โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฉินฮุ่ย” ขุนนางกังฉินขายชาติ จนชื่อกลายเป็นคำเรียกพวก “ขุนนางฉ้อโกง”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 00.00 น.

ชื่อของ ฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินแห่งราชวงศ์ซ่ง คือบุคคลมีชื่อเสียงในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ ที่ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีถึง 2 วาระ รวม 19 ปี แต่ประวัติศาสตร์จีนไม่ค่อยจดจำหรือพูดถึง

ฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินขายชาติ

ฉินฮุ่ยมีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1090-1155 เขาเกิดที่เมืองเจียงหนิง (นานกิง) และสอบเข้าราชการได้ตอนอายุ 25 แม้มีพื้นเพเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย แต่ภรรยาของฉินฮุ่ยเป็นหลานสาวของขุนนางใหญ่ ลูกพี่ลูกน้องของพระสนมในจักรพรรดิซ่งฮุยจง และอาเขย (ของภรรยา) ก็เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาจึงอาศัยเส้นสายฝ่ายภรรยาไปมาหาสู่ จนสนิทสนมกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคน

ค.ศ. 1126 (รัชศกจิ้นคังที่ 1) กองทัพจินปิดล้อม และตีนครหลวงไคเฟิงของราชวงศ์ซ่งแตก แล้วจับจักรพรรดิซ่งกลับไปอาณาจักรจินในฐานะเชลย ราชวงศ์ซ่งต้องถอยร่นลงใต้ไปตั้งเมืองหลวงที่หังโจว เรียกว่า ราชวงศ์ซ่งใต้ฉินหุ่ยในวัย 36 ก็ถูกพาไปยังอาณาจักรจิน แต่กลับไม่ต้องตรากตรำทำงานอย่างเชลยคนอื่น ๆ เพราะเขากลายเป็นคนสนิทพวกจิน ที่แม้แต่โอรสของพระเจ้าจินไท่จู่ จักรพรรดิแห่งอาณาจักรจิน ยังเคยจัดงานเลี้ยงรับรอง

ค.ศ. 1129 (รัชศกเจี้ยนเหยียนที่ 3) ฉินหุ่ยเป็นกุนซือในกองทัพจินที่บุกราชวงศ์ซ่งใต้ แล้วปีต่อมาเขาก็กลับมาตุภูมิโดยอ้างว่าสังหารผู้คุมจินแล้วหลบหนีมาได้ แม้ขุนนางซ่งจะเฉลียวใจกับพฤติการณ์ดังกล่าว แต่เพราะฉินหุ่ยสนิทสนมกับอัครมหาเสนาบดีฟั่นจงอิ่น และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของราชวงศ์ซ่งใต้ จึงมีคนช่วยคลี่คลายปัญหาความเคลือบแคลงใจของเหล่าขุนนางให้

แต่เป้าหมายของฉินฮุ่ยก็คือการสอดแนมความเคลื่อนไหวในราชสำนักซ่งใต้ให้อาณาจักรจินนั่นเอง

เมื่อได้กลับมารับราชการในราชสำนักซ่ง ฉินฮุ่ยหว่านล้อมจักรพรรดิซ่งเกาจงที่ทำศึกสงครามกับกองทัพจินอย่างยาวนานจนเหนื่อยหน่าย และอ่อนล้า ให้พระองค์ทรงยอมจำนนต่อฝ่ายจินด้วยการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ เขายังเติบโตในหน้าที่การงานจนได้เป็นอัครมหาเสนาบดีแทนที่ฟั่นจงอิ่นผู้มีพระคุณ จากการเพ็ดทูลให้ฮ่องเต้ระแวงฟั่นจงอิ่น จนปลดเขาออกจากตำแหน่ง

เมื่อฉินฮุ่ยได้เป็นอัครมหาเสนาบดี และควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดใน ค.ศ. 1131 (รัชศกเส้าซิงที่ 1) เท่ากับเขาผูกขาดอำนาจทั้งการบริหาร และกองทัพไว้เพียงคนเดียว แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติราชการใด ๆ ที่ฮ่องเต้คาดหวังอย่างจริงจัง จักรพรรดิซ่งเกาจงจึงมีพระราชดำริปลดเขาออกจากตำแหน่งในปีต่อมา

สงครามระหว่างราชวงศ์จินกับราชวงศ์ซ่งใต้ยังดำเนินต่อไป โดยฝ่ายซ่งได้รับชัยชนะอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ฉินฮุ่ยเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อกลับสู่ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีอีกครั้ง แล้วเขาก็ “ผลัก” จ้าวติ่ง อัครมหาเสนาบดีอีกคนให้หลุดตำแหน่งจนได้ จนจักรพรรดิซ่งเกาจงยอมให้ฉินฮุ่ยกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง

บทเรียนจากการถูกปลดครั้งแรกทำให้ฉินฮุ่ยกระตือรือร้นที่จะทำงานให้สำเร็จ แล้วเขาก็บรรลุสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างสองอาณาจักรใน ค.ศ. 1141 (รัชศกเส้าซิงที่ 11) แต่เป็นพันธสัญญาแห่งความอัปยศของฝ่ายซ่ง เพราะเงื่อนไขคือ

1. ราชสำนักซ่งมีฐานันดรเทียบเท่าขุนนางแห่งราชวงศ์จินทุกรัชกาลสืบไป

2. ให้แม่น้ำหวยเหอเป็นเส้นแบ่งเขตด้านตะวันออก เมืองต้าซ่านกวน (เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี) เป็นเขตแดนตะวันตก

3. ราชสำนักซ่งต้องส่งเครื่องบรรณาการเป็นเงิน 2 แสน 5 หมื่นตำลึง และผ้าไหม 2 แสน 5 หมื่นพับให้กับอาณาจักรจินเป็นประจำทุกปี

ทว่า ขณะนั้นฝ่ายซ่งยังมีกองทัพอันทั้งแข็งแกร่ง และเป็นที่ครั่นคร้ามของกองทัพจิน คือกองทัพภายใต้การนำของ“เย่ว์เฟย” หรือแม่ทัพงักฮุย ผู้ตั้งปณิธานว่าจะกอบกู้ดินแดนที่ราชวงศ์ซ่งสูญเสียไปกลับคืนมา ฉินฮุ่ยจึงหาทางกำจัดเย่ว์เฟยให้ต้องตายในคุก จนผู้คนร่ำไห้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น

นอกจากฉินฮุ่ยจะได้ความไว้วางใจอย่างสูงจากฮ่องเต้แล้ว เขายังรับประกันความมั่นคงในตำแหน่งของตนด้วยการกำจัดขุนนางน้อยใหญ่ที่เป็นปฏิปักษ์ ขณะเดียวกันก็รีดนาทาเร้นภาษีจากราษฎร แล้วขุนนางท้องถิ่นก็พากันเลียนแบบจนบ้านเมืองเต็มไปด้วยขุนนางกังฉิน ประชาชนยิ่งพากันโกรธแค้น และชิงชังฉินฮุ่ยเข้าไปอีก

จนกระทั่งฉินฮุ่ยเสียชีวิตใน ค.ศ. 1155 (รัชศกเส้าซิงที่ 25) จากโรคชราด้วยวัย 65 ปี โดยแทบไม่ได้รับกรรมใด ๆ ที่ก่อไว้ตอนมีชีวิต แต่สมัยต่อมา คำว่า “ฉินฮุ่ย” ได้กลายเป็นคำใช้เรียกบรรดาขุนนางก้อโกงทั้งหลาย เพราะนอกจากเขาจะเลือกสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรจินผู้รุกรานแล้ว ยังขัดขวางการทวงคืนดินแดนของแม่ทัพผู้กล้า กลั่นแกล้งขุนนางตงฉินที่คิดต่าง และสร้างความเหนื่อยยากลำเค็ญแก่ราษฎรด้วย

แม้จะผ่านไปหลายชั่วอายุคน แต่ปัจจุบันที่หน้าสุสานเยว์เฟย เมืองหังโจว ยังมีรูปปั้นเหล็กฉินฮุ่ย ภรรยา และบริวาร นั่งคุกเข่าเอามือไพล่หลัง ตั้งอยู่ เพื่อประจานความชั่วที่เขาเคยกระทำ แล้วผู้คนที่สัญจรไปมาก็มักจะตบตีไปจนถึงถ่มน้ำลายรดรูปปั้น สะท้อนว่าคนรุ่นหลังพากันรังเกียจฉินฮุ่ย ขุนนางกังฉินผู้นี้ขนาดไหน…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ผศ. ดร. ชวนพิศ เทียนทัน. ฉินฮุ่ย : ขุนนางกังฉินผู้ขายชาติ กับตำนานปาท่องโก๋. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน พ.ศ. 2565

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฉินฮุ่ย” ขุนนางกังฉินขายชาติ จนชื่อกลายเป็นคำเรียกพวก “ขุนนางฉ้อโกง”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...