“ปธน.เกาหลีใต้” พลิกตลาดหุ้นให้กลายเป็นตลาดที่ทำผลงานดีสุดในโลกได้อย่างไร?
อดีตนักลงทุนรายย่อยที่เคยขาดทุนหนัก กลายเป็นประธานาธิบดีที่เดินหน้าปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัทและตลาดทุน จนดัชนี KOSPI พุ่งทะลุเป้า 5,000 จุด เปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ก่อนที่เขาจะพลิกโฉมตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก อี แจ-มยอง เคยเป็นเพียงนักลงทุนรายย่อยวัยสามสิบกว่า ที่เทรดหุ้นรายวันแล้วขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละเดือน
หลายสิบปีผ่านไป วันนี้อี แจ-มยอง ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองกับประสบการณ์ในอดีตนั้น ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าตัวเองเก่งด้านเดย์เทรด เขายอมรับตรง ๆ ว่าในเวลานั้นหุนหันพลันแล่นเกินไป แต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจคือความรู้สึกว่า การขาดทุนเหล่านั้นถูกซ้ำเติมจากดีลที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองบนความเสียหายของนักลงทุนรายย่อย
ความไม่พอใจดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินหน้าปฏิรูปภาคการเงินครั้งใหญ่หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทั้งการออกกฎที่สร้างความเท่าเทียมระหว่างผู้ถือหุ้น และเพิ่มความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท มาตรการเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่จุดประกายการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในโลก จนดัชนี KOSPI พุ่งทะลุเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ Kospi 5,000 ที่เขาใช้หาเสียงเสียอีก
ดัชนี KOSPI ปิดล่าสุดที่ 5,809 จุด เพิ่มขึ้น 38% ตั้งแต่ต้นปี และพุ่งขึ้นกว่า 115% นับตั้งแต่อีเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนความตั้งใจของเขาที่จะปรับโครงสร้างโมเดลเศรษฐกิจเกาหลี และแก้ปัญหาตลาดทุนที่ถูกตีราคาต่ำเมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่น ๆ
โอ กี-ฮยอง ส.ส.พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมการพิเศษ Kospi 5000 กล่าวว่า “ความเร็วของการปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก” พร้อมชี้ว่าความสำเร็จนี้ทำให้ทำเนียบประธานาธิบดีมีความมั่นใจมากขึ้นในการผลักดันเป้าหมายอื่น ๆ เช่น การควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรง และการปราบปรามการปั่นหุ้น
การพุ่งแรงของตลาดหุ้นทำให้อี แจ-มยอง กลายเป็นฮีโร่ในสายตานักลงทุนรายย่อยกว่า 14 ล้านคน หรือที่เรียกกันว่า “มด” ในเกาหลีใต้ กระแสความคึกคักนี้ยังช่วยหนุนคะแนนนิยมของเขา ในประเทศที่เพิ่งผ่านวิกฤตการเมืองจากการถอดถอนผู้นำคนก่อน
ที่สำคัญ ตลาดกระทิงรอบนี้กำลังบังคับให้ชาวเกาหลีเริ่มทบทวนความหมกมุ่นกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งเพียงทางเดียว และครองสัดส่วนเกือบ 75% ของสินทรัพย์ครัวเรือนทั้งหมด ปีเตอร์ คิม นักกลยุทธ์การลงทุนของ KB Securities ระบุว่า “การกระจุกตัวในอสังหาริมทรัพย์กำลังจะเริ่มกลับทิศ” และอาจเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของเกาหลีในทศวรรษหน้า
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ย้ำว่า อี แจ-มยอง ไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของ KOSPI กระแสการลงทุนในหุ้น AI ทั่วโลกได้ช่วยดันหุ้นเทคโนโลยีเกาหลีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ด้วย “การปฏิรูปช่วยเพิ่มมูลค่า แต่จะบอกว่าตลาดขึ้นเพราะนโยบายรัฐอย่างเดียวคงเกินจริง” มิโซ ดาส จาก JPMorgan กล่าว
นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากต้องการเห็นหลักฐานว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นส่งต่อไปสู่เศรษฐกิจจริงหรือไม่ หากไม่เกิด wealth effect อย่างแท้จริง ความหมกมุ่นกับตลาดหุ้นอาจย้อนกลับมาสร้างแรงต้านทางการเมือง โดยเฉพาะในประเทศที่ครัวเรือนแบกรับหนี้ในระดับสูงติดอันดับโลก ซึ่งอีเองเคยเรียกว่าเป็น “ระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง”
อี แจ-มยอง กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ตลาดทุนที่ถูกประเมินค่าต่ำมานานกำลัง กลับมาเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมนวัตกรรมในอนาคต และการสะสมความมั่งคั่งของประเทศอย่างยั่งยืน ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดียืนยันว่ากำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการปราบปรามการบิดเบือนตลาด และส่งเสริมการลงทุนระยะยาว
อี แจ-มยอง เริ่มลงทุนหุ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อเสริมรายได้จากอาชีพภาครัฐในอนาคต แต่กลับล้มเหลว“ผมกลายเป็นเดย์เทรดเดอร์ เทรดทั้งวัน… มองย้อนกลับไป มันบ้าบิ่นมาก และผมเสียทุกอย่าง” เขาเคยเล่าในรายการ 3Pro TV
ประสบการณ์ในฐานะนักลงทุนรายย่อยทำให้เขาเข้าใจว่ากลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่สามารถผลักภาระขาดทุนให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยผ่านดีลที่เอื้อครอบครัวผู้ก่อตั้ง ขณะที่กฎหมายพาณิชย์เดิมผูกหน้าที่กรรมการไว้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ มากกว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมด
อีชูประเด็น Kospi 5000 ตั้งแต่การลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2565 แม้จะแพ้ไปอย่างเฉียดฉิว แต่กลับมาได้รับเลือกตั้งในครั้งถัดมา หลังประเทศเผชิญวิกฤตการเมือง
หลังเข้ารับตำแหน่ง เขาเร่งแก้กฎหมายขยายหน้าที่ความรับผิดของกรรมการ ปรับโครงสร้างภาษีเงินปันผล เพิ่มทรัพยากรปราบการทุจริตตลาด และวางโรดแมปยกระดับตลาดเกาหลีสู่สถานะประเทศพัฒนาแล้วตามเกณฑ์ MSCI
เพื่อแสดงความจริงใจ อีซื้อ ETF ในตลาดหุ้นเกาหลีมูลค่า 40 ล้านวอน ก่อนเลือกตั้ง และให้คำมั่นว่าจะลงทุนเดือนละ 1 ล้านวอนตลอด 5 ปี ซึ่งจนถึงกันยายนให้ผลตอบแทนแล้วกว่า 26%
ทุกวันนี้ คำพูดหรือสัญญาณใด ๆ จากอีสามารถเขย่าตลาดได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือข้อเสนอให้คุ้มครองค่ารักษาผมร่วง
แม้แรงส่งจะยังอยู่ แต่ความท้าทายยังมาก เศรษฐกิจเกาหลีหดตัวในไตรมาส 4 ตลาดอสังหาฯ ยังร้อนแรง และความเหลื่อมล้ำยังเป็นโจทย์ใหญ่
อย่างไรก็ตามอี แจ-มยอง มักย้ำเสมอว่า เขาเคยเป็นมดตัวใหญ่มาก่อน และเมื่อวันหนึ่งเส้นทางการเมืองสิ้นสุดลง เขาอยากกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายกับการเทรดหุ้นอีกครั้ง คราวนี้ในระบบที่เขาเป็นคนช่วยสร้างให้ยุติธรรมกว่าเดิม
อ้างอิง : bloomberg.com