9 หุ้นพลังงาน ไทย-ตปท. รับอานิสงค์ น้ำมันแพง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 04.50 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุ การที่ IEA ตัดสินใจระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลก 400 ล้านบาร์เรล (มากกว่าตอนวิกฤติยูเครนปี 2564 ถึง 2 เท่า) ถือเป็นการแทรกแซงตลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างเสถียรภาพและลดราคาน้ำมัน หลังเกิดภาวะชะงักงันรุนแรงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันหายไปจากตลาดเกือบ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และถือเป็นวิกฤตพลังงานครั้งเลวร้ายที่สุดนับจากทศวรรษ 1970
ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับดีดตัวสูงขึ้นมาแตะระดับ US$100/bbl อีกครั้ง ไม่ตอบสนองต่อแผนระบายน้ำมันมหาศาลของ IEA ซึ่ง INVX มองมีสาเหตุจาก
1) ปริมาณน้ำมันที่จะปล่อยออกมา 400 ล้านบาร์เรล ถึงแม้จะระบายได้เร็วใน 1 เดือน แต่เฉลี่ยตกวันละ 13 ล้านบาร์เรล ก็ยังห่างไกลกับน้ำมันที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซวันละ 20 ล้านบาร์เรล
2) น้ำมันสำรองส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบ (Crude) ขณะที่ตอนนี้โลกเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล ทำให้การระบายน้ำมันดิบอาจไม่ช่วยลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ทันทีเพราะคอขวดอยู่ที่โรงกลั่นที่หายไปในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง
3) มีปัญหา logistics ที่ขนส่งน้ำมันได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีท่อส่งน้ำมันรองรับ แต่โลกกำลังขาดแคลนเรือบรรทุกน้ำมันที่กล้าแล่นผ่านพื้นที่ขัดแย้ง อีกทั้งค่าประกันภัยและค่าขนส่งเรือพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้ตลาดกังวลว่านี่คือ 'ไม้ตายสุดท้าย' ของกลุ่มประเทศผู้ซื้อน้ำมัน เพราะหากมาตรการนี้ล้มเหลวและสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ทั่วโลกจะตกอยู่ในภาวะเปราะบางทันที เพราะไม่มีน้ำมันสำรองเหลือไว้ใช้คานอำนาจในยามฉุกเฉินอีกต่อไป ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกพุ่งค้างนานและบีบให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะกระทบต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่ม Growth และกลุ่มที่มีหนี้สูงโดยตรง
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย แม้แผนระบายน้ำมันของ IEA อาจกดราคาน้ำมันลงมาได้บ้าง (เช่น ลดค่า Geopolitical Premium ลง $5-10) แต่ไทยจะยังมีต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบที่สูงตามราคาตลาดโลก ทำให้ยากที่จะเลี่ยงรับแรงกระแทกจากการปรับขึ้นราคาดีเซลในสัปดาห์หน้า โดยหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา 17 มี.ค. รัฐบาลจะเปลี่ยนไปใช้ "การปรับแบบขั้นบันได" เริ่มวันแรกคาดว่าจะปรับขึ้นไม่เกิน 1-2 บาทต่อลิตร เพื่อลดแรงกระแทก แทนการปล่อยลอยตัวรวดเดียว 15 บาท ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อคุมไม่อยู่ ดังนั้นแผนระบายน้ำมันสำรองของ IEA จึงเป็นเพียงตัวช่วย "ลดความร้อนแรง" แต่ไม่สามารถ "ดับไฟ" สงครามได้ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องติดตาม คือ หากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนานอาจจะกดดันให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและทำให้เงินบาทอ่อนค่า กลายเป็นมรสุมซ้ำเติมต้นทุนนำเข้าให้แพงขึ้นไปอีก จนเกิดภาวะเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุน (Cost-Push Inflation) ที่ฉุดรั้งกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ
มุมมองต่อหุ้นกลุ่มพลังงานไทย: กลุ่มพลังงานต้นน้ำ(PTTEP) ยังคงเป็นแหล่งพักเงิน (Safe Haven) ที่ปลอดภัยจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง ขณะที่กลุ่มโรงกลั่น (TOP, BCP) แม้คาดจะได้ประโยชน์จากค่าการกลั่น(GRM) ที่สูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกขาดแคลนหนักกว่าน้ำมันดิบ แต่ยังมีความเสี่ยงสำคัญหากรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงจำกัดค่าการกลั่นจะเป็น Downside risk ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งล่าสุดวันนี้ (13 มี.ค. 69) รัฐบาลเตรียมเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นมาหารือเพื่อหาทางลดภาระประชาชน ซึ่งอาจต้องรอผลการประชุมว่าจะมีมาตรการที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นหรือไม่
มุมมองต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต่างประเทศ: สำหรับผู้ที่ลงทุนต่างประเทศ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ (XOM, CVX, OXY) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ขึ้นแรง ส่วนกลุ่มโรงกลั่น (VLO) ได้รับอานิสงส์จาก Crack Spread (ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูป) ที่พุ่งสูง กลุ่มขุดเจาะและสำรวจน้ำมัน (SLB, HAL) อาจมีโอกาสทำกำไรจากรอบขาขึ้นของการขุดเจาะรอบใหม่เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานระยะยาว