โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัปเดตราคาพลังงานล่าสุด รัฐบาลไทยเล็งซื้อน้ำมันดิบรัสเซียแทนตะวันออกกลาง เบนซินจ่อขึ้น ดีเซลลอยตัวหลังตรึง 15 วัน

THE STANDARD

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 05.54 น. • thestandard.co
อัปเดตราคาพลังงานล่าสุด รัฐบาลไทยเล็งซื้อน้ำมันดิบรัสเซียแทนตะวันออกกลาง เบนซินจ่อขึ้น ดีเซลลอยตัวหลังตรึง 15 วัน

วันนี้ (13 มีนาคม) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานประชุม ศบก.

ทั้งนี้ มีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กรรมการ ศบก. และรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เข้าร่วมประชุม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบางส่วนร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน กองทุนน้ำมัน สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงความคืบหน้าการช่วยลูกเรือไทย (มยุรี นารี) เป็นต้น

กริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า รายงานสถานการณ์ล่าสุดในการช่วยเหลือเรือมยุรีนารี โดยระบุว่า ภายหลังการโจมตีเรือมยุรีนารี ขณะนี้ยังเหลือลูกเรือ 3 รายอยู่ในสถานะรอการค้นหาและช่วยเหลือ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับรัฐบาลโอมานเพื่อเข้าช่วยเหลือ และกู้เรือออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีเรือของบริษัท พรีเชียส ชิฟปิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าเพื่อขนถ่ายสินค้าอย่างปลอดภัยอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน ส่วนอีกลำมีลูกเรือไทยทั้งหมด 22 คน โดยขณะนี้ไม่มีเรือจดทะเบียนสัญชาติไทย หรือชักธงไทยอยู่บริเวณทะเลอาหรับแล้ว

จากนั้น พิพัฒน์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางในปัจจุบันที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน และสถานการณ์เรือมยุรีนารี ซึ่งเป็นเรือสินค้าสัญชาติไทยที่ถูกระเบิดเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยมีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 23 คน ขณะนี้เหลือ 20 คนที่ปลอดภัย และได้นำทั้ง 20 คนไปที่เมืองซัก เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยต่อไป

ส่วนเรื่องค่าการกลั่นได้ขยับไปถึง 6 บาท ขอยืนยันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีว่า ราคาน้ำมันดีเซลจะต้องตรึงราคาไปถึงวันที่ 16 มีนาคม จากนั้นจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากครบกำหนด 15 วันที่ให้ตรึงราคาน้ำมันไว้ ว่าราคาน้ำมันดีเซลจะมีการขยับอย่างไร โดยจะมีบทสรุปหลังจากมีการประชุมหารือเรียบร้อย ซึ่งเชื่อว่าในวันที่ 16 มีนาคม จะมาแถลงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าหลังจากนี้ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล และสถานีบริการจะปรับในลักษณะใด

นอกจากนี้ยังมีน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ซึ่งโดยปกติจะเป็นการซื้อในระบบขายส่งกับจ็อบเบอร์ต่างๆ หรือบริษัทแม่ของจ็อบเบอร์ ได้แก่ ปตท. บางจาก และคาลเท็กซ์ โดยลูกค้าที่ซื้อจากฝั่งจ็อบเบอร์ ได้แก่ ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตรด้วย ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลจะต้องหารือกันว่าในขั้นต่อไปจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนน้ำมันเบนซินจะมีการปรับในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งปรับตามสถานการณ์ของราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นตลอดเวลา โดยยืนยันว่าขณะนี้เราสามารถหาน้ำมันดิบที่จะนำมาทำการกลั่น จากเดิมที่เคยชี้แจงว่าสำรองได้ 92 วัน ขณะนี้ได้ขยายเวลาออกเป็น 98 วัน รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถจัดหาน้ำมันดิบมาทดแทนในส่วน 50% ที่มาจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีว่าสหรัฐอเมริกาเลิกบอยคอตต์การซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย โดยทางการไทยจะไปเจรจาขอซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ นายกรัฐมนตรีโดยกระทรวงพลังงานพยายามจัดหาน้ำมันดิบเพื่อมาเติมในส่วนที่ขาดจากอ่าวเปอร์เซีย ยืนยันว่าน้ำมันดิบยังสำรองได้อีก 98 วัน แต่หลังจากนี้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ขณะนี้เราได้เติมไบโอดีเซล 7% หลังจากนี้อาจต้องขยายไปเป็น 10% หรือไปถึง 20% ซึ่งในอดีตเราเคยประกาศใช้ 20%

สำหรับรถบรรทุกสามารถใช้ได้ทุกยี่ห้อ ส่วน B10 เชื่อว่ารถเล็ก โดยเฉพาะรถปิกอัพ สามารถใช้ได้ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า รัฐบาลได้มีการจัดหาพลังงานมาสำรอง ไม่ให้ขาดตลาดอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องกลไกราคา รัฐบาลจะต้องค่อยๆ ทยอยปล่อยไปตามราคาตลาดจากภาวะสงคราม ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ที่ราว 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...