โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องแผนรับมือ ‘พลังงาน’ รัฐบาลไทย จ่อเสนอคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันฯ หลังใช้เงินตรึงราคาวันละ 700 ล้านบาท

The Momentum

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 23.52 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 10.29 น. • THE MOMENTUM

สถานการณ์ ‘พลังงานโลก’ ยังคงระส่ำอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำดิบโลกพุ่งสูงขึ้นแตะที่ระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ด้าน ซาอัด อัล คาอาบี (Saad al-Kaabi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times เปิดเผยว่า หากสงครามที่เกิดขึ้นยังคงยืดเยื้อเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ทั่วโลก

คาอาบียังมองด้วยว่า ราคาพลังงานของทุกประเทศมีแต่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าบางประเภทจะขาดแคลน และเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อโรงงานที่ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้ นอกจากนั้นแล้วการโจมตีกลับของอิหร่านต่อประเทศที่อยู่รอบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) ทำให้กาตาร์ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิต LNG สำคัญรายหนึ่งของโลกต้องหยุดการส่งออกพลังงานดังกล่าว

ขณะที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวอยู่ในระดับที่สูงถึง 65% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด โดยกระทรวงพลังงานเปิดเผยแนวทางรับมือเชิงรุก 3 ด้านกับสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจไว้ดังนี้

1. ด้านการบริหารราคาพลังงาน จะดำเนินการผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 สถานะกองทุนยังคงเป็นบวกที่ 2,459 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานมีมติให้ ‘ตรึง’ ราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทไปจนถึงวันที่ 17 มีนาคมนี้ ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) จะตรึงราคาไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม

ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอที่จะออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เหมือนตอนที่เกิดสถานการณ์ด้านพลังงานในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยปัจจุบันหนี้ของกองทุนยังคงเหลือยอดชำระให้กับสถาบันทางการเงินอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะใช้หมดได้ภายในปี 2572

ทั้งนี้มีการคาดการณ์จาก อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า กองทุนดังกล่าวจะต้องใช้เงินประมาณวันละ 700 ล้านบาท เพื่อแบกรับภาระราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทุนยังมีศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตได้ในระยะแรก ก่อนที่จะมีการดำเนินกู้เงินเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 จากสำนักการเงินและบัญชี สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเปิดเผยว่า สถานะของกองทุนกลับมา ‘ติดลบที่ 786 ล้านบาท’ โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 36,949 ล้านบาท บัญชี LPG ติดลบ 37,735 ล้านบาท

2. จัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยกระทรวงพลังงานสั่งการให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและ LNG เพิ่มเติมจากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้าเจรจาเพื่อเร่งการผลิตก๊าซธรรมชาติ 3 แหล่ง คือ อ่าวไทย เมียนมา และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Joint Development Area: JDA) เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

นอกจากนั้นกระทรวงพลังงานจะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล และถ่านหิน

3. กระทรวงพลังงานจะเสนอแผนประหยัดพลังงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569) เพื่อให้เป็นแนวทางการดำเนินการของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ Work From Home หรือการกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน 20%

ทั้งนี้วันนี้ (9 มีนาคม 2569) เวลา 16.00 น. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นัดประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์พลังงานหลังราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยจะแบ่งออกเป็นมาตรการรับมือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก่อนจะเสนอในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้

อ้างอิง

- https://www.bangkokbiznews.com/economics/1224284?fbclid=IwY2xjawQbVMZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFPalo3UjFMWkQ0TXdTODR2c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHs4M-X2NIESTA2H-Edr9nYMvulw34dt0NB6FIKzQzmHskMrdyhgZSPaDlhoe_aem_GkcbFeWLMtk9SS2-l2g4qg

- https://www.ft.com/content/be122b17-e667-478d-be19-89d605e978ea

- https://www.offo.or.th/th/estimate/fuelfund-status

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...