โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต

วันนี้ (3 มีนาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูต และสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ รวมถึงข้อเสนอและการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนคนไทยในแต่ละประเทศ

อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังทุกปัญหา แต่ในภาพรวมขวัญกำลังใจของทุกคนยังถือว่าดีอยู่ พร้อมแนะนำให้คนไทยดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตี โดยสถานเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด และรัฐบาลประเมินว่าจุดที่อันตรายที่สุดคืออิหร่าน จึงจะเร่งดำเนินการนำคนไทยประมาณ 300 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ออกจากประเทศดังกล่าวและเดินทางกลับไทย

“มีไม่เกิน 300 คน ถือว่าโชคดีที่เราสามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านั้นได้ตามขีดความสามารถที่มีอยู่” อนุทิน กล่าว

อนุทิน กล่าวว่า ไทยได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือเพียงการประสานงานกับสถานทูตในแต่ละประเทศ เนื่องจากบางประเทศต้องมีวีซ่าขาออก ไม่ใช่เพียงวีซ่าขาเข้า และขณะนี้ระบบบริการสาธารณะในอิหร่านไม่เป็นไปตามปกติ จึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือคนไทย

เมื่อถามถึงความกังวล อนุทิน ระบุว่า กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย พร้อมกำชับเอกอัครราชทูตทุกแห่งให้อำนวยความสะดวกเต็มที่ หากผู้ใดประสงค์เดินทางกลับไทยต้องได้รับความช่วยเหลือทั้งหมด ปัจจุบันผู้ประสงค์กลับมีไม่ถึง 25%

สำหรับอิสราเอล มีคนไทยอาศัยอยู่กว่า 60,000 คน ขณะนี้ประสงค์กลับไทยประมาณ 20 คน แต่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยยืนยันว่าคนไทยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

ส่วนกรณีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีผู้ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการเดินทาง ยังสามารถเดินทางกลับได้ตามปกติ แต่รัฐบาลเตรียมแผนสำรองกรณีต้องอพยพผ่านประเทศที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่

ส่วนกรณีอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการบริหารจัดการน้ำมัน โดยยืนยันว่าประเทศไทยยังมีสำรองเพียงพอ ปัจจุบันกลั่นน้ำมันได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้ในประเทศประมาณ 130 ล้านลิตร ส่งออกไปลาววันละ 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งออกประเทศอื่น หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจต้องทบทวนการส่งออกน้ำมันส่วนที่เหลือกว่า 30 ล้านลิตร แต่ยืนยันว่ายังไม่ถึงจุดวิกฤต และต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ด้านราคาน้ำมัน ยอมรับว่ามีกลไกตลาดเกี่ยวข้อง แต่รัฐบาลจะตรึงราคาให้มากที่สุด โดยวันพรุ่งนี้จะหารือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน เพื่อดูแลราคาสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน

เมื่อถามถึงการกักตุนน้ำมัน อนุทิน ยืนยันว่า ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต และไทยมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาค ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางเพียงแห่งเดียว

พร้อมกำชับให้กระทรวงพลังงานและ ปตท. ชี้แจงข้อมูลสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

อนุทิน กล่าวด้วยว่า แม้สถานการณ์อาจยืดเยื้อ 1 เดือน แต่สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของคนไทย ค่าครองชีพ และการตรึงราคาสินค้า อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ พร้อมย้ำแนวคิดไทยแลนด์เฟิร์สให้ความสำคัญกับคนไทยก่อน

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์แถลงข่าว เพื่ออัปเดตข้อมูลสถานการณ์รายวัน

สำหรับความมั่นใจด้านความปลอดภัย อนุทิน ระบุว่า ได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว รวมถึงมีการประชุม สมช. เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ

ส่วนประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลปัจจุบันยังบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มที่ แม้เป็นช่วงรักษาการ โดยข้อจำกัดมีเพียงการผูกพันงบประมาณและการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง นอกเหนือจากนั้นสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

ทั้งนี้ การอพยพคนไทยในอิหร่านจะเร่งดำเนินการก่อน เนื่องจากมีจำนวนประมาณ 270-300 คน สามารถใช้เครื่องบินเพียงลำเดียว โดยเปิดทุกทางเลือก ทั้งเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือเครื่องบินจากไทยไปรับ ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่านได้เตรียมความพร้อมแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...