เพื่อไทยส่อวุ่น! “จุลพันธ์” โต้ข่าว ปม มีสส.ไม่พอใจ จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยัน ไม่จริง
เพื่อไทยส่อวุ่น! “จุลพันธ์” โต้ข่าว ปม มีสส.ไม่พอใจ จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยัน ไม่จริง บอก แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ -ไม่สามารถยืนยันได้ ย้ำ ยังไม่วางตัวบุคคลรับตำแหน่ง จ่อ พูดคุยวันประชุม สส. 14 มี.ค. ยัน “ประเสริฐ” มีคุณสมบัติครบ หลังถูกตั้งคำถามเรื่องคดี
วันที่ 9 มี.ค. 69 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 5 รัฐมนตรีว่าการ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการและ1รองประธานสภา ว่า ยังไม่มีความชัดเจนแต่แน่นอนว่าเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในลำดับที่สองก็คาดการณ์ได้ว่า ก็ต้องมีการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ตามความเหมาะสม ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที
เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าสส.ภายในพรรคเพื่อไทยไม่พอใจถึงการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่เห็นรายงานข่าวตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้มีการตรวจสอบ มีการพูดคุยกับสส.หลายคน ยืนยันว่าไม่มีความไม่พอใจและไม่มีความขัดแย้งขัด หรือไม่สบายใจใดๆเราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งกันมาการคัดกรองบุคคลที่ยังเหลืออยู่แน่นอนว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์และมีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน วันนี้กระแสต่างๆตามข่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อ ก็พบว่าใช้คำว่าแหล่งข่าว แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ และไม่สามารถยืนยันอะไรได้
“ตนขอยืนยันย้ำอีกครั้งว่า เหตุการณ์นี้ที่บอกว่ามีความไม่พอใจไม่เป็นความจริง และสอง กระบวนการในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ตามข้อบังคับพรรคเป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทางสมาชิกเข้าใจดี และกลไกในการบริหารเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคคงไม่ทำโดยพละการ ต้องมีการรับฟังทั้งจาก สส.และสมาชิกพรรค อย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่ถึง เพราะเรากำลังรอรัฐพิธีเปิดรัฐสภา และเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจึงจะมีการนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จึงจะมีการพูดคุยเรื่องการจัดจัดสรรตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ต้องมีการพูดคุยเป็นการภายใน ว่ากระทรวงที่ได้รับมาบุคลากรของเรา มีความเหมาะสมเรื่องคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์ในแต่ละกระทรวง มีใครบ้างและจะจัดสรรอย่างไร เพราะฉะนั้นที่เป็นข่าวออกมาทั้งหมด เป็นการคุยล่วงหน้าและคาดการณ์“
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า สส.ที่อยู่ในพรรคเมื่อเห็นรายชื่อตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาจึงเกิดความไม่พอใจ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต่างคนต่างคิดได้ แต่ตนย้ำว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งตนได้พยามตรวจสอบแต่อาจจะยังโทรถามไม่ครบทุกคน แต่เท่าที่คุยมาก็ไม่มีความเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจใดๆ ในกลุ่มสส.ที่มีอยู่
เมื่อถามว่าจะมีการเรียกประชุม สส.เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันหรือไม่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการนัดประชุม ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคมนี้พรรคเพื่อไทยก็จะมีการเรียกประชุมสส.ก่อนที่จะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาข้อสรุปร่วมกัน และในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีก็คงจะมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น และสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคในการตัดสินใจซึ่งเป็นไปตามกลไกของพรรค
เมื่อถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีกับจำนวนสส.มีไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีความเป็นธรรมไม่ให้สส. ที่ไม่สมหวังน้อยใจหรือเสียใจอย่างไร
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ต้องเป็นไปตามกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้ และที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยไม่มีมุ้งไม่มีกลุ่ม เป้าหมายหลักคือการเดินหน้าทำประโยชน์ให้ประชาชน การที่จะมีตำแหน่งใดๆก็ต้องบุคคลที่เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคและขับเคลื่อนรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง นี่คือเกณฑ์สำคัญ
เมื่อถามถึงกรณีของนาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคที่มีรายงาน จากพรรคภูมิใจไทยว่าอาจจะติดปัญหาเรื่องคดี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ สิ่งที่ออกมาตามหน้าสื่ออาจจะเป็นเพราะกระบวนการการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงแต่ยังไม่มีกระบวนการในการเอาผิดใดๆ จึงต้องยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายประเสริฐ และความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า นายประเสริฐ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก และพิจารณาอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่รายงานข่าวว่า ทั้งนายประเสริฐและนางสาว สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สสบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง2คน จะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้ สส.ในพรรคเกิดความไม่พอใจว่าในจังหวัดเดียวมีรัฐมนตรีถึง 2 คน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ หากหนึ่งจังหวัดจะมีรัฐมนตรีถึง2คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง2คนจะได้ดำรงตำแหน่งอะไร เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่ทั้งสองคนก็เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน และมีผลงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีข้อขัดข้องที่จะดำรงตำแหน่งใดๆต่อไป
ส่วนถ้าหากทั้งสองคนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจะสามารถทำความเข้าใจกับสส.ในพรรคได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วกระบวนการต้องเริ่มจากการพูดคุยสส.ในพรรคก่อน จึงเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาใดๆ
ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ขณะนี้มีรายชื่อของนาง มนพร เจริญศรี สส. นครพนม รายชื่อนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ที่จะถูกวางตัวในตำแหน่งรองประธานสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะจะมีการพูดคุยอีกครั้งในวันประชุม สส. 14 มีนาคมนี้
ส่วนที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะนำส่งรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยให้พรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 มีนาคมนี้ นายจุลพันธ์ย้ำ ว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ถึงจะมีกระบวนการในการไปพบปะพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อส่งรายชื่อ เพราะต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้มีมติส่งชื่อของนางมนพร เพราะภายในพรรคก็ยังมีบุคลากร ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมอีกหลายคน
“ประเสริฐ” ขู่ฟ้องกลับพวกปั่นข่าวลงนามเอ็มโอยูสแกนม่านตา
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบ กรณีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากสิงคโปร์ และกรณีถูกป.ป.ช.ตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งปี 2568ว่า ทั้ง 2กรณีอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอและ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดใครทั้งสิ้น กรณีลงนามเอ็มโอยูกับบริษัทสิงคโปร์นั้น เป็นเพียงการได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม เอ็มโอยูดังกล่าวผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องสแกนม่านตา และไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษหรืออำนวยความสะดวกพิเศษใดๆ ส่วนกรณีป.ป.ช.ตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2568นั้น ทราบว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบป.ป.ช. แต่ไม่เคยได้รับการแจ้งใดๆจาก ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทุกฝ่ายควรรอให้มีความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่า จะสรุปผลอย่างไร การวิจารณ์ต่อไปโดยไม่รอผลสรุปการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ หากมีความพยายายามนำประเด็นดังกล่าวนี้มาขยายความ ให้เป็นประเด็นทางการเมืองจนเกิดความเสียหาย จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป