โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” เล็งส่งหน่วยรบพิเศษยึดยูเรเนียมอิหร่าน หลังหวั่นสต็อกใกล้ระดับอาวุธถูกย้าย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.55 น.

"ทรัมป์" กำลังพิจารณาทางเลือกใช้ปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นดินเพื่อเข้ายึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน หลังเจ้าหน้าที่กังวลว่าสต็อกวัสดุนิวเคลียร์ใกล้ระดับผลิตอาวุธอาจถูกเคลื่อนย้าย

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 03.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการทูต 3 รายระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังพิจารณาทางเลือกในการส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นดิน เข้าไปยึด ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านที่ใกล้ระดับใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ หลังเจ้าหน้าที่กังวลว่าสต็อกวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวอาจถูกเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่เก็บเดิมแล้ว

ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วที่ผู้ตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยังไม่สามารถตรวจยืนยันตำแหน่งของวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวได้

ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อวันเสาร์ว่า“พวกเขายังไม่สามารถเข้าถึงมันได้ และในบางจุดเราอาจจะต้องเข้าไปจัดการเอง เราไม่ได้เข้าไปยึดมันในตอนนี้ แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ในอนาคต”

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการโจมตีอิหร่านก่อนหน้านี้ คือการทำลายศักยภาพของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์กลับทำให้การติดตามตำแหน่งยูเรเนียมทำได้ยากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายวางแผนทางทหารกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด และยังไม่ชัดเจนว่าหากมีปฏิบัติการพิเศษเกิดขึ้น จะเป็นฝีมือของกองกำลังสหรัฐหรืออิสราเอล

แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐจะแสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่าทราบตำแหน่งของยูเรเนียมดังกล่าว แต่แหล่งข่าวระบุว่า ภายในรัฐบาลยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก

ก่อนเกิดการโจมตีครั้งล่าสุด ผู้ตรวจสอบของ IAEA พบกิจกรรมเคลื่อนไหวผิดปกติบริเวณ อุโมงค์ใกล้เมืองอิสฟาฮาน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บยูเรเนียมก่อนเกิดการสู้รบ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนจากทั้งหมด 441 กิโลกรัม อาจถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว

สต็อกดังกล่าวถือว่ามีปริมาณมากพอที่จะผลิต หัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 11–12 ลูก หากมีการเสริมสมรรถนะเพิ่มเติม ขณะเดียวกันอิหร่านยังมียูเรเนียมระดับความเข้มข้นต่ำกว่าอีกมากกว่า 8,000 กิโลกรัม ซึ่งสามารถนำไปเพิ่มระดับความเข้มข้นได้หากโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ถูกฟื้นฟู

เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิสราเอลกำลังพยายามค้นหาตำแหน่งของยูเรเนียมดังกล่าว และได้เตรียม แผนสำรองทางทหาร ซึ่งรวมถึงการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปยึดวัสดุนิวเคลียร์ หากสามารถระบุตำแหน่งได้แน่ชัด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐมี 2 ทางเลือกหลัก หากต้องการทำให้ยูเรเนียมของอิหร่านไม่สามารถนำไปใช้ได้ ได้แก่ เข้าไปควบคุมพื้นที่และ เจือจางยูเรเนียมในสถานที่เก็บ หรือนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากอิหร่าน เพื่อนำไปจัดการในสถานที่อื่น

ก่อนหน้านี้สื่อหลายแห่งรายงานว่าสหรัฐและอิสราเอลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของ ปฏิบัติการจู่โจมเพื่อยึดคลังวัสดุนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้ทำเนียบขาวจะยังไม่แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว

ทรัมป์ระบุว่าเขายังไม่ต้องการพูดถึงการส่งกองกำลังภาคพื้นดิน แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้นี้ออก โดยกล่าวว่าหากจะมีการใช้กำลังจริง อิหร่านจะต้องถูกทำลายศักยภาพทางทหารจนไม่สามารถตอบโต้ได้

ในอดีต กองทัพสหรัฐเคยจัดทำแผนปฏิบัติการบุกเข้าไปในอิหร่านมาแล้ว เช่น “Project Honey Badger” ซึ่งวางแผนส่งทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษประมาณ 2,400 นาย พร้อมเครื่องบินกว่า 100 ลำ เข้าไปปฏิบัติภารกิจ รวมถึงการนำเครื่องจักรหนักอย่างรถดันดินเพื่อขุดค้นวัสดุนิวเคลียร์ที่อาจถูกฝังไว้ใต้ดิน อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญในตอนนี้คือต้องค้นหาตำแหน่งของยูเรเนียมให้พบก่อน

ก่อนสงครามในเดือนมิถุนายน โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกตรวจสอบเข้มงวดที่สุดในโลก โดยผู้ตรวจสอบ IAEA เข้าเยี่ยมสถานที่ต่าง ๆ เฉลี่ย วันละมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่การเข้าถึงดังกล่าวได้หยุดลงหลังการโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะหลักที่ Fordow, Natanz และ Isfahan

รัฐบาลอิหร่านยังเคยส่งสัญญาณว่าพร้อมลดหรือส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนภายใต้ข้อตกลงทางการทูต แต่การสู้รบครั้งล่าสุดทำให้การเจรจาดังกล่าวต้องหยุดชะงัก

การล่มสลายของการเจรจาทางการทูตทำให้สหรัฐและอิสราเอลต้องกลับมาทบทวน ทางเลือกทางทหาร รวมถึงการใช้กำลังภาคพื้นดินเพื่อยึดวัสดุนิวเคลียร์

ความท้าทายอีกประการคือ ยูเรเนียมดังกล่าวอาจถูก กระจายและซ่อนในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยตามการประเมินของสหรัฐ วัสดุนิวเคลียร์นี้อาจถูกเก็บไว้ใน ถังทรงกระบอกประมาณ 16 ถัง ขนาดใกล้เคียงถังดำน้ำ แต่ละถังหนักเพียงประมาณ 25 กิโลกรัม ซึ่งสามารถขนย้ายได้ทั้งทางรถยนต์หรือแม้แต่ด้วยแรงคน

ขณะเดียวกัยังไม่ชัดเจนว่าการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านมากเพียงใด และการมีอยู่ของยูเรเนียมที่ใกล้ระดับอาวุธนิวเคลียร์นอกพื้นที่ตรวจสอบยังคงเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง

แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ รวมถึงหน่วยข่าวกรองสหรัฐ จะเห็นว่า อิหร่านยังไม่ได้ตัดสินใจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ และ IAEA ก็ยังไม่พบหลักฐานของโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นระบบ โดยโอกาสที่อิหร่านจะเดินหน้าสร้างระเบิดนิวเคลียร์ยังถูกประเมินว่า ต่ำกว่า 50%

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ได้เปิดกระบวนการสืบทอดอำนาจ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายนิวเคลียร์ของประเทศในอนาคต เนื่องจากคาเมเนอีเคยออก ฟัตวา (คำวินิจฉัยทางศาสนา) ห้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

แม้อิหร่านร่วมกับจีนและรัสเซียจะยังคงส่งสัญญาณว่าทางออกทางการทูตยังเป็นไปได้ แต่ถ้อยแถลงล่าสุดของทรัมป์สะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐ พร้อมใช้ทางเลือกทางทหาร หากจำเป็น

ขณะเดียวกันกองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่าทหารสหรัฐอีกหนึ่งนายเสียชีวิตจากบาดแผลที่ได้รับในช่วงแรกของสงคราม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตของทหารสหรัฐจากปฏิบัติการครั้งนี้เพิ่มเป็น 7 นาย

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...