โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หวาดเสียว ‘ประชามติ 8 ก.พ.’ ลุ้นไฟเขียวแก้-ร่าง รธน.ใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 03.39 น.

คอลัมน์ : สู่สนามเลือกตั้ง 2569

การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ใกล้เข้ามา ความสนใจของสังคมไปอยู่ที่ว่า พรรคไหนจะได้เสียงมากที่สุด และจะจัดตั้งรัฐบาลได้เรียบร้อยหรือไม่

เรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.เช่นกัน คือการลงประชามติให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่ถูกกลบด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง สส.ไป

เมื่อ 25 ม.ค. 2569 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตัวแทน 4 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคไทยสร้างไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงจุดยืนต่อการทำประชามติ

ทั้ง 4 พรรคเห็นว่าการลงประชามติ ให้แก้ไข ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ น่าจะเกิดขึ้น

แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะเป็นประชามติที่หนักแน่นแค่ไหน และเห็นว่าในเวลาที่เหลืออยู่ ควรเร่งรณรงค์ให้ออกมาแสดงความเห็นให้มากที่สุด

จาตุรนต์ ฉายแสง ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย และเป็นฝ่ายรณรงค์ของพรรคต่อประเด็นทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เห็นว่าประชามติครั้งนี้เสียงเห็นชอบน่าจะผ่านไปได้ แต่ประมาทไม่ได้ เพราะยังมีประชาชนที่ไม่รู้ว่า วันที่ 8 ก.พ.นี้ นอกจากการเลือกตั้ง สส. แล้วยังต้องออกเสียงประชามติด้วย

การเผยแพร่เรื่องนี้ให้ประชาชนรับรู้มีน้อยมาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่เผยแพร่ แม้กระทั่งผู้สมัครรับเลือกตั้งบางคนก็ยังไม่รู้ ตอนแรก กกต.เองบอกว่า ห้ามพรรคการเมืองชี้นำ แต่ กกต.ต่างหากที่เข้าใจผิด เพราะกฎหมายห้าม กกต.ชี้นำ

แม้ภายหลัง กกต.ชี้แจงแก้ไขว่า พรรคการเมืองทำได้แล้ว แต่ข่าวที่ออกมาก็น้อยกว่าตอนแรก

รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นระบบของคณะรัฐประหาร ที่ตั้งใจไม่ให้ประชาชนมีอำนาจ มีสิทธิ มีเสียง

แต่พรรคการเมืองไม่ควรเสนอตัวเองเข้าไปแก้เอง เพราะจะถูกกล่าวหาว่าเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญกันเพื่อตัวเอง จึงต้องให้ประชาชนเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้

แต่ถ้าเกิดผลประชามติออกมาว่า ประชาชนไม่เห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำให้การแก้ไขปัญหาจากรัฐธรรมนูญต่อเป็นไปได้ยาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็ระบุแล้วว่า จะไม่สามารถทำได้อีก จนกว่าจะมีการประชามติอีกครั้ง และประชาชนให้ความเห็นชอบ

อีกความเห็นจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ตัวแทนของพรรคประชาชน ประเมินว่า ผู้มีสิทธิจะลงมติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จะผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้

ต้องตั้งเป้าหมายให้เสียงชนะขาด เพื่อไม่ให้ สว.มีข้ออ้างได้ว่า ประชาชนต้องการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ต่อ

จากการพบปะประชาชน คิดว่าจะผ่านประชามติ แต่จะไม่เด็ดขาดให้พอเป็นอาวุธในการสู้ลำดับต่อไปได้

ธนาธรชี้ว่า เสียงเห็นด้วยอย่างน้อยต้อง 65% ขึ้นไป ถ้าเสียงเห็นชอบแค่ 55%-45% จะไม่หนักแน่นพอ แต่จะทำให้ถึงเป้า 65% ก็เป็นเรื่องยาก

ช่วงเวลาก่อนประชามติที่เหลืออยู่ตอนนี้มีค่ามากจริง ๆ ทุกพรรคการเมืองที่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ น่าจะต้องช่วยกันสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่รู้ว่ามีประชามติ แต่ไม่รู้ว่าประชามติเรื่องอะไร

ต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า การทำประชามติครั้งนี้คือการเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทำให้มรดกของคณะรัฐประหารสิ้นสุดลง ส่วนเรื่องข้างหน้าว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร ยังไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันตอนนี้ เพื่อให้มีประชาชนที่เห็นร่วมกันว่าต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ มาร่วมมากที่สุด

จากความเห็นดังกล่าวก็ต้องถือว่า เรื่องประชามติรัฐธรรมนูญยังน่าห่วง
ยิ่งนำมาพ่วงกับการเลือกตั้ง เลยยิ่งเงียบ ไม่ได้รับความสนใจมากนัก

“เข้าทาง” ของกลุ่มอำนาจที่ได้ประโยชน์ และไม่อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

เป็นอีกประเด็นสำคัญ ไม่แพ้การเลือก สส. และเลือกรัฐบาล ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หวาดเสียว ‘ประชามติ 8 ก.พ.’ ลุ้นไฟเขียวแก้-ร่าง รธน.ใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...