โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(เพิ่มเติม) ตลท.มั่นใจมีมาตรการรองรับวิกฤตตะวันออกกลาง ฟาก SET ก.พ.69 พุ่ง 15% รับผลเลือกตั้ง-กนง.ลดดอกเบี้ย

efinanceThai

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 09.50 น.

(เพิ่มเติม) ตลท.มั่นใจมีมาตรการรองรับวิกฤตตะวันออกกลาง ฟาก SET ก.พ.69 พุ่ง 15% รับผลเลือกตั้ง-กนง.ลดดอกเบี้ย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 16:50 น.

ตลท.มั่นใจมีมาตรการรองรับวิกฤตตะวันออกกลาง ย้ำพื้นฐานศก. - หุ้นไทยยังแกร่ง ยังไม่เห็นสัญญาณผิดปกติ พร้อมสรุป SET Index ก.พ.69 ปิดที่ระดับ 1,528.26 จุด เพิ่มขึ้น 15.3% รับเงินนอกหนุนจากผลการเลือกตั้งภายในประเทศ - กนง.ลดดอกเบี้ย - ศาลฎีกาสหรัฐฯ เบรกฯ ภาษีนำเข้าประธานาธิบดี ทรัมป์

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกุมภาพันธ์2569 ถึงแผนรับมือของตลท.ต่อสถานการณ์ความหไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

- ตลท.ยังมีกลไกการปกป้องตลาดทุนให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดสงครามยืดเยื้อ

- กลไก Circuit Breaker เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการรองรับภาวะตลาดผันผวน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ที่ราว 8% ก็ยังควบคุมสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติได้ เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดต่างประเทศ กลไกของไทยก็ใกล้เคียงกัน เมื่อดัชนีผันผวนแรงลดลงรุนแรง จะนำมาตรการหยุดการซื้อขายมาใช้ เช่นเดียวกันกับหลายตลาดทั่วโลก อาทิ หากตลาดลดลง 8% หยุดการซื้อขาย 30 นาที, ลดลง 15% หยุดการซื้อขาย 30 นาที และลดลง 20% หยุดการซื้อขาย 1 ชั่วโมง

- คณะกรรมการตลาดยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการควบคุมความผันผวนของหุ้นรายตัวอยู่แล้ว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของตลาดโดยรวม

- สัดส่วนการลงทุนขณะนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยมูลค่าการซื้อขายต่อเนื่องเป็นปกติระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อวัน รวมถึงโครงสร้างนักลงทุนยังใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา

- เม็ดเงินจากต่างชาติ ยังคงซื้อขายในสัดส่วนสูง โดยภาวะการไหลเข้าออกของเงินทุน (Fund Flow)เข้าออกตามจังหวะตลาดราคาที่เหมาะสมของหุ้นและตามจังหวะซื้อขาย จึงถือว่าเป็นการซื้อขายตามปกติมีปรับตัวลดลงน้อยกว่าหากเทียบกับภาวะการติดลบของตลาดต่างประเทศ

- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องจับตาข้อมูลเชิงลึก แต่ยังไม่ถึงระดับใช้อำนาจในการสั่งการให้บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ต้องเปิดเผยข้อมูลได้เชิงลึก การใช้มาตรการจะต้องมีกรณีเกิดความเคลื่อนไหวการซื้อขายสูงอย่างผิดปกติ โดยในเบื้องต้นมาตรการเปิดเผยข้อมูลที่ตลาดทุนไทย ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากสถาบัน หรือ บจ.พร้อมเรียกดูข้อมูลได้

หากมีเหตุการณ์สำคัญที่กระทบต่อธุรกิจ บจ.หรือ สถาบันก็มักจะชี้แจงข้อมูลให้ผู้ลงทุนทราบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงสนับสนุนให้บริษัทเน้นในการสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และชัดเจน ทั้งด้านบวกและด้านลบ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน

- เสถียรภาพของตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง แม้ที่ผ่านมาผ่านเกิดความผันผวนจากต่างประเทศจากเหตุการณ์หลากหลาย เนื่องจาก เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และหุ้นไทยมีผลตอบแทนจากการปันผล ( Dividend Yield) ค่อนข้างสูง รวมถึงโครงสร้างตลาดมีความหลากหลายของอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีมาตรการรองรับเพื่อปกป้องเสถียรภาพตลาดทุน จึงค่อนข้างมีเสถียรภาพ และยังไม่รุนแรงเท่ากับช่วงวิกฤติโควิด

หลังเกิดสงคราม SET ลงแล้ว 10%

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงภาวะตลาดดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) หลังเกิดการสู้รบในระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 10.5% หากย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date) ตลาดหุ้นไทยยังคง ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8.5%

-สะท้อนว่าตลาดยังมีความสามารถในการฟื้นตัว ในสถานการณ์โลกเกิดความผันผวน แต่ไทยยังเป็นอันดับ 3 ของตลาดเอเชียที่มีอัตราการเติบโตสูงรองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน

- สิ่งที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของหลายอุตสาหกรรมหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมาก ก็อาจส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น และกระทบต่อเศรษฐกิจ แนวโน้มตลาดยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุน

เดือนก.พ.ตลาดสดใสรับผลเลือกตั้ง - กนง.ลดดอกเบี้ย

- ดัชนีอุตสาหกรรมทุกกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ใน MSCI Thailand Index อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและคาดเดาได้ยาก ส่งผลให้ผู้ลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-Off โดยขายสินทรัพย์เสี่ยง และโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

- ตลาดทุนไทยมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนในระยะสั้น โดยในอดีต SET Index มักแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น และพร้อมที่จะนำมาใช้หากมีความจำเป็น เพื่อให้ผู้ลงทุนมีเวลาในการทบทวนข้อมูลและตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ

- ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ SET Index ปิดที่ 1,528.26 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 21.3% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้น 15.3% จากเดือนก่อนหน้า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มทรัพยากร

-มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 72,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 59,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

- นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ54,560ล้านบาทซึ่งเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม2568และตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนกุมภาพันธ์2569นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ58,905ล้านบาท

- ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่32.79% อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ51.74%ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งนี้ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 8.79% และ 6.68% ตามลำดับ

- Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 18.6 เท่า

- อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 3.68% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.67%

- หุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะจาก เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่กลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม มีปัจจัยมาจาก สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง แนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4/68 มีกำไรดีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

- ปัจจัยต่างประเทศ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าการใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องใช้อำนาจภายใต้มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนปรับขึ้นเป็น 15% ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวยังคงต่ำกว่าอัตราที่เคยจัดเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA จึงส่งผลเชิงบวกต่อภาคการส่งออกของไทย

- TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน668,476สัญญาเพิ่มขึ้น47.1%จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของSET50 IndexFuturesและSingle StockFuturesส่งผลให้ในช่วง 2เดือนแรกของปี2569ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่561,465สัญญา เพิ่มขึ้น34.9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ไทยติดอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศแรกที่ได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติ สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มมองเห็นโอกาสในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ทำให้ 2 เดือนที่ตลาดหุ้นเป็นบวก ต่างชาติกลับมาซื้อขายอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ถือเป็นเดือนพลิกโฉมตลาดทุนไทยที่สำคัญ ที่สะท้อนว่ายังเป็นตลาดลงทุนปลอดภัยในช่วงเกิดความเสี่ยง (Safe Haven)

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...