โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 02.50 น.

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรน

ไมเกรน (Migraine) ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพราะเป็นโรคที่มีความซับซ้อน ทำให้สื่อมวลชนชั้นนำของโลก เช่น The Week และ Cleveland Clinic Health โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “องค์การอนามัยโลก” หรือ World Health Organization (WHO) อธิบายตรงกันว่า ความยากในการหาวิธีรักษาไมเกรนเกิดจากหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน

เพราะไมเกรนไม่ใช่เพียงอาการปวดหัว แต่เป็นโรคทางระบบประสาทที่มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ระบบ The Trigeminovascular System (TVS) และสารสื่อประสาทหลายชนิด เช่น Serotonin และ CGRP ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นการอักเสบของหลอดเลือดและเยื่อหุ้มสมอง

ความซับซ้อนนี้ทำให้การพัฒนายาที่สามารถควบคุมทุกปัจจัยพร้อมกันเป็นเรื่องยาก

และแม้จะมีการพัฒนายารุ่นใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดโรคได้ทั้งหมด

อีกเหตุผลสำคัญก็คือ “ความแตกต่างระหว่างบุคคล”

เนื่องจากผู้ป่วยหลายรายตอบสนองต่อยาได้ดี แต่กลับไม่มีผลกับบางราย หรือเกิดผลข้างเคียง กรณีที่เรียกว่า Refractory Migraine หรือ “ไมเกรนดื้อยา” เป็นความท้าทายที่แพทย์ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางฮอร์โมนซึ่งเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้หญิงที่มีอัตราการเป็นไมเกรนสูงกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในรอบเดือน การตั้งครรภ์ หรือการหมดประจำเดือน ล้วนทำให้ไมเกรนกำเริบได้ง่ายขึ้น

ซึ่งหมายความว่า การรักษาไมเกรนต้องปรับเปลี่ยนตามช่วงชีวิตและสภาวะร่างกายของผู้ป่วยนั่นเอง

ปัญหาด้านสุขภาพจิตก็เป็นปัจจัยสำคัญของไมเกรน ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่เพียงพอ และการทำงานหนัก หรือการทำงานในสภาวะกดดันเป็นเวลานาน

ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นสำคัญของไมเกรน เพราะแม้จะใช้ยาแล้ว แต่หากไม่จัดการปัจจัยต่างๆ ข้างต้น อาการของไมเกรนก็จะยังคงกลับมา

ซึ่งสะท้อนว่า ไมเกรนไม่ใช่โรคที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว

ทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่า ไมเกรนยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพราะเป็นโรคที่มีหลายมิติและซับซ้อน การรักษาในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการ ลดความถี่ และจัดการปัจจัยกระตุ้น มากกว่าการกำจัดโรคให้หมดไป

ต่างๆ นานาเหล่านี้ทำให้นี่คือเหตุผลที่ไมเกรนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดในระดับโลก

เนื่องจากไมเกรนเป็นโรคที่ถูกเข้าใจผิดมาอย่างยาวนาน หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดหัวธรรมดา

แต่แท้ที่จริงแล้วไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่ซับซ้อนและมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมหาศาล

“องค์การอนามัยโลก” จัดให้ไมเกรนเป็น “1 ใน 10 สาเหตุหลัก” ของ “ความพิการ” ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประชากรอายุต่ำกว่า 50 ปี

รายงานจาก The Lancet Neurology ระบุว่า ไมเกรนเป็นโรคที่สร้างภาระทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดโรคหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในช่วงที่อาการกำเริบ

สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนนั้น ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยเดียว

แต่เป็นผลลัพธ์ของการบรรจบกันระหว่างพันธุกรรม ระบบประสาท ฮอร์โมน สิ่งแวดล้อม และปัจจัยทางสังคม

งานวิจัยจาก Nature Reviews Neurology ชี้ว่า ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของระบบ The Trigeminovascular System (TVS) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทไตรเจมินัล (Trigeminal Nerve) หรือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 และหลอดเลือดสมอง

เมื่อระบบนี้ถูกกระตุ้น จะมีการปลดปล่อยสารสื่อประสาท เช่น Calcitonin Gene-Related Peptide (CGRP) หรือเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับยีนแคลซิโทนิน ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรงที่เป็นลักษณะเฉพาะของไมเกรน

พันธุกรรมก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดความเสี่ยงต่อไมเกรน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine พบว่า ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นไมเกรนมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปที่จะเป็นโรคนี้

เพราะยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทำงานของเซลล์ประสาทและหลอดเลือด เช่น CACNA1A และ ATP1A2 ถูกระบุว่ามีความสัมพันธ์กับไมเกรน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไมเกรนชนิดที่มีอาการนำ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการทางสายตาหรือประสาทสัมผัสก่อนเกิดอาการปวดหัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ที่มีบทบาทสำคัญในการอธิบายว่า ทำไมผู้หญิงจึงมีอัตราการเป็นไมเกรนสูงกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน

BBC Health รายงานว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า และอาการมักกำเริบในช่วงที่ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น รอบเดือน การตั้งครรภ์ หรือการหมดประจำเดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างระบบประสาทกับระบบต่อมไร้ท่อที่ซับซ้อน

นอกจากปัจจัยทางชีววิทยาแล้ว ปัจจัยทางจิตวิทยาก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน New York Times Health รายงานว่า ความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่เพียงพอ และการทำงานหนัก หรือการทำงานในสภาวะกดดันเป็นเวลานาน คือตัวกระตุ้นสำคัญของไมเกรน

เพราะผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดสูง มีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ นั่นเอง

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การบริโภคอาหารบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต ไวน์แดง หรืออาหารที่มีสารกระตุ้นประสาทอย่างคาเฟอีน สามารถทำให้ไมเกรนกำเริบได้

สิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมากมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นแรง หรือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

“องค์การอนามัยโลก” ระบุว่า ในบางภูมิภาคที่มีสภาพอากาศรุนแรง เช่น การเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศอย่างฉับพลัน มีอัตราการเกิดไมเกรนสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ

สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยทางภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสามารถมีผลต่อระบบประสาทของมนุษย์ได้จริง

ไมเกรนจึงนับเป็นโรคที่สร้างภาระทางเศรษฐกิจมหาศาล

International Headache Society รายงานว่า ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมากสูญเสียวันทำงานเฉลี่ย 4-6 วันต่อเดือน และแม้ในวันที่ไม่มีอาการกำเริบ ผู้ป่วยก็ยังมีประสิทธิภาพการทำงานลดลงเนื่องจากความกังวลว่าจะเกิดอาการขึ้นอีก

นี่คือสิ่งที่ “นักเศรษฐศาสตร์สุขภาพ” เรียกว่า Hidden Burden หรือภาระที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่สามารถวัดได้จากสถิติการลาป่วยเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาในภาพรวม สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนจึงไม่ใช่เพียงการทำงานผิดปกติของสมองหรือสารเคมีในระบบประสาท แต่เป็นผลลัพธ์ของการบรรจบกันระหว่างพันธุกรรม ฮอร์โมน ระบบประสาท สิ่งแวดล้อม จิตวิทยา และสังคม

การทำความเข้าใจไมเกรน จึงต้องอาศัยมุมมองแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งชีววิทยาและสังคมศาสตร์

การรักษาไมเกรนจึงไม่สามารถจำกัดอยู่ที่การใช้ยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงการจัดการความเครียด การปรับพฤติกรรมการนอน การควบคุมอาหาร และการสร้างระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงได้สำหรับประชากรทุกกลุ่ม

ไมเกรนจึงเป็นโรคที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศทางชีววิทยาและสังคมพร้อมกัน

การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนไม่ใช่เพียงการหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสมอง ร่างกาย และโลกที่เราดำรงอยู่

และนี่คือสิ่งที่ทำให้ไมเกรนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายทางการแพทย์และสังคมที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 นั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...