ตร.ไซเบอร์ พร้อมคอมมานโด ภาค 4 บุกรวบ “บุตรชายนายพล” แก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (กก.2 บก.สอท.3) ได้สืบสวนพบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มดังกล่าว ต่อมาพบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บุตรชาย นายพล” ได้โพสต์ประกาศขายอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อเพื่อล่อซื้ออาวุธปืนสั้น โดยตกลงราคากันที่ 12,000 บาท และได้นัดหมายส่งมอบสินค้ากัน
ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธเนตร กาละกุล สว.กก.2 บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโดของ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (กก.ปพ.บก.สส.ภ.4)
โดยวางกำลังโดยรอบจุดนัดหมาย บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะ สีดำ ขับขี่เข้ามาเพื่อส่งมอบอาวุธปืนตามที่ได้นัดหมายกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่สายลับได้ส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มตัวอยู่จึงได้เข้าสกัดและแสดงตัวเข้าปิดล้อมเพื่อตรวจค้น สามารถควบคุมตัวชายไว้ได้ 2 ราย ในขณะเดียวกัน ได้มีชายอีก 1 ราย พยายามวิ่งหนี และโยนอาวุธปืนของกลางทิ้งไว้หลังพุ่มไม้ใกล้ร้านกาแฟ ภายในปั้มน้ำมันที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่กวด จนถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด พร้อมของกลางเป็น อาวุธปืนสั้นดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด
จากการตรวจค้นสามารถจับกุมชาย จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับรถนำอาวุธปืนมาส่งให้เจ้าหน้าที่สายลับที่ปลอมตัว โดยมี นายบี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี และ นายซี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี นั่งมาในรถด้วย เพื่อคอยทำหน้าที่ดูต้นทางและเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ขณะส่งมอบอาวุธปืน
จากการสอบถาม เบื้องต้น นายเอ (นามสมมุติ) รับสารภาพว่า ตนเองได้สั่งซื้ออาวุธปืนมาจากเว็บไซต์ออนไลน์ ในราคา 6,700 บาท จากนั้นนำมาขายต่อให้ลูกค้าผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าวข้างต้น ซึ่งทำมานานเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยมี นายบี (นามสมมุติ) และ นายซี (นามสมมุติ) คอยช่วยทำหน้าที่เฝ้าระวังดูต้นทาง และคอยส่งสัญญาณเตือนแก่ตนเอง เผื่อมีเจ้าหน้าที่พยายามเข้าจับกุมในระหว่างซื้อขายอาวุธปืน
จากการซักถามข้อมูลและสืบสวนขยายผล ทำให้พบหลักฐานว่า นายเอ (นามสมมุติ) ยังมีอาวุธปืนอีกหลายชนิดที่เคยโพสต์โฆษณาลงในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงคุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) ไปตรวจค้นห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ขอนแก่น
ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนเพิ่มเติมอีกหลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก, อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นดัดแปลงไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบหักลำ ขนาด 12 เกท จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนยาว ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมกว่า 150 นัด
รวมแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จำนวน 3 ราย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนผิดกฎหมายในครั้งนี้ได้ทั้งสิ้น จำนวน 8 กระบอก พร้อมกระสุนปืนรวม 153 นัด จึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา “ร่วมกันพยายามจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต”, “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของอาวุธปืนดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป