โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ปธน.เกาหลีใต้” พลิกตลาดหุ้นให้กลายเป็นตลาดที่ทำผลงานดีสุดในโลกได้อย่างไร?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 05.04 น.

อดีตนักลงทุนรายย่อยที่เคยขาดทุนหนัก กลายเป็นประธานาธิบดีที่เดินหน้าปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัทและตลาดทุน จนดัชนี KOSPI พุ่งทะลุเป้า 5,000 จุด เปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ก่อนที่เขาจะพลิกโฉมตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก อี แจ-มยอง เคยเป็นเพียงนักลงทุนรายย่อยวัยสามสิบกว่า ที่เทรดหุ้นรายวันแล้วขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละเดือน

หลายสิบปีผ่านไป วันนี้อี แจ-มยอง ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองกับประสบการณ์ในอดีตนั้น ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าตัวเองเก่งด้านเดย์เทรด เขายอมรับตรง ๆ ว่าในเวลานั้นหุนหันพลันแล่นเกินไป แต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจคือความรู้สึกว่า การขาดทุนเหล่านั้นถูกซ้ำเติมจากดีลที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองบนความเสียหายของนักลงทุนรายย่อย

ความไม่พอใจดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินหน้าปฏิรูปภาคการเงินครั้งใหญ่หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทั้งการออกกฎที่สร้างความเท่าเทียมระหว่างผู้ถือหุ้น และเพิ่มความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท มาตรการเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่จุดประกายการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในโลก จนดัชนี KOSPI พุ่งทะลุเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ Kospi 5,000 ที่เขาใช้หาเสียงเสียอีก

ดัชนี KOSPI ปิดล่าสุดที่ 5,809 จุด เพิ่มขึ้น 38% ตั้งแต่ต้นปี และพุ่งขึ้นกว่า 115% นับตั้งแต่อีเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนความตั้งใจของเขาที่จะปรับโครงสร้างโมเดลเศรษฐกิจเกาหลี และแก้ปัญหาตลาดทุนที่ถูกตีราคาต่ำเมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่น ๆ

โอ กี-ฮยอง ส.ส.พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมการพิเศษ Kospi 5000 กล่าวว่า “ความเร็วของการปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก” พร้อมชี้ว่าความสำเร็จนี้ทำให้ทำเนียบประธานาธิบดีมีความมั่นใจมากขึ้นในการผลักดันเป้าหมายอื่น ๆ เช่น การควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรง และการปราบปรามการปั่นหุ้น

การพุ่งแรงของตลาดหุ้นทำให้อี แจ-มยอง กลายเป็นฮีโร่ในสายตานักลงทุนรายย่อยกว่า 14 ล้านคน หรือที่เรียกกันว่า “มด” ในเกาหลีใต้ กระแสความคึกคักนี้ยังช่วยหนุนคะแนนนิยมของเขา ในประเทศที่เพิ่งผ่านวิกฤตการเมืองจากการถอดถอนผู้นำคนก่อน

ที่สำคัญ ตลาดกระทิงรอบนี้กำลังบังคับให้ชาวเกาหลีเริ่มทบทวนความหมกมุ่นกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งเพียงทางเดียว และครองสัดส่วนเกือบ 75% ของสินทรัพย์ครัวเรือนทั้งหมด ปีเตอร์ คิม นักกลยุทธ์การลงทุนของ KB Securities ระบุว่า “การกระจุกตัวในอสังหาริมทรัพย์กำลังจะเริ่มกลับทิศ” และอาจเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของเกาหลีในทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ย้ำว่า อี แจ-มยอง ไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของ KOSPI กระแสการลงทุนในหุ้น AI ทั่วโลกได้ช่วยดันหุ้นเทคโนโลยีเกาหลีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ด้วย “การปฏิรูปช่วยเพิ่มมูลค่า แต่จะบอกว่าตลาดขึ้นเพราะนโยบายรัฐอย่างเดียวคงเกินจริง” มิโซ ดาส จาก JPMorgan กล่าว

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากต้องการเห็นหลักฐานว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นส่งต่อไปสู่เศรษฐกิจจริงหรือไม่ หากไม่เกิด wealth effect อย่างแท้จริง ความหมกมุ่นกับตลาดหุ้นอาจย้อนกลับมาสร้างแรงต้านทางการเมือง โดยเฉพาะในประเทศที่ครัวเรือนแบกรับหนี้ในระดับสูงติดอันดับโลก ซึ่งอีเองเคยเรียกว่าเป็น “ระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง”

อี แจ-มยอง กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ตลาดทุนที่ถูกประเมินค่าต่ำมานานกำลัง กลับมาเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมนวัตกรรมในอนาคต และการสะสมความมั่งคั่งของประเทศอย่างยั่งยืน ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดียืนยันว่ากำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการปราบปรามการบิดเบือนตลาด และส่งเสริมการลงทุนระยะยาว

อี แจ-มยอง เริ่มลงทุนหุ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อเสริมรายได้จากอาชีพภาครัฐในอนาคต แต่กลับล้มเหลว“ผมกลายเป็นเดย์เทรดเดอร์ เทรดทั้งวัน… มองย้อนกลับไป มันบ้าบิ่นมาก และผมเสียทุกอย่าง” เขาเคยเล่าในรายการ 3Pro TV

ประสบการณ์ในฐานะนักลงทุนรายย่อยทำให้เขาเข้าใจว่ากลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่สามารถผลักภาระขาดทุนให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยผ่านดีลที่เอื้อครอบครัวผู้ก่อตั้ง ขณะที่กฎหมายพาณิชย์เดิมผูกหน้าที่กรรมการไว้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ มากกว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อีชูประเด็น Kospi 5000 ตั้งแต่การลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2565 แม้จะแพ้ไปอย่างเฉียดฉิว แต่กลับมาได้รับเลือกตั้งในครั้งถัดมา หลังประเทศเผชิญวิกฤตการเมือง

หลังเข้ารับตำแหน่ง เขาเร่งแก้กฎหมายขยายหน้าที่ความรับผิดของกรรมการ ปรับโครงสร้างภาษีเงินปันผล เพิ่มทรัพยากรปราบการทุจริตตลาด และวางโรดแมปยกระดับตลาดเกาหลีสู่สถานะประเทศพัฒนาแล้วตามเกณฑ์ MSCI

เพื่อแสดงความจริงใจ อีซื้อ ETF ในตลาดหุ้นเกาหลีมูลค่า 40 ล้านวอน ก่อนเลือกตั้ง และให้คำมั่นว่าจะลงทุนเดือนละ 1 ล้านวอนตลอด 5 ปี ซึ่งจนถึงกันยายนให้ผลตอบแทนแล้วกว่า 26%

ทุกวันนี้ คำพูดหรือสัญญาณใด ๆ จากอีสามารถเขย่าตลาดได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือข้อเสนอให้คุ้มครองค่ารักษาผมร่วง

แม้แรงส่งจะยังอยู่ แต่ความท้าทายยังมาก เศรษฐกิจเกาหลีหดตัวในไตรมาส 4 ตลาดอสังหาฯ ยังร้อนแรง และความเหลื่อมล้ำยังเป็นโจทย์ใหญ่

อย่างไรก็ตามอี แจ-มยอง มักย้ำเสมอว่า เขาเคยเป็นมดตัวใหญ่มาก่อน และเมื่อวันหนึ่งเส้นทางการเมืองสิ้นสุดลง เขาอยากกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายกับการเทรดหุ้นอีกครั้ง คราวนี้ในระบบที่เขาเป็นคนช่วยสร้างให้ยุติธรรมกว่าเดิม

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...