โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกษาชี้เสียงรบกวนจาก ‘การจราจรยามค่ำคืน’ เชื่อมโยงคอเลสเตอรอล-ไขมันในเลือดสูง

Xinhua

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 18.12 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 11.12 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : รถยนต์วิ่งผ่านอุโมงค์เทียนซาน เซิ่งลี่ ของทางด่วนสายอุรุมชี-อวี้หลี ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 26 ธ.ค. 2025)

เฮลซิงกิ, 26 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) มหาวิทยาลัยโอลูในฟินแลนด์เผยว่าการศึกษาขนาดใหญ่ในยุโรปที่เผยแพร่ในวารสารเอนไวรอนเมนต์ทัล รีเสิร์ช (Environmental Research) ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มประชากรผู้ใหญ่มากกว่า 2.7 แสนคนจากฐานข้อมูลประชากรยุโรปขนาดใหญ่ 3 โครงการที่ประกอบด้วยยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) รอตเตอร์ดัม สตัดดี (Rotterdam Study) และนอร์เทิร์น ฟินแลนด์ เบิร์ธ โคฮอร์ต 1966 (Northern Finland Birth Cohort 1966) พบว่าการได้รับเสียงรบกวนจากการจราจรบนท้องถนนในเวลากลางคืน อาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับไขมันในผู้ใหญ่

รายงานระบุว่าคณะนักวิจัยใช้แผนที่เสียงรบกวนระดับประเทศเพื่อจำลองเสียงรบกวนจากการจราจรบนท้องถนนในเวลากลางคืนใกล้กับที่พักอาศัยของผู้เข้าร่วมการศึกษา และเน้นการวิเคราะห์การได้รับเสียงรบกวนในเวลากลางคืน เนื่องจากผู้คนมีแนวโน้มที่จะอยู่บ้านในช่วงเวลาดังกล่าวมากกว่าและเสียงรบกวนอาจกระทบการนอนหลับได้ โดยทีมวิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์ขั้นสูงเพื่อตรวจวัดตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ 155 ชนิดจากตัวอย่างเลือด จนสามารถเชื่อมโยงการได้รับเสียงรบกวนในเวลากลางคืนเป็นเวลานานกับการเปลี่ยนแปลงทางการเผาผลาญ (metabolic) แบบเฉพาะที่ตรวจพบได้ในเลือด

การศึกษาพบว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดเริ่มปรากฏให้เห็นที่ระดับเสียงราว 50 เดซิเบล (dB) และมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อระดับเสียงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเสียงการจราจรในเวลากลางคืนที่เกินระดับ 55 เดซิเบลนั้น มีความเชื่อมโยงกับระดับคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลชนิดไลโพโปรตีนหนาแน่นต่ำ หรือที่มักเรียกกันว่า “ไขมันเลว” รวมถึงตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับไขมันอื่นๆ ซึ่งรวมถึงกรดไขมันและไขมันที่เกี่ยวข้องกับเยื่อหุ้มเซลล์

ตัวบ่งชี้เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเผาผลาญ โดยสำหรับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพส่วนใหญ่แล้ว นักวิจัยพบรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างระดับเสียงรบกวนกับการตอบสนอง กล่าวได้ว่ายิ่งระดับเสียงรบกวนสูงเท่าไร การเปลี่ยนแปลงจะยิ่งเด่นชัดขึ้นเท่านั้น

ผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเสียงรบกวนจากการจราจรในเวลากลางคืนอาจส่งผลต่อสุขภาพการเผาผลาญในระดับเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสำหรับแต่ละบุคคลจะเล็กน้อย แต่กลับมีผู้คนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวนจากการจราจร ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนั้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้เช่นกัน

ด้านศาสตราจารย์ซิลแวน เซเบิร์ต จากมหาวิทยาลัยโอลู กล่าวว่าผลการวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจกลไกทางชีวภาพที่อาจช่วยอธิบายความเชื่อมโยงที่เคยสังเกตพบระหว่างเสียงรบกวนจากการจราจรกับโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความผิดปกติทางการเผาผลาญที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมว่าเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมควรถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความรำคาญ

ทั้งนี้ บรรดานักวิจัยกล่าวว่าการลดเสียงรบกวนจากการจราจรบนท้องถนนในเวลากลางคืน อาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อระบบเผาผลาญที่เกี่ยวข้องได้ พร้อมเรียกร้องให้ใช้มาตรการลดเสียงรบกวนในการวางผังเมืองและระบบขนส่ง รวมถึงการออกแบบอาคารที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการนอนหลับที่เงียบสงบยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...