คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ
วันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติคือวันไหน และเวลาใด?
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08:00 – 17:00 น.
ต้องเตรียมหลักฐานอะไรไปบ้าง?
บัตรประจำตัวประชาชน
บัตรหมดอายุก็ใช้ได้
บัตรที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลข 13 หลัก
แอปพลิเคชัน ThaiD สามารถใช้แสดงตนทางดิจิทัลได้
ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ แต่ไม่ได้ไป จะเสียสิทธิออกเสียงประชามติไหม?
หากลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเมื่อลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วชื่อของคุณจะอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนั้นต้องไปแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ทั้งนี้การไม่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ได้ทำให้เสียสิทธิการออกเสียงประชามติ ในกรณีที่ลงทะเบียนประชามตินอกเขตจังหวัดไว้ก็ยังสามารถไปใช้สิทธินอกเขตได้ หากไม่ได้ลงทะเบียนไว้ก็สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านเดิมของคุณได้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ
ถ้าลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดไว้แล้ว แต่อยากกลับบ้านไปใช้สิทธิตามภูมิลำเนาได้หรือไม่?
ไม่ได้ เมื่อลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดหรือนอกราชอาณาจักรไว้แล้ว ชื่อของผู้ใช้สิทธิจะอยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร หากไม่สะดวกไปใช้สิทธิตามสถานที่ที่ลงทะเบียนไว้ จะไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิที่ภูมิลำเนาได้
ลงทะเบียนประชามตินอกเขตจังหวัดแล้ว แต่ตรวจสอบกลับพบว่าสิทธิยังอยู่ที่ภูมิลำเนา?
หากคุณมีหลักฐานยืนยันว่าลงทะเบียนสำเร็จ เช่น แคปเจอร์ภาพหน้าจอ แต่ตรวจสอบรายชื่อแล้วชื่อกลับไปที่ภูมิลำเนา ให้ดำเนินการดังนี้ วันนี้ให้รีบติดต่อ กกต. จังหวัด ยืนยันว่า มีหลักฐานการลงทะเบียนสำเร็จ จะสามารถใช้สิทธิในสถานที่ออกเสียงนอกเขตได้หรือไม่ และยืนยันว่าเราได้ทำตามขั้นตอนครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ความผิดพลาดของระบบไม่ควรตัดสิทธิประชาชน
หากดำเนินการไม่ทัน วันออกเสียงประชามติวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เดินทางไปยัง หน่วยออกเสียงนอกเขตที่คุณลงทะเบียนไว้ นำหลักฐานการลงทะเบียนไปแสดงต่อกรรมการประจำหน่วย (กปน.) เพื่อยืนยันเจตจำนงอย่างสุภาพ หาก กปน. ไม่อนุญาตให้ลงคะแนนเนื่องจากไม่มีชื่อในบัญชี ให้ขอใช้สิทธิ "ทำคำร้องคัดค้าน/ทักท้วง" ตามแบบ อ.ส. 4/4 ยื่นต่อ กปน. ณ ที่นั้น ระบุข้อความว่า "ข้าพเจ้าได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดถูกต้องและมีหลักฐาน แต่ระบบของ กกต. ผิดพลาดทำให้ไม่มีชื่อ จึงขอสงวนสิทธิในการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้าพเจ้ามารายงานตัวเพื่อใช้สิทธิแล้ว แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้สิทธิออกเสียง”
หากไม่มีหลักฐานการลงทะเบียนหรือทำตาม 1 และ 2 แล้วไม่ได้ออกเสียง ต้องแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการเสียสิทธิทางเมืองเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ สามารถทำได้ก่อนวันออกเสียงระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569และหลังวันออกเสียงระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
แจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงประชามติ: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausepm/
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งhttps://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มุ่งหวังสร้างความลำบากในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติเพียงต้องการให้ความผิดพลาดของระบบถูกบันทึกและนำไปแก้ไขไม่ให้เกิดความผิดพลาดอันนำไปสู่การรอนสิทธิของประชาชนคนอื่นอีกในอนาคต
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติแล้วยังสามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้หรือไม่
ได้
มีข้อห้ามเกี่ยวกับการใส่เสื้อ
พ.ร.บ. ประชามติฯ มาตรา 80 ระบุว่า “ผู้ใดรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่มาใช้สิทธิออกเสียง ตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันออกเสียงหนึ่งวันจนสิ้นสุดเวลาออกเสียง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ซึ่งความหมายของคำว่า “รณรงค์” คือการชักชวนให้ลงคะแนนอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สส. คนหรือพรรคใด หรือออกเสียงประชามติในทางเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ไอลอว์ได้สอบทำหนังสือสอบถาม กกต. ในประเด็นนี้ สรุปได้ว่าเสื้อที่เป็นเพียงการแสดงจุดยืนสามารถใส่ไปลงคะแนนได้ แต่เสื้อที่ระบุ โลโก้หรือหมายเลขผู้สมัคร-พรรคการเมือง หรือ รณรงค์ให้กาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ไม่สามารถใส่ได้ เข้าข่ายผิดกฎหมาย
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/57125
เตรียมปากกาไปเองได้ไหม?
ในการกาบัตร “ปากกา” เป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งในวันเลือกตั้งและประชามติคณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะเตรียมปากกาไว้ให้ในคูหาอยู่แล้ว แต่ก็สามารถพกปากกาไปเองได้ โดยในกฎหมายเลือกตั้ง “ไม่ได้จำกัด” ว่าปากกาที่จะใช้กาบัตรเลือกตั้ง ต้องเป็นสีใด และในการกำหนดลักษณะของ “บัตรเสีย” ก็ไม่ได้ระบุถึงสีปากกาแต่อย่างใด
จากทั้งกฎหมายเลือกตั้ง และระเบียบกกต. เอง ก็ไม่ได้ระบุเรื่องสีปากกา และไม่ได้กำหนดว่าการกาบัตรเลือกตั้งโดยใช้ปากกาสีอื่นนอกจากสีน้ำเงินจะเป็นบัตรเสีย ดังนั้น ตอนนับคะแนน การใช้ดุลยพินิจของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) วินิจฉัย ขานว่าบัตรใดเป็นบัตรดีบัตรเสีย จะต้องอยู่ภายใต้กรอบเท่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หากกปน. ขานตีความว่าบัตรที่ถูกกาด้วยปากกาสีอื่นนอกจากสีน้ำเงินเป็นบัตรเสีย ประชาชนสามารถทักท้วงได้เพราะเป็นการใช้ดุลยพินิจเกินกรอบที่กฎหมายให้อำนาจ โดยสามารถอ้างอิงกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 91 และระเบียบ กกต. ข้อ 174 ได้เลย การตัดสินผลประชามติครั้งนี้ใช้เกณฑ์อย่างไร?
พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ.ประชามติฯ) ได้ยกเลิกเกณฑ์ "เสียงข้างมากสองชั้น" (Double Majority) ที่การจะทำประชามติจะมีข้อยุติได้ ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น คือ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และต้องมีผลการออกเสียงประชามติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ เปลี่ยนเป็น “เสียงข้างมากธรรมดา” (Simple Majority) ให้ถือเสียงข้างมากของผู้ที่มาออกเสียง ดังนั้นจะเดินหน้าสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ได้คะแนนเสียง "เห็นชอบ" จะต้องมีจำนวนมากกว่าคะแนนเสียง “ไม่เห็นชอบ” และ “ไม่แสดงความคิดเห็น" จึงจะถือว่า ประชามติเรื่องนั้นมีข้อยุติ
ในหากผู้มาใช้สิทธิไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ผลประชามติยังใช้ได้เนื่องจากพ.ร.บ.ประชามติฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้กำหนดจำนวนขั้นต่ำของผู้มาใช้สิทธิ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิกี่คนก็ตาม ผลจะตัดสินจากเสียงข้างมากของผู้ที่มาลงคะแนนที่หน้าคูหาเท่านั้น
นับคะแนนเลือกตั้งและประชามติที่ไหน?
เมื่อสิ้นสุดลงคะแนนในเวลา 17.00 น. บัตรลงคะแนนเลือกตั้งจะถูกนับที่หน่วยเลือกตั้ง ส่วนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งของผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร จะถูกส่งไปยังสถานที่ที่ กกต. ประจำเขตเลือกตั้งนั้นกำหนดเพื่อทำการคัดแยกและนับคะแนนและรวมคะแนนเข้ากับหน่วยอื่นภายในเขต
แต่สำหรับการออกเสียงประชามติและการออกเสียงประชามตินอกเขตของผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไว้ บัตรออกเสียงประชามติทุกใบจะถูกนับที่หน่วยออกเสียงประชามตินั้น ไม่มีการส่งบัตรกลับไปยังเขตเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะการออกเสียงประชามติใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งจะถูกนับรวมกันทั้งประเทศ
รายงานปัญหาประชามติและจับโกงได้ที่ไหน?
ร่วมเป็นการอาสาสมัครจับตาเลือกตั้งและประชามติ 2569 ได้ที่ https://www.vote62.com/ เราต้องการอาสาสมัครจำนวนมากเพื่อให้ภาคประชาชนได้รายงานผลคะแนนและความผิดปกติในการลงคะแนน