ยูเออีสกัดโดรน-ขีปนาวุธอิหร่านเฉียดพันลูก บ้านเมืองเสียหาย จี้เจรจาก่อนบานปลาย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า นายอันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาด้านนโยบายการทูตของรัฐบาลยูเออี กล่าวว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางบอบช้ำจากความขัดแย้งมามากพอแล้ว และไม่ควรมีใครต้องเผชิญกับสงครามที่ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้อีก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยูเออี แสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก ต่อการที่สหรัฐและอิสราเอลลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยเตือนว่า การที่ทั้งสองฝ่ายล้างแค้นกันไปมา จะนำไปสู่ "หายนะที่ยากจะควบคุม"
แม้ยูเออีเคยประณาม การที่อิหร่านละเมิดอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน จากการยิงโดรนและขีปนาวุธล้ำน่านฟ้าเข้ามา เพื่อโจมตีทรัพย์สินทางการทูตและทางทหารของสหรัฐ แต่ในเวลาเดียวกันก็เตือนด้วยว่า การใช้กำลังทางทหารฝ่ายเดียวของสหรัฐ และอิสราเอล อาจทำให้ความมั่นคงในตะวันออกกลางพังทลายลงอย่างถาวร พร้อมทั้งย้ำว่า การกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาเป็นหนทางเดียวเท่านั้น
ทั้งนี้ นับตั้งแต่อิหร่านเปิดฉากตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล ในสงครามซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเออี ตรวจพบนำวิถีจากอิหร่านแล้ว 186 ลูก และสกัดได้ 172 ลูก ส่วนที่เหลือตกในทะเล 13 ลูก และหลุดรอดเข้ามาตกในแผ่นดินของประเทศเพียงลูกเดียว
นอกจากนี้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเออี ตรวจพบโดรนของอิหร่านรุกรานน่านฟ้าแล้วอย่างน้อย 812 ลำ ซึ่งระบบป้องกันภัยสามารถสกัดกั้นได้ 755 ลำ ส่วนอีก 57 ลำ ตกลงภายในประเทศ และยังมีขีปนาวุธร่อน 8 ลูก ที่มีการตรวจพบและทำลายได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของอิหร่านที่เกิดขึ้นกับยูเออี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกอย่างน้อย 68 คน อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกภาคพลเรือนหลายแห่งได้รับความเสียหาย ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จากการตกกระแทกและสะเก็ดระเบิด.
เครดิตภาพ : AFP , REUTERS