โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับเหมาดีดโครงการเพียบ CK แบ็กล็อกสูงมาร์จิ้นสวย

ทันหุ้น

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 19.40 น.

#CK #ทันหุ้น – รับเหมามาแรง กูรูมองปีนี้แข่งขันลดหลังผู้รับเหมาบางรายขาดคุณสมบัติ ท่ามกลางโครงการภาครัฐใหญ่เพียบ ช่วยดันมาร์จิ้นยืนสูง 6-7% ได้ต่อเนื่อง ส่อง CK แบ็กล็อกมาร์จิ้นสูง 1.7 แสนล้านบาท เตรียมรับงานประมูลครึ่งปีหลัง เตรียมแจ้งกำไร 26 กุมภาพันธ์นี้ โบรกวางเป้า 23 – 23.40 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากสถานการณ์ในปี 2569 มีปัจจัยหนุนจากบรรยากาศการแข่งขันที่ลดความร้อนแรงลง หลังผู้รับเหมาบางรายขาดคุณสมบัติ (Disqualify) ที่จะเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ

เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มรับเหมาที่จะมีศักยภาพการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) ในระดับสูงต่อเนื่องปี 2569 – 2570 สอดคล้องกับงานในมือของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ โดยเฉพาะ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องหลายรายการ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, โครงการรถไฟทางคู่ รวมถึงโครงการภาคเอกชนต่างๆ

ขณะเดียวกัน การประมูลโครงการภาครัฐบาลที่จะทยอยเปิดประมูลออกมาช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ก็จะสะท้อนบรรยากาศการแข่งขันที่ลดลงอย่างชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ทรงตัวเหนือ 6 – 7% ได้อย่างแข็งแกร่ง

“ปี 2569 ต่อเนื่อง 2570 ผู้รับเหมารายใหญ่ในอุตสาหกรรมทั้ง CK และ STECON ต่างยังคงทำงานที่มีในมือ ซึ่งเป็นงานที่ GPM สูงอยู่แล้ว และด้วยบรรยากาศการประมูลที่ผ่อนคลายลงตั้งแต่ช่วงครี่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป ที่คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่การดำเนินงานเต็มที่ในปี 2571 เป็นต้นไปจะรักษา GPM ที่สูงกว่า 6-7% ได้อย่างแข็งแกร่ง”

@กำไรโตแกร่ง

สำหรับ CK มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% จากปีก่อนหน้า (YoY) แต่มีแนวโน้มปรับลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 (QoQ) เนื่องจากไม่มีเงินปันผลรับจากบริษัท TTW และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการหลวงพระบาง (LPB) ลดลง พร้อมประมาณการกำไรทั้งปี 2568 ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY ณ สิ้นปี 2568 CK มีงานในมือมูลค่าประมาณ 169,000 ล้านบาท คาดว่ามูลค่างานใหม่ในปี 2569 จะยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มใกลัเคียงกับกำไรปกติที่ราว 1,963 ล้านบาท กดดันจากรายได้โครงการ CKP และ BEM ที่อาจอ่อนตัวลง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเปิดประมูลในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของงานในมือและรายได้ในระยะถัดไป

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 23.40 บาท อิงค่า PER 20 เท่า แม้ว่าจะมีความกังวลต่อทิศทางกำไรระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 4/2565 ที่อาจชะลอตัว แต่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวได้รับการสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว

@จับตาแจ้งกำไร

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/2568 ของ CK ที่ 248 ล้านบาท ลดลง 86% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/2568 (QoQ) กดดันจากส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่ลดลงตามฤดูกาล แต่พลิกจากที่ขาดทุน 171 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ได้รับผลดีจากการไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมคาดกำไรขั้นต้นคาดที่ 7% ทรงตัว YoY แต่ลดลงจาก 7.9% ในงวดไตรมาส 3/2568 คาดว่าเกิดจากโครงการที่มีกำไรขั้นต้นต้นสูงมีสัดส่วนลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8%YoY, และเพิ่มขึ้น 10%QoQ มาอยู่ที่ 642 ล้านบาท ทั้งนี้หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 3,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ทำไว้ 3,075 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ 2,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%

ณ สิ้นปี 2568 CK มี Backlog ในมือราว 170,000 ล้านบาท เนื่องจาก CK ไม่มีการประมูลงานใหม่เข้ามาเติมในช่วงปลายปี 2568 แต่ด้วย Backlog ที่ยังอยู่ในระดับสูงเพียงพอรองรับรายได้ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) เบื้องต้นคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในปี 2569 จะมีการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงมีความคืบหน้าโครงการ Double Deck อีกโครงการ

อย่างไรก็ตามในปี 2569 จะไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งจากโครงการหลวงพระบางเข้ามา จึงพิจารณาปรับลดรายได้ลงจากเดิมเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%YoY และประเมินกำไรสุทธิได้ใหม่ที่ 2,144 ล้านบาท ลดลง 8%YoY คงคำแนะนำ“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสบที่ 23 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...