฐมาเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการตอบโต้ ซึ่งท่าทีดังกล่าวยังคงสร้างแรงกระเพื่อมต่อทิศทางตลาดการเงินทั่วโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...