เซ็นทารา กางแผน 3 ปี ลงทุน 1.6 หมื่นล. ลุยญี่ปุ่น–ตะวันออกกลาง–บัดเจ็ตโฮเทล
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กางแผน 3 ปี รุกลงทุนธุรกิจโรงแรม 1.6 หมื่นล้าน ลุยญี่ปุ่น–ตะวันออกกลาง–บัดเจ็ตโฮเทล ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 14-15% แม้ตลาดจีนผันผวน
วันที่26 ก.พ. 2569 นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ผู้พัฒนาและบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมในปี 2568 ที่ผ่านมามีการเติบโตที่น่าพอใจ โดยโรงแรมในเครือเซ็นทารา มีรายได้เติบโตประมาณ 10% และทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 สำหรับปี 2569 โมเมนตัมการท่องเที่ยวยังคงดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างมัลดีฟส์ ดูไบ และญี่ปุ่น
ทั้งนี้มาจากปัจจัยบวกโดยเฉพาะในไทย การมีรัฐบาลที่เข้มแข็งและนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชัดเจน เช่น แคมเปญดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ และการโปรโมทเมืองรอง (เช่น อุดรธานี) รวมถึงการใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกอย่าง "ลิซ่า" ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่น นอกจากนี้ ตลาดระยะไกล (Long-haul) เช่น รัสเซีย และสหราชอาณาจักร ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง
ขณะที่ปัจจัยลบและความเสี่ยง โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งยังคงไม่ฟื้นตัวเต็มที่และมีความผันผวนสูง โดยปีที่ผ่านมาลดลงถึง 34-43% ในบางพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมในภาคใต้ (หาดใหญ่) การเตือนภัยแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทาง
แต่ด้วยกลยุทธ์สำคัญของ เซ็นทารา ที่เน้นการกระจายความเสี่ยงของฐานลูกค้านักท่องเที่ยว โดยไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป เพื่อสร้างความปลอดภัยให้พอร์ตโฟลิโอ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าที่กระจายตัว อาทิ ไทย 25%, รัสเซีย 16% และจีน 7% อีกทั้งยังเห็นโอกาสในกลุ่ม Wellness ที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง และการขยายตัวสู่ "เมืองรอง" ที่มีลักษณะการท่องเที่ยวคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นที่สามารถเที่ยวได้ทั่วประเทศ
ปีที่ผ่านมาโต 10% ทำกำไรสูงสุดใหม่ แม้จีนหดตัวแรง
นายธีระยุทธ กล่าวว่าปีที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่แข็งแกร่งของบริษัท แม้เผชิญความท้าทายจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนดังที่กล่าวข้างต้น รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ของไทยที่กระทบตลาดมาเลเซีย แต่บริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ 12,318 ล้านบาท
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6% แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดโรงแรมใหม่และการปิดปรับปรุงทรัพย์สินบางแห่ง แต่รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบปีก่อน ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) เติบโตเพิ่มขึ้น 4% หรืออยู่ที่ 5,922 บาท
ไทยยังเป็นฐานหลัก คาดนักท่องเที่ยวปีนี้ 34-36 ล้านคน
สำหรับภาพรวมประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 33 ล้านคน ขณะที่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 34-36 ล้านคน แม้ตัวเลขล่าสุดในช่วงต้นปีจะยังต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อยประมาณ 4-5% แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในบางช่วง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่นักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น
ที่สำคัญแนวนโยบายภาครัฐที่หันมาเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ จะช่วยยกระดับรายได้ต่อหัวในระยะยาว ประกอบกับเซ็นทาราเน้นกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง โดยไม่พึ่งพาฐานลูกค้านักท่องเที่ยวในตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะสัดส่วนลูกค้าจีนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7% จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักเมื่อเทียบกับภาพรวมอุตสาหกรรม ส่วนที่เหลือจะเป็นตลาดคนไทย 25% รัสเซีย 16% ตามด้วยสหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยุโรปและออสเตรเลีย
มัลดีฟส์–ดูไบ โตต่อ ญี่ปุ่นชะลอเล็กน้อย
ในส่วนของโรงแรมในมัลดีฟส์ ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน และต่อเนื่องมาถึงปีนี้ โดยคาดว่าจะเติบโตราว 14% ตลาดหลักยังเป็นรัสเซียและสหราชอาณาจักร ขณะที่จีนเป็นอันดับ 3
ส่วนโรงแรมในญี่ปุ่น ปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 16% แม้ช่วงปลายปีจะชะลอลงจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน
ส่วนปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมอาจลดลงราว 3% แต่ในระยะยาวยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเตรียมเปิดโรงแรมแห่งที่ 2 ในโอซาก้า ภายใต้แบรนด์ เซ็นทารา ไลฟ์ พร้อมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาขยายไปยังเกียวโต ฟุกุโอกะ และโตเกียว
ทางด้านดูไบ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ไม่มีปีใดติดลบ โดยปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ราว 12% และอยู่ระหว่างศึกษาการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง
เปิดโรงแรมใหม่ 4 แห่ง เพิ่ม 1,400 ห้อง
สำหรับแผนลงทุนในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดโรงแรมใหม่รวมประมาณ 1,400 ห้อง ได้แก่ โอซาก้า ซึ่งเป็นโรงแรมเซ็นทารา แห่งที่ 2 ของในญี่ปุ่น, เนปาล ซึ่งเปิดไปแล้วช่วงต้นปี, เวียดนาม (Van Don ใกล้อ่าวฮาลอง) และสุราษฎร์ธานี
ขณะเดียวกัน ยังมีการทยอยเปิดโรงแรมที่ปิดปรับปรุง เช่น กระบี่ ที่อยู่ระหว่างการปรับโฉมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ สู่ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่ โดยมีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปีนี้ และหัวหินที่ได้รับการต่อสัญญาระยะยาวจากการรถไฟฯ พร้อมทยอยปรับปรุงครั้งใหญ่
รุกบัดเจ็ตโฮเทล จับมือ OR เปิด 6 แห่งแรก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการร่วมทุนกับ บริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อพัฒนาโรงแรมขนาดเล็กติดสถานีบริการน้ำมัน รองรับนักเดินทางระหว่างเมือง
โดยเฟสแรกจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี อยุธยา สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และหาดใหญ่ ขนาดโรงแรม 69-79 ห้อง ราคาห้องพักเฉลี่ยประมาณ 800-900 บาท โดยในส่วนของกรุงเทพฯ ประมาณ 100 ห้อง ราคาห้องพักเฉลี่ย 1,200-1,300 บาท ซึ่งจะเริ่มให้บริการในปลายปี 2570
"โมเดลดังกล่าวเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย โดย OR มีระบบนิเวศธุรกิจครบวงจร ทั้งน้ำมัน ร้านอาหาร และสถานีชาร์จ EV ขณะที่เซ็นทารามีความเชี่ยวชาญด้านบริหารโรงแรม มองว่าเป็นโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ในเซ็กเมนต์ที่ยังไม่มีเชนโรงแรมขนาดใหญ่เข้าไปเล่นในตลาดนี้"
ตั้งเป้าปีนี้โต 14-15% ลงทุน 6,000 ล้านบาท
สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโตของรายได้ 14-15% อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) 75-78% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ประมาณ 4,400-4,800 บาท เพิ่มขึ้น 8-10% จากปีก่อน
สำหรับแผนลงทุนในระยะ 3 ปีจากนี้ วางงบลงทุนรวม 16,000 ล้านบาท โดยปีนี้ใช้ราว 6,000-6,600 ล้านบาท
แบ่งเป็นงบลงทุนควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ประมาณ 2,000 ล้านบาท และงบปรับปรุงโรงแรมราว 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการหัวหิน กระบี่ และการรีแบรนด์บางแห่ง
นายธีรยุทธ กล่าวว่าบริษัทวางแผนการดำเนินงานแบบระมัดระวัง ไม่มองโลกในแง่ดีเกินไป โดยยอมรับว่าปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองหรือภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ แต่ธุรกิจโรงแรมมีความสามารถในการปรับตัวสูง และที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
"หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกินคาด เป้าหมายการเติบโต 14-15% เป็นสิ่งที่เชื่อว่าสามารถทำได้"นายธีรยุทธ กล่าว
ธุรกิจอาหารปีนี้ JV 2 แบรนด์ใหม่
สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 52% ของพอร์ตโฟลิโอรวม โดยวางเป้าหมายยอดขายเติบโต 12-14% ภายใต้การขยายสาขาใหม่ 75-85 แห่ง โดยใช้งบลงทุนประมาณ 900 ล้านบาท ที่จะผลักดันการเติบโตของยอดขายประมาณ 5-6%
ขณะที่ตั้งเป้าการเติบโตของสาขาเดิมที่ 3-5% โดยทิศทางการดำเนินงานหลักในปีนี้นอกจากเน้นการเติบโตของ 8 แบรนด์หลัก เช่น KFC, Mister Donut, Auntie Anne',OTOYA,ชินคังเซน และ คัตสึยะ เป็นต้น ในปีนี้จะมีอีก 2 แบรนด์ใหม่เข้ามาเพิ่มผ่านโมเดลการร่วมทุน (JV) คือ อาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี อย่าง กังนัม คาลบี้ และอีกแบรนด์เป็นสไตล์คาเฟ่ ซึ่งมองโอกาสของตลาดที่ค่อนข้างใหญ่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เซ็นทารา กางแผน 3 ปี ลงทุน 1.6 หมื่นล. ลุยญี่ปุ่น–ตะวันออกกลาง–บัดเจ็ตโฮเทล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th