โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทยส่อวุ่น! “จุลพันธ์” โต้ข่าว ปม มีสส.ไม่พอใจ จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยัน ไม่จริง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 13.54 น.

เพื่อไทยส่อวุ่น! “จุลพันธ์” โต้ข่าว ปม มีสส.ไม่พอใจ จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยัน ไม่จริง บอก แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ -ไม่สามารถยืนยันได้ ย้ำ ยังไม่วางตัวบุคคลรับตำแหน่ง จ่อ พูดคุยวันประชุม สส. 14 มี.ค. ยัน “ประเสริฐ” มีคุณสมบัติครบ หลังถูกตั้งคำถามเรื่องคดี

วันที่ 9 มี.ค. 69 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 5 รัฐมนตรีว่าการ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการและ1รองประธานสภา ว่า ยังไม่มีความชัดเจนแต่แน่นอนว่าเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในลำดับที่สองก็คาดการณ์ได้ว่า ก็ต้องมีการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ตามความเหมาะสม ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที

เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าสส.ภายในพรรคเพื่อไทยไม่พอใจถึงการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่เห็นรายงานข่าวตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้มีการตรวจสอบ มีการพูดคุยกับสส.หลายคน ยืนยันว่าไม่มีความไม่พอใจและไม่มีความขัดแย้งขัด หรือไม่สบายใจใดๆเราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งกันมาการคัดกรองบุคคลที่ยังเหลืออยู่แน่นอนว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์และมีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน วันนี้กระแสต่างๆตามข่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อ ก็พบว่าใช้คำว่าแหล่งข่าว แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ และไม่สามารถยืนยันอะไรได้

“ตนขอยืนยันย้ำอีกครั้งว่า เหตุการณ์นี้ที่บอกว่ามีความไม่พอใจไม่เป็นความจริง และสอง กระบวนการในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ตามข้อบังคับพรรคเป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทางสมาชิกเข้าใจดี และกลไกในการบริหารเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคคงไม่ทำโดยพละการ ต้องมีการรับฟังทั้งจาก สส.และสมาชิกพรรค อย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่ถึง เพราะเรากำลังรอรัฐพิธีเปิดรัฐสภา และเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจึงจะมีการนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จึงจะมีการพูดคุยเรื่องการจัดจัดสรรตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ต้องมีการพูดคุยเป็นการภายใน ว่ากระทรวงที่ได้รับมาบุคลากรของเรา มีความเหมาะสมเรื่องคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์ในแต่ละกระทรวง มีใครบ้างและจะจัดสรรอย่างไร เพราะฉะนั้นที่เป็นข่าวออกมาทั้งหมด เป็นการคุยล่วงหน้าและคาดการณ์“

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า สส.ที่อยู่ในพรรคเมื่อเห็นรายชื่อตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาจึงเกิดความไม่พอใจ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต่างคนต่างคิดได้ แต่ตนย้ำว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งตนได้พยามตรวจสอบแต่อาจจะยังโทรถามไม่ครบทุกคน แต่เท่าที่คุยมาก็ไม่มีความเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจใดๆ ในกลุ่มสส.ที่มีอยู่

เมื่อถามว่าจะมีการเรียกประชุม สส.เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันหรือไม่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการนัดประชุม ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคมนี้พรรคเพื่อไทยก็จะมีการเรียกประชุมสส.ก่อนที่จะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาข้อสรุปร่วมกัน และในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีก็คงจะมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น และสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคในการตัดสินใจซึ่งเป็นไปตามกลไกของพรรค

เมื่อถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีกับจำนวนสส.มีไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีความเป็นธรรมไม่ให้สส. ที่ไม่สมหวังน้อยใจหรือเสียใจอย่างไร
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ต้องเป็นไปตามกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้ และที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยไม่มีมุ้งไม่มีกลุ่ม เป้าหมายหลักคือการเดินหน้าทำประโยชน์ให้ประชาชน การที่จะมีตำแหน่งใดๆก็ต้องบุคคลที่เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคและขับเคลื่อนรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง นี่คือเกณฑ์สำคัญ

เมื่อถามถึงกรณีของนาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคที่มีรายงาน จากพรรคภูมิใจไทยว่าอาจจะติดปัญหาเรื่องคดี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ สิ่งที่ออกมาตามหน้าสื่ออาจจะเป็นเพราะกระบวนการการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงแต่ยังไม่มีกระบวนการในการเอาผิดใดๆ จึงต้องยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายประเสริฐ และความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า นายประเสริฐ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก และพิจารณาอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่รายงานข่าวว่า ทั้งนายประเสริฐและนางสาว สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สสบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง2คน จะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้ สส.ในพรรคเกิดความไม่พอใจว่าในจังหวัดเดียวมีรัฐมนตรีถึง 2 คน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ หากหนึ่งจังหวัดจะมีรัฐมนตรีถึง2คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง2คนจะได้ดำรงตำแหน่งอะไร เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่ทั้งสองคนก็เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน และมีผลงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีข้อขัดข้องที่จะดำรงตำแหน่งใดๆต่อไป

ส่วนถ้าหากทั้งสองคนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจะสามารถทำความเข้าใจกับสส.ในพรรคได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วกระบวนการต้องเริ่มจากการพูดคุยสส.ในพรรคก่อน จึงเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาใดๆ

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ขณะนี้มีรายชื่อของนาง มนพร เจริญศรี สส. นครพนม รายชื่อนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ที่จะถูกวางตัวในตำแหน่งรองประธานสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะจะมีการพูดคุยอีกครั้งในวันประชุม สส. 14 มีนาคมนี้

ส่วนที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะนำส่งรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยให้พรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 มีนาคมนี้ นายจุลพันธ์ย้ำ ว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ถึงจะมีกระบวนการในการไปพบปะพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อส่งรายชื่อ เพราะต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้มีมติส่งชื่อของนางมนพร เพราะภายในพรรคก็ยังมีบุคลากร ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมอีกหลายคน

“ประเสริฐ” ขู่ฟ้องกลับพวกปั่นข่าวลงนามเอ็มโอยูสแกนม่านตา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบ กรณีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากสิงคโปร์ และกรณีถูกป.ป.ช.ตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งปี 2568ว่า ทั้ง 2กรณีอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอและ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดใครทั้งสิ้น กรณีลงนามเอ็มโอยูกับบริษัทสิงคโปร์นั้น เป็นเพียงการได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม เอ็มโอยูดังกล่าวผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องสแกนม่านตา และไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษหรืออำนวยความสะดวกพิเศษใดๆ ส่วนกรณีป.ป.ช.ตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2568นั้น ทราบว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบป.ป.ช. แต่ไม่เคยได้รับการแจ้งใดๆจาก ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทุกฝ่ายควรรอให้มีความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่า จะสรุปผลอย่างไร การวิจารณ์ต่อไปโดยไม่รอผลสรุปการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ หากมีความพยายายามนำประเด็นดังกล่าวนี้มาขยายความ ให้เป็นประเด็นทางการเมืองจนเกิดความเสียหาย จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...