“ฉินฮุ่ย” ขุนนางกังฉินขายชาติ จนชื่อกลายเป็นคำเรียกพวก “ขุนนางฉ้อโกง”
ชื่อของ ฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินแห่งราชวงศ์ซ่ง คือบุคคลมีชื่อเสียงในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ ที่ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีถึง 2 วาระ รวม 19 ปี แต่ประวัติศาสตร์จีนไม่ค่อยจดจำหรือพูดถึง
ฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินขายชาติ
ฉินฮุ่ยมีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1090-1155 เขาเกิดที่เมืองเจียงหนิง (นานกิง) และสอบเข้าราชการได้ตอนอายุ 25 แม้มีพื้นเพเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย แต่ภรรยาของฉินฮุ่ยเป็นหลานสาวของขุนนางใหญ่ ลูกพี่ลูกน้องของพระสนมในจักรพรรดิซ่งฮุยจง และอาเขย (ของภรรยา) ก็เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาจึงอาศัยเส้นสายฝ่ายภรรยาไปมาหาสู่ จนสนิทสนมกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคน
ค.ศ. 1126 (รัชศกจิ้นคังที่ 1) กองทัพจินปิดล้อม และตีนครหลวงไคเฟิงของราชวงศ์ซ่งแตก แล้วจับจักรพรรดิซ่งกลับไปอาณาจักรจินในฐานะเชลย ราชวงศ์ซ่งต้องถอยร่นลงใต้ไปตั้งเมืองหลวงที่หังโจว เรียกว่า ราชวงศ์ซ่งใต้ฉินหุ่ยในวัย 36 ก็ถูกพาไปยังอาณาจักรจิน แต่กลับไม่ต้องตรากตรำทำงานอย่างเชลยคนอื่น ๆ เพราะเขากลายเป็นคนสนิทพวกจิน ที่แม้แต่โอรสของพระเจ้าจินไท่จู่ จักรพรรดิแห่งอาณาจักรจิน ยังเคยจัดงานเลี้ยงรับรอง
ค.ศ. 1129 (รัชศกเจี้ยนเหยียนที่ 3) ฉินหุ่ยเป็นกุนซือในกองทัพจินที่บุกราชวงศ์ซ่งใต้ แล้วปีต่อมาเขาก็กลับมาตุภูมิโดยอ้างว่าสังหารผู้คุมจินแล้วหลบหนีมาได้ แม้ขุนนางซ่งจะเฉลียวใจกับพฤติการณ์ดังกล่าว แต่เพราะฉินหุ่ยสนิทสนมกับอัครมหาเสนาบดีฟั่นจงอิ่น และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของราชวงศ์ซ่งใต้ จึงมีคนช่วยคลี่คลายปัญหาความเคลือบแคลงใจของเหล่าขุนนางให้
แต่เป้าหมายของฉินฮุ่ยก็คือการสอดแนมความเคลื่อนไหวในราชสำนักซ่งใต้ให้อาณาจักรจินนั่นเอง
เมื่อได้กลับมารับราชการในราชสำนักซ่ง ฉินฮุ่ยหว่านล้อมจักรพรรดิซ่งเกาจงที่ทำศึกสงครามกับกองทัพจินอย่างยาวนานจนเหนื่อยหน่าย และอ่อนล้า ให้พระองค์ทรงยอมจำนนต่อฝ่ายจินด้วยการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ เขายังเติบโตในหน้าที่การงานจนได้เป็นอัครมหาเสนาบดีแทนที่ฟั่นจงอิ่นผู้มีพระคุณ จากการเพ็ดทูลให้ฮ่องเต้ระแวงฟั่นจงอิ่น จนปลดเขาออกจากตำแหน่ง
เมื่อฉินฮุ่ยได้เป็นอัครมหาเสนาบดี และควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดใน ค.ศ. 1131 (รัชศกเส้าซิงที่ 1) เท่ากับเขาผูกขาดอำนาจทั้งการบริหาร และกองทัพไว้เพียงคนเดียว แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติราชการใด ๆ ที่ฮ่องเต้คาดหวังอย่างจริงจัง จักรพรรดิซ่งเกาจงจึงมีพระราชดำริปลดเขาออกจากตำแหน่งในปีต่อมา
สงครามระหว่างราชวงศ์จินกับราชวงศ์ซ่งใต้ยังดำเนินต่อไป โดยฝ่ายซ่งได้รับชัยชนะอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ฉินฮุ่ยเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อกลับสู่ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีอีกครั้ง แล้วเขาก็ “ผลัก” จ้าวติ่ง อัครมหาเสนาบดีอีกคนให้หลุดตำแหน่งจนได้ จนจักรพรรดิซ่งเกาจงยอมให้ฉินฮุ่ยกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง
บทเรียนจากการถูกปลดครั้งแรกทำให้ฉินฮุ่ยกระตือรือร้นที่จะทำงานให้สำเร็จ แล้วเขาก็บรรลุสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างสองอาณาจักรใน ค.ศ. 1141 (รัชศกเส้าซิงที่ 11) แต่เป็นพันธสัญญาแห่งความอัปยศของฝ่ายซ่ง เพราะเงื่อนไขคือ
1. ราชสำนักซ่งมีฐานันดรเทียบเท่าขุนนางแห่งราชวงศ์จินทุกรัชกาลสืบไป
2. ให้แม่น้ำหวยเหอเป็นเส้นแบ่งเขตด้านตะวันออก เมืองต้าซ่านกวน (เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี) เป็นเขตแดนตะวันตก
3. ราชสำนักซ่งต้องส่งเครื่องบรรณาการเป็นเงิน 2 แสน 5 หมื่นตำลึง และผ้าไหม 2 แสน 5 หมื่นพับให้กับอาณาจักรจินเป็นประจำทุกปี
ทว่า ขณะนั้นฝ่ายซ่งยังมีกองทัพอันทั้งแข็งแกร่ง และเป็นที่ครั่นคร้ามของกองทัพจิน คือกองทัพภายใต้การนำของ“เย่ว์เฟย” หรือแม่ทัพงักฮุย ผู้ตั้งปณิธานว่าจะกอบกู้ดินแดนที่ราชวงศ์ซ่งสูญเสียไปกลับคืนมา ฉินฮุ่ยจึงหาทางกำจัดเย่ว์เฟยให้ต้องตายในคุก จนผู้คนร่ำไห้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น
นอกจากฉินฮุ่ยจะได้ความไว้วางใจอย่างสูงจากฮ่องเต้แล้ว เขายังรับประกันความมั่นคงในตำแหน่งของตนด้วยการกำจัดขุนนางน้อยใหญ่ที่เป็นปฏิปักษ์ ขณะเดียวกันก็รีดนาทาเร้นภาษีจากราษฎร แล้วขุนนางท้องถิ่นก็พากันเลียนแบบจนบ้านเมืองเต็มไปด้วยขุนนางกังฉิน ประชาชนยิ่งพากันโกรธแค้น และชิงชังฉินฮุ่ยเข้าไปอีก
จนกระทั่งฉินฮุ่ยเสียชีวิตใน ค.ศ. 1155 (รัชศกเส้าซิงที่ 25) จากโรคชราด้วยวัย 65 ปี โดยแทบไม่ได้รับกรรมใด ๆ ที่ก่อไว้ตอนมีชีวิต แต่สมัยต่อมา คำว่า “ฉินฮุ่ย” ได้กลายเป็นคำใช้เรียกบรรดาขุนนางก้อโกงทั้งหลาย เพราะนอกจากเขาจะเลือกสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรจินผู้รุกรานแล้ว ยังขัดขวางการทวงคืนดินแดนของแม่ทัพผู้กล้า กลั่นแกล้งขุนนางตงฉินที่คิดต่าง และสร้างความเหนื่อยยากลำเค็ญแก่ราษฎรด้วย
แม้จะผ่านไปหลายชั่วอายุคน แต่ปัจจุบันที่หน้าสุสานเยว์เฟย เมืองหังโจว ยังมีรูปปั้นเหล็กฉินฮุ่ย ภรรยา และบริวาร นั่งคุกเข่าเอามือไพล่หลัง ตั้งอยู่ เพื่อประจานความชั่วที่เขาเคยกระทำ แล้วผู้คนที่สัญจรไปมาก็มักจะตบตีไปจนถึงถ่มน้ำลายรดรูปปั้น สะท้อนว่าคนรุ่นหลังพากันรังเกียจฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินผู้นี้ขนาดไหน…
อ่านเพิ่มเติม :
- พระเณรวัดเส้าหลิน พระจีนที่ช่วยบ้านเมือง-ประชาชนยามเกิดจลาจล
- “ตงฉิน” คำที่คนไทยใช้เรียกแทน “ความซื่อสัตย์” มาจากอะไร?
- ทำไมราชวงศ์ชิงเปลี่ยนฮีโร่ จากเย่ว์เฟย (งักฮุย) เป็นกวนอู ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ผศ. ดร. ชวนพิศ เทียนทัน. ฉินฮุ่ย : ขุนนางกังฉินผู้ขายชาติ กับตำนานปาท่องโก๋. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน พ.ศ. 2565
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มกราคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฉินฮุ่ย” ขุนนางกังฉินขายชาติ จนชื่อกลายเป็นคำเรียกพวก “ขุนนางฉ้อโกง”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com