โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมนัส เปิดใจครั้งแรก! “มันคือแป้ง” วลีที่เหมือนเป็นกรรม โดนด่าคำนี้มา 8 ปี

อีจัน

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 03.46 น. • อีจัน

ธรรมนัส เปิดใจครั้งแรก! วลี “มันคือแป้ง” ที่เหมือนโดนรับกรรมมานานถึง 8 ปี

30 ม.ค. 69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม เปิดใจผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงประเด็นที่ถูกเรียกว่า แป้ง และวลีที่มักถูกนำมาพาดพิง ว่า มันคือแป้ง

ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ผมไม่ใช่ชั่วร้ายอย่างที่คุณคิดนะ คำก็แป้ง สองคำก็แป้ง บางคนตอนนั้นยังไม่เกิดเลย ลูกหลานที่ตอนนั้นเป็นเยาวชน ก็ติดปากกันมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าที่ผมพูดมันคือแป้งคืออะไร

สรยุทธ : อยากบอกอะไรกับประชาชนไหมเรื่องนี้? คุยเปิดใจกันเลยแล้วกันวันนี้

ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามนี้ ว่า ผมไม่ได้โดนข้อหานำเข้าและส่งออกนะ ผมโดนข้อหารู้ว่ามีแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ สุดท้ายคู่คดีผมศาลยกฟ้องนะครับ เพราะมวลของแป้งมันเยอะกว่าสารเสพติด

เมื่อก่อนโกรธที่โดนคนเรียกแบบนั้น เพราะว่าผมชีวิตตั้งแต่เป็นวัยเด็กอายุ 20 กว่าปี เราไปตกระกำที่ต่างประเทศโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ โดยที่เราไม่ได้เป็นผู้ส่งออก ผมไปเที่ยวแล้วก็โดนแบบนี้

คู่คดีที่บอกไม่ได้เป็นพี่น้องกันแต่ก็เหมือนเป็นพี่น้องกัน เขาเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด เราเป็นเด็กเพิ่งจบมาใหม่ๆ จะไปรู้เรื่องอะไร ช่วงนั้นสงกรานต์ผมจะกลับพะเยา แต่แผนที่เราจะไปเที่ยวออสเตรเลียคิดมานานแล้วจะไปกัน ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย พอเราไปตกชะตากรรมลำบากเราต้องเอาตัวรอด การเอาตัวรอดคือการที่ผมไปเป็นพยาน เขาเอาผมเป็นพยาน

ศาลพิพากษาไปแล้ว ถ้าผมนำเข้าเฮโรอีน 3.5 – 3.6 กิโลกรัม ป่านนี้ติดคุกหัวโตไปแล้ว ไม่ได้ออกมาหรอก โทษเขาหนักจะตาย วิธีการเอาตัวรอดของผมที่คิดตามเด็กคือทำยังไงก็ได้ ให้ได้กลับบ้านไวที่สุด หนึ่งคือตังค์ก็ไม่มีจ้างทนายจะเอาตังค์ที่ไหน ตอนนั้นอายุ 20 กว่าปี เด็กๆ ครับ ที่ไปไม่ใช่ว่าไปเคลียร์คดีอะไร กลุ่มคนที่ขายยาเขาทำกันเองจนสำเร็จหมดแล้ว ที่ผมมารู้ตอนหลังคือการหักหลังระหว่างปราบปรามยาเสพติดระหว่างสหรัฐอเมริกาและบุคคลที่บอกว่าเป็นญาติเป็นเจ้าหน้าที่ น่าจะหักหลังกันอะไรประมาณนั้น ซึ่งเราก็ตกเป็นแพะอยู่ตรงนั้น

ผมไม่ได้ทำ ถ้าผมทำป่านนี้คดีนี้ ไม่ต้อง 3.5 กิโลกรัมหรอก แค่ 0.5 กิโลกรัม ก็ติดคุกหัวโตแล้ว

ตอนนั้นผมไปอยู่ 4 ปีพอคดีจบก็ส่งผมกับประเทศไทย คำพิพากษาตัดสินเพราะว่าผมลองตัดสิน เพราะผมพอใจผมอยากกลับบ้านแล้ว เขากันเป็นพยาน

คู่คดดีเขาต่อสู้คดี เขาก็ส่งผมไปที่สถานกักกันเอาไว้เป็นพยาน คือถ้าผมยอมรับเป็นพยานจะยอมรับผลคดีแบบนี้ไหม ผมก็เลยยอมรับไปตอนนั้นเพราะอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด ผมยอมรับว่าผมผิดพลาดแบบนั้น เพราะตอนนั้นผมเด็กอยากกลับบ้านแล้ว

แม้กระทั่งคนที่นำเสนอข่าวเรื่องนี้คนแรก ผมก็บอกว่าคุณไปเอาคำพิพากษาตัวจริงมาให้ผมหน่อย ในหลักฐานทุกอย่างที่ผมให้การศาลคือผมไม่ได้เกี่ยวข้อง ไปค้นได้เลยถ้ามี

ข้อต่อสู้คือปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ลองตัดสินคือกันผมไว้เป็นพยาน ถ้าตัดสินแบบนี้คุณรับได้ไหม เขาเรียกว่าพรีเซนต์เทนต์ คือการยอมรับเท่านี้เพื่อจะได้กลับบ้าน ถูกนำตัวไปไว้ที่สถานกักกันการเป็นพยาน 2 ปีกว่า

สิ่งที่ผมพูดท่านไปเอาหลักฐานมาเลยว่าจริงหรือไม่จริง ผมเองก็ต้องการหลักฐานเหมือนกัน ไม่ใช่ไปตัดข่าวหนังสือพิมพ์มาแล้วมาลงโทษผมที่ประเทศไทยอีก ผมถูกลงโทษที่นู่นแล้วรับโทษรับกรรมที่นู่นแล้ว ยังต้องมาชดใช้กรรมที่ประเทศไทยอีกเหรอ

ทุกคนกล่าวหาแต่ว่าไม่มีตัวจริงเลย ผมก็ต้องมีหน้าที่พิสูจน์พยายามเอาคำพิพากษามา มอบหมายทนายไปคัดคำพิพากษา คู่คที่ยกฟ้องจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เลย ผมก็ทำหนังสือถึงสถานทูตผมต้องการคำพิพากษาให้ความเป็นธรรมผมหน่อย ไม่ใช่คุณเอาไปพูดๆ ให้ความเป็นธรรมกับผมหน่อย

สุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส บอกอีกว่า เมื่อก่อนนี้โกรธที่คนเรียกแบบนั้น ตอนนี้ชินแล้วมีความรู้สึกว่าแป้งเป็นชื่อเล่นของผมไปแล้ว ก็เลยเฉยๆ แต่โกรธสไตล์ผมเมื่อก่อนโกรธแป๊บเดียวก็หายแล้ว เพราะถือว่าเป็นกรรมของเรา กรรมที่เราผิดพลาดมาเราก็ต้องใช้กรรม แต่ใช้มาเป็นปีที่ 8 แล้ว ก็ยังมีคนยังใช้ คำพวกนี้มาโจมตี ผมก็ต้องสวนบ้างก็คือฟ้อง

ที่ผมฟ้องวัตถุประสงค์ที่หนึ่งก็คืออยากรู้ว่าคนที่พูด เป็นคนหรือเปล่า หรือเป็น AI ผมฟ้อง 600 กว่าคดี เพราะผมต้องการพิสูจน์ว่านั่นเป็นอวตารหรือเปล่า อันที่สองเรื่องบางเรื่องมันเกินไปก็ต้องปรามบ้าง ถ้าวิจารณ์การทำงานเราไม่ว่า แต่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีเหตุมีผลก็ต้องสอนบ้าง ส่วนใหญ่ก็คนเดิมๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...