โกลด์แมน แซคส์ คาด “น้ำมันดิบเบรนท์” เฉลี่ยเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน มี.ค.
โกลด์แมน แซคส์ คาด "น้ำมันดิบเบรนท์" เฉลี่ยเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน มี.ค. และราว 85 ดอลลาร์ในเดือน เม.ย. จากผลกระทบสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 13.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โกลด์แมน แซคส์ คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) จะเฉลี่ยอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม และประมาณ 85 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง และการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ซื้อขายอยู่ที่ 100.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 05.30 น. ตามเวลา GMT โดยมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8% ในรอบสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาพุ่งแตะระดับ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2565*
อย่างไรก็ตาม โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลงสู่ระดับ 70 ดอลลาร์ต้น ๆ ในช่วงปลายปี หากสถานการณ์การหยุดชะงักของอุปทานไม่ยืดเยื้อ แต่หากการขนส่งน้ำมันยังคงได้รับผลกระทบเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นสูงกว่าที่คาด และปิดปีที่ระดับสูงกว่านี้
ธนาคารยังระบุว่า หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยืดเยื้อเป็นเวลา 2 เดือน จะทำให้ประมาณการราคาน้ำมันเบรนท์เฉลี่ยในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจาก 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็น 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว หนึ่งในห้าของอุปทานโลกผ่านเส้นทางดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ โกลด์แมน แซคส์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันใน ไตรมาส 4 ปี 2569 โดยคาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะอยู่ที่ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มจากประมาณการเดิมที่ 66 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ถูกปรับเพิ่มเป็น 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อ้างอิง : www.reuters.com