หวาดเสียว ‘ประชามติ 8 ก.พ.’ ลุ้นไฟเขียวแก้-ร่าง รธน.ใหม่
คอลัมน์ : สู่สนามเลือกตั้ง 2569
การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ใกล้เข้ามา ความสนใจของสังคมไปอยู่ที่ว่า พรรคไหนจะได้เสียงมากที่สุด และจะจัดตั้งรัฐบาลได้เรียบร้อยหรือไม่
เรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.เช่นกัน คือการลงประชามติให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ถูกกลบด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง สส.ไป
เมื่อ 25 ม.ค. 2569 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตัวแทน 4 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคไทยสร้างไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงจุดยืนต่อการทำประชามติ
ทั้ง 4 พรรคเห็นว่าการลงประชามติ ให้แก้ไข ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ น่าจะเกิดขึ้น
แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะเป็นประชามติที่หนักแน่นแค่ไหน และเห็นว่าในเวลาที่เหลืออยู่ ควรเร่งรณรงค์ให้ออกมาแสดงความเห็นให้มากที่สุด
จาตุรนต์ ฉายแสง ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย และเป็นฝ่ายรณรงค์ของพรรคต่อประเด็นทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เห็นว่าประชามติครั้งนี้เสียงเห็นชอบน่าจะผ่านไปได้ แต่ประมาทไม่ได้ เพราะยังมีประชาชนที่ไม่รู้ว่า วันที่ 8 ก.พ.นี้ นอกจากการเลือกตั้ง สส. แล้วยังต้องออกเสียงประชามติด้วย
การเผยแพร่เรื่องนี้ให้ประชาชนรับรู้มีน้อยมาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่เผยแพร่ แม้กระทั่งผู้สมัครรับเลือกตั้งบางคนก็ยังไม่รู้ ตอนแรก กกต.เองบอกว่า ห้ามพรรคการเมืองชี้นำ แต่ กกต.ต่างหากที่เข้าใจผิด เพราะกฎหมายห้าม กกต.ชี้นำ
แม้ภายหลัง กกต.ชี้แจงแก้ไขว่า พรรคการเมืองทำได้แล้ว แต่ข่าวที่ออกมาก็น้อยกว่าตอนแรก
รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นระบบของคณะรัฐประหาร ที่ตั้งใจไม่ให้ประชาชนมีอำนาจ มีสิทธิ มีเสียง
แต่พรรคการเมืองไม่ควรเสนอตัวเองเข้าไปแก้เอง เพราะจะถูกกล่าวหาว่าเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญกันเพื่อตัวเอง จึงต้องให้ประชาชนเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้
แต่ถ้าเกิดผลประชามติออกมาว่า ประชาชนไม่เห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำให้การแก้ไขปัญหาจากรัฐธรรมนูญต่อเป็นไปได้ยาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็ระบุแล้วว่า จะไม่สามารถทำได้อีก จนกว่าจะมีการประชามติอีกครั้ง และประชาชนให้ความเห็นชอบ
อีกความเห็นจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ตัวแทนของพรรคประชาชน ประเมินว่า ผู้มีสิทธิจะลงมติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จะผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้
ต้องตั้งเป้าหมายให้เสียงชนะขาด เพื่อไม่ให้ สว.มีข้ออ้างได้ว่า ประชาชนต้องการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ต่อ
จากการพบปะประชาชน คิดว่าจะผ่านประชามติ แต่จะไม่เด็ดขาดให้พอเป็นอาวุธในการสู้ลำดับต่อไปได้
ธนาธรชี้ว่า เสียงเห็นด้วยอย่างน้อยต้อง 65% ขึ้นไป ถ้าเสียงเห็นชอบแค่ 55%-45% จะไม่หนักแน่นพอ แต่จะทำให้ถึงเป้า 65% ก็เป็นเรื่องยาก
ช่วงเวลาก่อนประชามติที่เหลืออยู่ตอนนี้มีค่ามากจริง ๆ ทุกพรรคการเมืองที่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ น่าจะต้องช่วยกันสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่รู้ว่ามีประชามติ แต่ไม่รู้ว่าประชามติเรื่องอะไร
ต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า การทำประชามติครั้งนี้คือการเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทำให้มรดกของคณะรัฐประหารสิ้นสุดลง ส่วนเรื่องข้างหน้าว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร ยังไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันตอนนี้ เพื่อให้มีประชาชนที่เห็นร่วมกันว่าต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ มาร่วมมากที่สุด
จากความเห็นดังกล่าวก็ต้องถือว่า เรื่องประชามติรัฐธรรมนูญยังน่าห่วง
ยิ่งนำมาพ่วงกับการเลือกตั้ง เลยยิ่งเงียบ ไม่ได้รับความสนใจมากนัก
“เข้าทาง” ของกลุ่มอำนาจที่ได้ประโยชน์ และไม่อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
เป็นอีกประเด็นสำคัญ ไม่แพ้การเลือก สส. และเลือกรัฐบาล ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หวาดเสียว ‘ประชามติ 8 ก.พ.’ ลุ้นไฟเขียวแก้-ร่าง รธน.ใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net