โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SABINA ปี 68 กำไร 411 ล้านบาท ลดลง 11.5% ใจป้ำปันผลอีก 0.60 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

SABINA ผลประกอบการปี 68 รายได้ 3,339 ล้านบาท ลดลง 6.9% กำไร 411 ล้านบาท ลดลง 11.5% เดินหน้าจ่ายปันผลปันผลอีก 0.60 บาท รวมจ่ายทั้งปี 1.18 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ

20 ก.พ. 69 นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซาบีน่า (SABINA) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,338.9 ล้านบาท ลดลง 248.1 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 6.9% จากปีก่อน มีกำไรสุทธิ 410.8 ล้านบาท ลดลง 11.5%

ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 841.0 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6.0% และมีกำไรสุทธิ 110.7 ล้านบาท ลดลง 2.5% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในปี 2568 อยู่ที่ 51.5%

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงวด 1 ปี ประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ

โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.58 บาท คงเหลือการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

ซีอีโอซาบีน่า กล่าวว่าปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าที่คาดและอาจจะดีกว่าที่สำนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดไว้ มาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีแรงส่งต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันบริษัทฯยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลังจากการควบรวมโรงงานบุรีรัมย์กับโรงงานยโสธร ทำให้โครงสร้างทางการเงินของ SABINA มีความแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะรองรับกับปัจจัยท้าทายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย เสถียรภาพทางการเมือง ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนภัยธรรมชาติ ที่สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 9% ของรายได้ทุกช่องทาง จากเดิมที่อยู่ในระดับ 6-7%เป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 50.3% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เนื่องจากสินค้าที่รับจ้างผลิตเป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูง ส่วนช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งยังครองสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 57%เติบโตลดลง 13.8% และช่องทางไม่มีหน้าร้าน (Non Store Retailingหรือ NSR) ที่มีสัดส่วน 34% เติบโตลดลง 3.2%

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...