โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดสมการอำนาจ เกมตั้งรัฐบาล

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
หลังจากมีกระแสข่าว “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพรรคการเมืองเริ่มมีอาการกระเหี้ยนกระหือรือ อยากร่วมรัฐบาล ขณะที่บางพรรคก็เริ่มหวั่นเกรงว่าจะตกขบวน สะท้อนจากปรากฏการณ์ข่าวที่ออกมาในแต่ละวัน

ทำให้ “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องออกมาสยบกระแสข่าว พร้อมยืนยันว่า อำนาจการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือของตัวเอง จากตัวเลขว่าที่ สส. 193 เสียง ที่ทิ้งพรรคอันดับ 2 ห่างหลายช่วงตัว

มีรายงานจากห้องประชุม สส.พรรคสีน้ำเงิน” เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.พ. ว่า ยืนยันชัดเจนว่า อำนาจการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่ตัวเอง และจะมอบหมายให้หัวหน้า และเลขาธิการพรรคเป็นผู้เจรจาเต็มรูปแบบ โดยจะเรียงลำดับหารือกับพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 3-4-5 ประกอบด้วย “พรรคเพื่อไทย” 74 เสียง “พรรคกล้าธรรม” 58 เสียง และ “พรรคประชาธิปัตย์” 22 เสียง ขณะที่ “พรรคประชาชน” อันดับ 2 จำนวน 118 เสียง ถูกเว้นไว้ เนื่องจากต้องการไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และฟื้นฟูพรรคหลังแพ้ย่อยยับ

นอกจากนี้ ยังมีพรรคเล็กต่างๆ แสดงตัวพร้อมสนับสนุนพรรค “สีน้ำเงิน” อาทิ “พรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่” รวมกันพรรคการเมืองอื่นๆ นับได้จำนวน 30 เสียง พร้อมหนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯสมัยที่ 2 ส่งผลให้ตัวเลขในมือ “พรรคภูมิใจไทย” ขยับขึ้นเป็น 223 เสียง ขาดอีกไม่ถึง 30 เสียง ก็เพียงพอต่อการโหวตนายกรัฐมนตรีได้

พรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้นโยบายรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน แม้ว่าในอดีตจะเคยขัดแย้งกันมาทั้งความคิดและแนวทางการทำงาน แต่หากมาร่วมกันแล้วขอให้หยุดความขัดแย้งทั้งหมด แล้วมาช่วยทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะความขัดแย้งทางการเมืองไม่สามารถทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้” แหล่งข่าวจากที่ประชุม ภท.กล่าว

การเดินเกมลักษณะนี้ทำให้ “พรรคสีน้ำเงิน” พยายามสร้างภาพลักษณ์การจัดตั้งรัฐบาลให้ดูดี ด้วยการทำให้เห็นว่าไม่ได้เลือกพรรคใดเป็นพิเศษ แต่พร้อมให้โอกาสทุกพรรคตามลำดับคะแนนที่ประชาชนมอบให้ เป็นการจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงประชาชน โดยไม่สนใจความขัดแย้งในอดีต แม้จะเคยถูกถีบพ้นจากรัฐบาล รวมถึงต้องเผชิญแรงกระแทกจากคดีฮั้ว สว. และเขากระโดง ที่เล่นงานหนักจนลามไปถึงผู้นำจิตวิญญาณของ “พรรคสีน้ำเงิน

ขณะเดียวกัน “พรรคสีน้ำเงิน” ยังต้องการลดอำนาจต่อรองตำแหน่งต่างๆของพรรคอื่น หลังเริ่มมีบางพรรคระดมพรรคเล็กเข้ามาอยู่ในการดูแล อีกทั้งในช่วงเลือกตั้งยังสร้างความไม่พอใจ เพราะเล่นกันแรงจนทำให้บางคนใน “พรรคสีน้ำเงิน” สอบตก ทั้งที่เคยตกลงกันแล้ว

นอกจากนี้ “พรรคสีน้ำเงิน” ยังต้องการรับผิดชอบกระทรวงเศรษฐกิจ และกระทรวงด้านความมั่นคงอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อทำงานรับใช้ประชาชนตามที่หาเสียงไว้ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม

โดยมี 3 กระทรวงที่ล็อกไว้ให้ “3 แม่ครัว” ได้แก่ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เป็นรองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เป็นรองนายกฯ และ รมว.การคลัง และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เป็นรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์

ท่าทีดังกล่าวสอดรับกับคำปราศรัยของ “ศุภจี” ที่เคยหาเสียงที่ จ.อุบลราชธานี โดยระบุว่า หากต้องการให้ราคาข้าว มันสำปะหลัง และราคาวัวดี ต้องเลือกภูมิใจไทยเยอะๆ เพราะจะเข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงอุตสาหกรรมให้เบ็ดเสร็จ ขณะเดียวกัน “นายกฯ อนุทิน” ก็เคยเปรยว่าต้องการสมการรัฐบาล “สีธงชาติ” น้ำเงิน ขาว แดง จึงกลายเป็นแรงกดดันไปที่พรรคกล้าธรรมทันที

ล่าสุด “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแกนนำ “พรรคเพื่อไทย” ได้ตอบรับร่วมรัฐบาล เข้าไปสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ โดยไม่มีเงื่อนไขอะไร โดยให้เหตุผล ว่า สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคทำให้สร้างประโยชน์ให้ประชาชน เพื่อให้ “พรรคเพื่อไทย” มีผลงาน เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา

ท้ายที่สุด ด้วยสมการตัวเลขของพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง บวกเพื่อไทย 74 เสียง บวกพรรคเล็ก 28 เสียง รวมเป็น 295 เสียง จึงทำให้ “พรรคสีน้ำเงิน” กลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า และเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคอันดับ 3 พ่วงอันดับ 5 หรือเลือกพรรคอันดับ 4 เพียงพรรคเดียว ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเดิม

หลังจากนั้น “ภูมิใจไทย” จะทาบทาม “พรรคกล้าธรรม” มีรายงานข่าวว่า มีเป้าหมายยึดโควตากระทรวงเกษตรฯไว้ที่ “พรรคน้ำเงิน” หากไม่ยอมมีโอกาสสูงที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

ด้าน “ร..ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ยังแสดงความมั่นใจ ว่า จะได้ร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า การเมืองของตัวเองเดินสเต็ปไม่ธรรมดา และสมการการเมืองขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน สูตรรัฐบาลธงชาติ น้ำเงิน ขาว แดง อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้

โดยมีการประเมินว่า “พรรคสีน้ำเงิน” ไม่น่าจะเลือกเหมาทั้งหมด เพราะไม่ต้องการรัฐบาลใหญ่เกินไป เนื่องจากจะกระทบต่อจำนวนเก้าอี้ ครม.ที่มีจำกัด

ดังนั้นพรรคการเมืองที่ต้องการร่วมขบวนจึงไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องลดเงื่อนไข ลดข้อต่อรอง และเดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยในฐานะ “ผู้เลือก” อย่างแท้จริง เพราะหากยังยืนกรานต่อรองมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นฝ่ายที่ถูกตัดออกจากสมการรัฐบาลในที่สุด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...