เท้ง จับตาคดีฮั้วส.ว.มติอนุฯกกต.ชี้ไม่มีความผิดค้านสายตาปชช.โสภณ ปัดบุรีรัมย์กินรวบ ยึดสายกลางทำหน้าที่ปธ.สภา
เท้ง จับตาคดีฮั้วส.ว. มติอนุฯกกต.ชี้ไม่มีความผิดค้านสายตาประชาชน โสภณ ปัดบุรีรัมย์กินรวบ เล็งยึดสายกลางทำหน้าที่ปธ.สภา
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาลนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นว่าผู้เกี่ยวข้อง 229 คนในคดีฮั้วส.ว.ไม่มีความผิด ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อพรรคภท.เข้ามาเป็นรัฐบาลคดีต่างๆจะหายไป
นายโสภณ กล่าวว่า ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงให้ความเห็นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องของผู้มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ข้าราชการหรือผู้เกี่ยวข้องพึงระวังอยู่แล้ว เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ในยุคของการตรวจสอบทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ อย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนจะได้เสียงข้างมาก วุฒิสภาดำเนินงานไปตามวิถีของเขา เมื่อพวกตนได้เสียงข้างมากพรรคก็เสนอเป็นเรื่องที่บรรจบบังเอิญพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ
เมื่อถามว่าที่สังคมมองว่าเมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจเดินหน้า นายโสภณ กล่าวว่า มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลจะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น ฉะนั้นประเด็นที่หน่วยงานต่างๆได้ตัดสิน ต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฏหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฏหมายเขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจไม่สะใจ ก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา
ต่อมานายโสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังพรรคภท. มีมติเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายโสภณ กล่าวว่า ขอพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญบ้านเมืองปลอดภัย วันนี้เป็นวันที่อำลาตำแหน่งรองนายกฯ ถือว่าจบสวย เพราะได้ขับเคลื่อนงานที่เป็นอุดมการณ์ของตน คือ เรื่องยาเสพติด ได้ประชุมงบบูรณาการยาเสพติด ได้ฝากการบ้านการแก้ปัญหายาเสพติดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ หากได้เป็นประธานสภาฯ จะขับเคลื่อนเรื่องแก้ปัญหายาเสพติดต่อ
กรณีที่ประชุมพรรคภท.มีมติเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ นายโสภณ กล่าวว่า ต้องปรับวิธีคิดให้ตรงใจประชาชนเพื่อสร้างศรัทธา ภาพลักษณ์คือหัวใจสำคัญ และพร้อมรับมือฝ่ายค้านยุคใหม่ที่ดูเข้มแข็งขึ้นจากการรวมตัวของพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ มองว่าเป็นเรื่องดีหากค้านบนพื้นฐานของเนื้อหา เพราะผลประโยชน์จะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน มั่นใจว่าสามารถคุมเกมในสภาได้แน่นอน โดยยึดหลัก มัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลางเป็นที่ตั้ง เตือนสติทุกฝ่ายหากก้าวข้ามความพอดี หรือค้านแบบไร้ต้นทุนหวังเพียงสร้างความแตกแยก สังคมจะเป็นผู้ตัดสินเอง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต. มีมติเสียงข้างมากค้านมติของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ชี้ ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว. 229 คน ไม่มีความผิด เป็นสิ่งที่ค้านสายตาประชาชน ผลสรุปจากคณะอนุฯออกมาแล้ว ต่อไปต้องเข้าสู่ที่ประชุมกกต.ชุดใหญ่ ซึ่งยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังคาดหวังว่า กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่ง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคปชน. ในฐานะหัวหน้ากฎหมายพรรค ตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการเลือก ส.ว.ที่ผ่านมา และพรรคเตรียมดำเนินการต่อไป
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นคำร้องคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณาว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช.ยังไม่ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลฎีกา อยู่ระหว่างการขยายระยะเวลา
“เรื่องนี้จริงๆ ร่างคำร้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ป.ป.ช.ต้องการเร่งให้เสร็จเพื่อยื่นคำร้องในเร็วๆ นี้ ยังติดเรื่องเอกสารในสำนวนนิดเดียว ต้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคก้าวไกล ให้รัดกุมที่สุด หลังจากนี้คาดว่าจะยื่นศาลฎีกาได้โดยเร็ว” นายสุรพงษ์ กล่าวและว่า
กรณีกระแสข่าวป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กล่าวหาการถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ มีมติยกคำร้องเมื่อเดือนกันยายน 2568 ขณะนั้น ตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบมติรายละเอียด ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เท้ง จับตาคดีฮั้วส.ว.มติอนุฯกกต.ชี้ไม่มีความผิดค้านสายตาปชช.โสภณ ปัดบุรีรัมย์กินรวบ ยึดสายกลางทำหน้าที่ปธ.สภา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th