'เกรียงศักดิ์' มองเสถียรภาพรบ.ใหม่ไม่ใช่จำนวนเก้าอี้ ชี้อยู่ที่ผลงานตัวพิสูจน์
‘เกรียงศักดิ์’ ฟันธง ‘ภท.-พท.-กธ.’ จับมือตั้งรัฐบาล ด้าน ‘ปชน.-ปชป.’ ฝ่ายค้านเข้มแข็ง มองเสถียรภาพรบ.ใหม่ไม่ใช่จำนวนเก้าอี้ ชี้อยู่ที่ผลงานตัวพิสูจน์ เตือนปัญหาศก.จ่อรอเขย่ารบ. เชื่ออยู่ครบเทอม4 ปีไม่ง่าย
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ และสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า ได้เคยให้สัมภาษณ์สื่อไว้ก่อนหน้านี้หลายครั้งรวมถึงในการแถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของไอเอฟดีโพลใกล้เคียงมากที่สุดกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ครั้งนี้มีเพื่อนนักการเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการเมืองที่ใช้เงินมากที่สุดตั้งแต่ยุคที่เคยเห็นมา หมายความว่าการชนะกันมาจากชนะด้วยกระสุนเป็นหลัก ส่วนจะจับและตรวจสอบได้ หรือไม่ตั้งใจจับก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้กล่าวหา แต่ส่วนตัวคิดว่านักการเมืองที่ดีล้วนแต่ไม่อยากใช้เงิน แต่หลายคนอยากเป็น ส.ส. อยากเป็นรัฐมนตรีก็ต้องยอมจำใจที่จะใช้เงิน
“เมื่อการเมืองเป็นแบบนี้ มองว่าการเมืองไทยยังคงไปไม่ถึงการเมืองในฝันที่คาดหวังไว้ จึงขอทำสถาบันการสร้างชาติเพื่อช่วยทุกฝ่ายที่เป็นคนดีให้เข้าสู่อำนาจรัฐให้ได้และไม่เป็นศัตรูหรือแย่งอำนาจใคร เราพยายามช่วยชาติในลักษณะนี้มาโดยตลอด ตราบใดที่ยังเปลี่ยนใจประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ ตราบใดที่คนยังรับเงินซื้อเสียงอยู่ การเมืองไม่มีทางสุจริต เงินสามารถกำหนดผลลัพธ์ทางการเมืองได้เสมอ” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าว
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า เมื่อมาดูผลการเลือกตั้งยอมรับว่าแปลกใจ ประเทศไทยเราจะเดินกันไปอย่างนี้ต่อจริงหรือ ซึ่งตนเข้าใจการเมืองที่สมจริงอย่างดีและรอบนี้ก็เกิดความงง สงสัยเกิดขึ้นว่า คะแนนมาได้อย่างไร ซึ่งปรากฏการณ์ผลการเลือกตั้งรอบนี้บ้านใหญ่ชนะ ส่วนกระแสจะไปได้ที่ปาร์ตี้ลิสและพื้นที่เมือง พื้นที่เศรษฐกิจที่คนมีฐานะร่ำรวย ครั้งนี้จึงสรุปว่ากระสุนชนะกระแส พรรคไหนที่มีบ้านใหญ่มากก็ได้เปรียบ กระสุนบ้านใหญ่จึงทำให้ประสบความสำเร็จ สูตรชัยชนะเลือกตั้งคือใครระดมเงินได้มาก พอมีทรัพยากรมากก็จะประสบความสำเร็จมากกว่า ส่วนเรื่องการเลือกแบบมียุทธศาสตร์ ตัดใจเลือกพรรคที่มีคะแนนสูสีเพราะคิดว่าการเลือกพรรคที่ชอบอาจเสียคะแนนทิ้งน้ำ จึงต้องเลือกแบบยุทธศาสตร์ ก็มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน และบางพรรคที่มียุทธศาสตร์อย่างเจาะจงเพราะเคยมีผลงานตอนอยู่กระทรวงก็มีผลต่อคะแนนด้วย
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ยังวิเคราะห์ด้วยว่า การออกไปใช้สิทธิของประชาชนครั้งนี้อยู่ที่ 65% จากครั้งที่แล้วที่มาเลือกตั้งถึง 75% คะแนนที่หายไป 10% คือคนที่เบื่อการเมืองและไม่รู้จะเลือกใคร จึงไม่ไปใช้สิทธิเพื่อเป็นการประท้วงเพราะคนเบื่อหน่ายการเมืองน้ำเน่ามีผลอย่างมาก หาก 10% นี้ออกมาใช้สิทธิผลคะแนน จะเปลี่ยนไป เมื่อรวมกับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิและไปใช้สิทธิแต่ไม่ประสงค์จะเลือกผู้ใดมีมากถึง 2.4 ล้านคน แสดงถึงว่าคนอึดอัดและเบื่อการเมืองอย่างมากรวมไปถึงการนับคะแนนของ กกต.ในวันนั้นระบบล่มด้วยจึงทำให้เกิดความยุ่งไปหมดว่าคะแนนไม่ตรงกันมีบัตรเขย่งมีความวุ่นวายมีความสงสัยมาก ซึ่งอาจจะไม่ได้มาจากความไม่เป็นธรรมทั้งหมด ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องออกมาทำความเข้าใจและชี้แจงจนเป็นที่ไว้วางใจให้ได้ เพราะกระแสลุกลามจนทำให้ไม่ไว้วางใจไม่มั่นใจใน กกต.จะเกิดความยุ่งมากขึ้น
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ทางออกและเสถียรภาพการต่อรองจะไม่แรงนัก ภูมิใจไทยและกล้าธรรมมารวมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคเล็กจะมาก็ได้ไม่มาก็ได้ ยกเว้นแต่จะมีเรื่องพิเศษหลังไมค์หลังฉากม่านที่มองไม่เห็นที่เป็นเหตุทำให้เลือกมาทั้ง 2 พรรคไม่ได้ แต่ฟังดูเบื้องต้น ยังไม่มีเหตุนั้น แต่การจะนำประชาธิปัตย์มาร่วมเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตนได้บอกมาก่อนเลือกตั้งแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาชน
“อาจจะมีงูเห่าเกิดขึ้นมาภายหลัง เช่นจากเพื่อไทยเพราะรอบนี้เพื่อไทยสาหัสมากเพราะคะแนนน้อยโอกาสที่จะสามารถเป็นพรรคที่ยืนระยะต่อไปได้น้อยลงเรื่อยๆ ในอนาคตเพื่อไทยจะคุมยากขึ้นและเสียกำลังคนเพิ่มขึ้นอีก จะยิ่งเสียกำลังคนในรอบต่อๆไป ถ้าบูรณะพรรคไม่ได้ ซึ่งงูเห่าจากเพื่อไทยนั้นอาจจะยังไม่ได้มีในทันที แต่เมื่อเดินไประหว่างทางในการร่วมรัฐบาลอาจจะมีงูเห่า ออกมาร่วมกับภูมิใจไทยเพื่อสามารถทำให้ภูมิใจไทยแข็งแกร่งได้โดยไม่ต้องพึ่งพรรคกล้าธรรมและพรรคเพื่อไทยแบบเป็นทางการได้ ทั้งนี้ การตั้งรัฐบาลอาจจะยังไม่ได้ทันทีต้องใช้เวลาสักระยะ หากไม่มีอุบัติเหตุอื่นใดเสียก่อนเพราะปัญหาทางกฎหมายลุกลามและเรื่องอื่นๆ หากจัดแจงไม่เรียบร้อยสถานการณ์นำไปสู่ความลุกลามก็อาจจะไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล แต่ถึงตอนนี้ ยังมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าว
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ส่วนพรรคเพื่อไทยรอบนี้จะเจอกับดักครั้งใหญ่ ทำให้ยังไงต้องอยากร่วมรัฐบาล ร่วมดีกว่าไม่ร่วม ซึ่งการต่อรองจะไม่เยอะเพราะมีพรรคกล้าธรรม คะแนนใกล้เคียงกัน พรรคเพื่อไทยจึงมีโอกาสต่อรองน้อย เพราะถ้าไม่ได้อยู่ร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไรกับผู้นำจิตวิญญาณอย่างนายทักษิณ ชินวัตร ที่ยังอยู่ในเรือนจำและมีอีกหลายคดี รวมไปถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับบ้านได้หรือไม่ แต่มีความเสี่ยงเรื่องงูเห่าหรือพรรคอาจแตกสลายย่อยลงในที่สุด คนจะหนีเพราะรอบนี้ก็มีคนหนีไปแล้ว และทำท่าจะหนีเพิ่มอีกก็มี บางคนเห็นกระแสดีขึ้นก็กลับมาเพราะมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาช่วยซึ่งพรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานการณ์ลำบากจะฟื้นฟูพรรคอย่างไร จะเจอกับวงจรเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาแต่ก็ยังฟื้นฟูได้ไม่มาก
“การอยู่ด้วยกันระหว่างเสือหลายตัวในถ้ำเดียวกันก็ลำบาก นายเนวิน ชิดชอบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นผู้นำจิตวิญญาณจะต้องประคองกันให้ได้ จะอยู่กันยังไงกับพรรคเพื่อไทยที่มีนายทักษิณ ซึ่งต้องสมานทางกันให้ได้ ซึ่งครั้งหนึ่งที่นายเนวินพูดว่ามันจบแล้วครับนาย และมาครั้งนี้ก็สามารถพูดซ้ำได้ว่า มันจบอีกครั้งแล้วครับนาย ดังนั้นผู้นำจิตวิญญาณทั้ง 3 พรรคนี้จึงต้องคุยต้องแบ่งกันให้ลงตัว” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าว
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ยังกล่าวถึงปัจจัยความวุ่นวายหลังจากนี้ เรื่องคดีของ 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลเดิม มีความเสี่ยงที่จะถูกชี้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และยังมีอีกหลายคดีที่จะตามมาเต็มไปหมด ซึ่งจะทำให้พรรคประชาชนอ่อนแอลงไปมาก เช่นคดีมาตรา 144 ทรงการเมืองจะเปลี่ยนเมื่อคดีเหล่านี้เริ่มมา สำหรับอนาคตทางการเมืองไทยในการตั้งรัฐบาลจะมีเสถียรภาพระดับหนึ่งในช่วงแรก แต่อยู่ไปสักพักจะเกิดความไร้เสถียรภาพได้ง่าย เพราะมีตัวที่บั่นทอนและเกิดการปะทะกันได้ง่ายมาก ฉะนั้นเราจะได้เห็นทรงที่ชัดเจนของการตั้งรัฐบาล ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล 4 เดือนบวก 4 ปีที่หวังไว้ ซึ่งไม่รู้ว่าความจริงจะได้กี่ปี การเมืองจะยังคงสถานะเดิมจากที่หาเสียงมาส่วนใหญ่เป็นนโยบายประชานิยมระยะสั้นทั้งนั้น ซึ่งยังไม่สามารถช่วยเศรษฐกิจได้จริง จึงจะเกิดปัญหาเขย่าเสถียรภาพเมื่อปัญหาเศรษฐกิจจะมาในปีนี้และปีหน้า สีน้ำเงินจะเข้มแข็งมากเพราะมีทั้ง ส.ส.จำนวนมากและเป็นรัฐบาลด้วย ทั้งสภาล่างและสภาบนทำให้สีน้ำเงินเถลิงอำนาจในประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีความเบ็ดเสร็จมากกว่าหลายยุค แต่จะแก้ต่างอย่างไรก็ตามถ้าผลงานไม่เกิดแม้มีอำนาจทั้ง 2 สภา จึงเป็นเรื่องของเสถียรภาพที่จะเกิดขึ้น
“เสถียรภาพไม่ได้เกิดจากจำนวนอย่างเดียว แต่เกิดจากความชอบธรรมและผลงานได้รับความไว้วางใจจากความประพฤติ ซึ่งภาคประชาชนและฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างเข้มแข็งแน่นอน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายว่าจะมีเสถียรภาพอยู่ครบ 4 ปี แต่หวังว่าจะอยู่ได้ แม้พยายามจะอยู่ให้ครบ” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ย้ำ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เกรียงศักดิ์’ มองเสถียรภาพรบ.ใหม่ไม่ใช่จำนวนเก้าอี้ ชี้อยู่ที่ผลงานตัวพิสูจน์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th