โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาราศาสตร์ไทยก้าวไกล! เปิดเส้นทางชีวิต ดร.สมาพร ติญญนนท์ นักวิจัย NARIT ผู้พิชิตรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ปี 2568

SPACEMAN

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 21.06 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 01.06 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดร.สมาพร ติญญนนท์ นักวิจัยหนุ่มจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ผู้คว้ารางวัล "นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่" ประจำปี พ.ศ. 2568 จากผลงานการวิจัยระดับโลกที่ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope) ศึกษาการระเบิดของดาวฤกษ์หรือ "ซูเปอร์โนวา" เพื่อไขปริศนาต้นกำเนิดฝุ่นในเอกภพอันไกลโพ้น

ดร.สมาพร ติญญนนท์ หรือ "ดร.แก้ว" เริ่มต้นความสนใจด้านดาราศาสตร์จากความประทับใจในปรากฏการณ์ฝนดาวตกเมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางโอลิมปิกวิชาการ และได้รับทุนไปศึกษาต่อ ณ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยมีความเชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ภาคสังเกตการณ์ (Observational Astronomy) และการสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์

เส้นทางการศึกษาและก้าวสำคัญสู่การเป็นนักดาราศาสตร์ระดับโลก

  • ระดับมัธยมศึกษา
    ศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และเริ่มต้นเส้นทางวิชาการด้วยการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก (IOAA) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ได้รับทุนรัฐบาล (ทุน พสวท.) เพื่อไปศึกษาต่อด้านดาราศาสตร์ในต่างประเทศจนถึงระดับปริญญาเอก
  • ระดับปริญญาตรี
    ศึกษาด้าน ฟิสิกส์ (Physics) ที่ Harvey Mudd College สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่เน้นความเข้มข้นทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ที่นี่เขาได้เริ่มฝึกทักษะการทำวิจัยตั้งแต่ชั้นปีแรกๆ
  • ระดับปริญญาโทและเอก
    ศึกษาต่อด้าน ดาราศาสตร์ (Astronomy) ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) หรือ Caltech ซึ่งถือเป็นสถาบันด้านดาราศาสตร์อันดับต้นๆ ของโลก และเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการหอสังเกตการณ์สำคัญหลายแห่ง รวมถึงห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (JPL) ของ NASA
  • ระดับหลังปริญญาเอก (Postdoctoral)
    ปฏิบัติงานวิจัยต่อที่ University of California, Santa Cruz (UCSC) เป็นเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง โดยมุ่งเน้นการสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์และการสังเกตการณ์ในย่านรังสีอินฟราเรด ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งนักวิจัยที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ในปัจจุบัน

ผลงานที่โดดเด่นของ ดร.สมาพร คือการศึกษาซูเปอร์โนวา (Supernova) หรือการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากเมื่อสิ้นอายุขัย การระเบิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นแหล่งกำเนิดของธาตุหนักและ "ฝุ่นอวกาศ" ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อกำเนิดดาวฤกษ์รุ่นใหม่ ดาวเคราะห์ และสิ่งมีชีวิต ดร. สมาพร อธิบายว่าฝุ่นเหล่านี้เปรียบเสมือนวัสดุก่อสร้างในอวกาศ หากไม่มีการระเบิดของดาวฤกษ์ เอกภพก็จะมีเพียงก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเท่านั้น

ในการวิจัยล่าสุด ดร.สมาพร ได้รับโอกาสระดับโลกในการใช้เวลาสังเกตการณ์บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เพื่อศึกษาซูเปอร์โนวาหมายเลข 2014C โดยพบว่ามีการก่อตัวของฝุ่นมวลมหาศาลกว่า 20,000 เท่าของมวลโลก ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าซูเปอร์โนวาสามารถผลิตฝุ่นได้เพียงพอที่จะอธิบายปริมาณฝุ่นที่พบในกาแล็กซีที่ห่างไกลและมีอายุน้อยได้

นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากอวกาศแล้ว ดร.สมาพร ยังมุ่งเน้นการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อยกระดับดาราศาสตร์ไทย โดยกำลังดำเนินโครงการสร้าง "สเปกโตรกราฟ" (Spectrograph) อัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แยกแสงจากวัตถุบนท้องฟ้าออกเป็นแถบสีหรือสเปกตรัม เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและความเร็วในการขยายตัวของซากดาว อุปกรณ์นี้จะช่วยให้ไทยสามารถสังเกตการณ์วัตถุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Time Domain Astronomy) ได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที โดยมีแผนจะเริ่มใช้งานจริงในปี พ.ศ. 2570

ดร.สมาพร กล่าวถึงความสำคัญของงานวิจัยพื้นฐานว่า แม้ดาราศาสตร์จะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่การทำความเข้าใจเอกภพและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์คือการทำความเข้าใจที่มาของตัวเราเอง เพราะทุกโมเลกุลในร่างกายมนุษย์ล้วนเคยเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาวมาก่อนทั้งสิ้น

  • ข้อมูลอ้างอิง
    - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
    - นิตยสารสาระวิทย์
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...