โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Nvidia รายได้พุ่ง 73% รับกระแส AI แต่เตือนความไม่แน่นอนตลาดจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดทำสถิติใหม่ เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน รับกระแส AI พร้อมส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มธุรกิจในจีน

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 12.11 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าNvidia รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ทำสถิติสูงสุดอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สวนกระแสความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้บริษัทจะส่งสัญญาณระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในจีน

สำหรับช่วงสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 25 มกราคม บริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของโลกมีรายได้รวม 6.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่รายได้ทั้งปีทำสถิติสูงสุดเช่นกัน อยู่ที่ 2.159 แสนล้านดอลลาร์

รายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโต พุ่งขึ้น 75% จากปีก่อน สู่ระดับ 6.23 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า

กระแสการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงเร่งตัวขึ้น โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google, Amazon และ Microsoft กำลังประกาศแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สำหรับปี 2569 ซึ่งรวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก การลงทุนดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญสำหรับ Nvidia เนื่องจากลูกค้าหลักของบริษัทคือผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เหล่านี้

เจนเซน หวง ซีอีโอของNvidia กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจ AI จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนด้านกำลังประมวลผลอย่างต่อเนื่อง “หากไม่ลงทุนในกำลังการประมวลผลตั้งแต่วันนี้ ก็จะไม่สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคตได้ และผมคิดว่าทุกคนในอุตสาหกรรมเข้าใจเรื่องนี้ดี”

ด้านโคเล็ตต์ เครสส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของNvidia ระบุระหว่างการประชุมกับนักลงทุนว่า บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่องตลอดปี 2569 และอาจสูงกว่าประมาณการเดิมที่เคยคาดว่ารายได้รวมจะทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2569

สำหรับไตรมาสถัดไป (กุมภาพันธ์–เมษายน) Nvidiaคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ บวกลบประมาณ 2%

อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้รวมรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลในจีนไว้ในประมาณการ แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งอนุมัติให้ Nvidia สามารถขายชิป H200 ให้กับจีนได้ก็ตาม

เครสส์กล่าวว่า แม้รัฐบาลสหรัฐจะอนุมัติให้มีการขายชิป H200 จำนวนเล็กน้อยให้ลูกค้าในจีน แต่บริษัท ยังไม่ได้รับรายได้จากการขายดังกล่าว และยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถนำเข้าไปขายในจีนได้จริงหรือไม่ เนื่องจากยังต้องได้รับการอนุมัติจากทางการจีนด้วย

ก่อนหน้านี้ Nvidiaระบุว่ามีความต้องการชิป H200 จากจีนในระดับสูง แต่การขายจริงยังต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติจากรัฐบาลจีน ในขณะเดียวกัน Nvidia กำลังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตชิปภายในประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลจีนกำลังผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตชิป AI ของจีนที่ถูกเรียกว่า “Four Little Dragons” ได้แก่ Biren Technology, Moore Threads และ MetaX ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ขณะที่บริษัทที่เหลือคือ Suiyuan Technology (หรือ Enflame) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Tencent ก็กำลังเตรียมเข้าตลาดเช่นกัน

เครสส์เตือนว่าผู้ผลิตชิปจีนที่ได้รับเงินทุนจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์กำลังพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และอาจกลายเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม AI โลกในระยะยาว

“เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านการประมวลผล AI สหรัฐจำเป็นต้องเปิดกว้างให้กับนักพัฒนาทุกคน และต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ธุรกิจทั่วโลกเลือกใช้ รวมถึงธุรกิจในจีนด้วย”

ก่อนหน้านี้ในงาน CES เดือนมกราคม Nvidiaเปิดเผยว่า ชิป AI รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ Rubin ซึ่งเป็นรุ่นถัดจากตระกูล Blackwell ได้เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

นอกจากนี้ Nvidiaเตรียมจัดงานประชุมสำหรับนักพัฒนาประจำปี GTC ในเดือนหน้า ที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคาดว่าบริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ในอนาคต

หลังการประกาศผลประกอบการ หุ้นของNvidia ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...