รู้ไหม Nutella ไม่ใช่ ‘ช็อกโกแลต’ และความลับนี้ก็สร้างตระกูลที่รวยที่สุดในอิตาลี
ถ้าจะพูดถึง “ช็อกโกแลต” ชื่อดังอันดับต้นๆ ในโลก หลายคนอาจนึกถึง Nutella ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ช็อกโกแลต!
.
เพราะใน Nutella ส่วนประกอบหลักที่ให้สีน้ำตาลเหมือนช็อกโกแลตไม่ใช่ “โกโก้” แต่เป็น “เฮเซลนัท”
.
ดังนั้น ในภายใต้กฎหมายหลายประเทศ Nutella จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะเรียกว่า “ช็อกโกแลต” ไม่ได้
.
ในอิตาลี บ้านเกิดของ Nutella ก็ไม่เรียกว่าสิ่งนี้คือช็อกโกแลต
.
หรือแม้แต่ในประเทศไทย ถ้าคุณพลิกดูกระปุก Nutella จะเห็นตัวอักษรระบุว่า “เฮเซลนัทบดผสมโกโก้” และบนฉลากจะไม่มีคำว่า “ช็อกโกแลต” เลย
.
หลายคนคงรู้สึกประหลาดใจ เพราะเข้าใจว่าสิ่งนี้คือช็อกโกแลตมาตลอด แต่สิ่งนี้นี่แหละคือ “ความลับ” ที่ทำให้ตระกูล Ferrero เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในอิตาลี
.
ความจริงแล้ว Nutella คือ “ขนมหวานอิตาลี” ที่มีชื่อว่า ‘Giandula’ ซึ่งดั้งเดิมก็คือ การเอาเฮเซลนัทมาใช้แทนช็อกโกแลตในการทำ “ครีมทาขนมปัง” คำว่า Giandula มาจากชื่อตัวละครหุ่นกระบอกพื้นเมืองของอิตาลีตัวหนึ่ง ที่เป็นตัวแทนของจังหวัด
.
ปีเยมอนเต (Piedmont) ซึ่งเป็นจังหวัดที่คนอิตาลีรู้กันว่าเป็นแหล่งปลูกเฮเซลนัท
.
การทำ Giandula เกิดขึ้นครั้งแรกประมาณต้นศตวรรษที่ 19 หรือประมาณ 200 ปีที่แล้ว ในสมัยที่นโปเลียนเข้ายึดตอนเหนือของอิตาลีเป็นส่วนหนึ่งในจักรวรรดิ ในตอนนั้นการผลิต Giandula เกิดขึ้นที่เมืองตูรินที่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปีเยมอนเต
.
เหตุผลของการผลิต Giandula ก็คือในตอนนั้นสงครามทำลายเส้นทางการค้า ช็อกโกแลตในตูริน จนช็อกโกแลตขาดแคลน คนทำขนมในเมืองเลยคิดสูตรใหม่ โดยใช้เฮเซลนัทที่เป็นพืชพื้นเมืองแทนช็อกโกแลต เพื่อทำ “ครีมช็อกโกแลต” จนกลายมาเป็น Giandula ในที่สุด
.
คนอิตาลีรู้จัก Giandula ดีในฐานะของ “ขนมหวานพื้นเมือง” ของจังหวัดปีเยมอนเต ซึ่งในจังหวัดนี้ คนทำขนมแต่ละเจ้ามีสูตรไม่เหมือนกัน และสูตรที่ว่าก็เป็น “ความลับ” ของตระกูล
.
แต่ Giandula ถือเป็นขนมพื้นเมืองมาตลอด จนตระกูลหนึ่งหยิบขนมนี้มา “รีแบรนด์” และเรียกมันว่า Nutella แล้วขายในระดับนานาชาติ
.
ตระกูลที่ว่านี้คือ Ferrero
.
Pietro Ferrero (1898-1949) เป็นคนทำขนมในเมืองอัลบา เขาเป็นคนหนึ่งที่คิดสูตร Giandula แบบเฉพาะตัวขึ้นมา สูตร Giandula ของเขาอร่อยมาก ขายดิบขายดีจน Ferrero กลายเป็นบริษัททำช็อกโกแลตที่โด่งดังในอิตาลี
.
ต่อมาพอ Ferrero เสียชีวิต ลูกชายอย่าง Michele Ferrero (1925-2015) ก็รับสืบทอดกิจการต่อ ตอนที่ Michele รับสืบทอดกิจการ เขาอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น เรียกว่าเป็น “ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง” ที่พยายามจะขยายกิจการครอบครัวออกไปในต่างประเทศ
.
แต่กว่า Michele จะสร้างแบรนด์ Nutella ขึ้นมาในปี 1964 เพื่อผลัก Giandula ที่เป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดหนึ่งในอิตาลีให้กลายเป็นขนมระดับอินเตอร์ เขาก็มีอายุเกือบ 50 ปีแล้ว
.
ไอเดียของ Michele ก็คือ ถ้าคนอิตาลีกิน Giandula แทนช็อกโกแลตได้โดยไม่รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ช็อกโกแลต ชาวโลกก็ย่อมกินได้เช่นเดียวกัน
.
ประเด็นก็คือต้นทุนการผลิต Giandula ที่ใช้เฮเซลนัทแทนโกโก้นั้นถูกกว่าการใช้โกโก้ล้วนๆ มาก และถ้าขายได้ในราคาเท่ากับผลิตภัณฑ์โกโก้ล้วนๆ นั่นหมายถึงผลกำไรมหาศาล
.
Giandula ภายใต้ชื่อ Nutella ฮิตระเบิดไปทั่วโลก หลังจากนั้นตระกูล Ferrero ได้สร้างขนม “ช็อกโกแลต” ยอดฮิตของเด็กๆ เพราะแถมของเล่นอย่าง Kinder Surprise (บ้างก็เรียก Kinder Egg) ไปจนถึง Ferrero Rocher
.
ข้างต้นเป็นตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เพราะปัจจุบัน Ferrero คือบริษัทผลิตขนมหวานอันดับ 2 ของโลก (ส่วนอันดับ 1 คือ Mars) และถ้าคุณเป็น “คนกินขนมหวาน” บ้าง คุณน่าจะเคยกินขนมของ Ferrero อย่างน้อยก็หนึ่งอย่าง
.
ปัจจุบันนี้ผู้บริหารของ Ferrero คือ “รุ่นที่ 3” ชื่อ Giovanni Ferrero และเขาก็เป็นผู้สืบทอดตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในอิตาลีหลังจากพ่อของเขา Michele เสียชีวิตในปี 2011
.
“เรื่องบังเอิญ” ก็คือ Giovanni เกิดในปี 1964 ซึ่งเป็นปีที่พ่อของเขาเอา “ขนมสูตรคุณปู่” มารีแบรนด์ใหม่เพื่อบุกตลาดอินเตอร์ จนกลายมาเป็น Nutella ที่ชาวโลกที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้
.
ที่เล่ามาทั้งหมด เราอาจสงสัยว่า ถึงแม้เราจะคุ้นกับผลิตภัณฑ์ของ Ferrero แต่เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทนี้เลย
.
ไม่แปลก เพราะ Ferrero ไม่ใช่บริษัทที่เข้าตลาดหุ้น และเป็นบริษัทที่คนไทยจะเรียกว่า “รวยแบบเงียบๆ” กันในครอบครัว
.
ซึ่งในโลกธุรกิจ บริษัทนี้ได้ชื่อว่า “ลึกลับที่สุดบริษัทหนึ่ง” เพราะไม่มีการทำเพรสคอนเฟอเรนซ์ และแทบไม่ให้นักข่าวเข้าไปที่โรงงาน เพราะกลัว “สูตรลับ” รั่วไหล
.
ซึ่งรวมไปถึงการที่บริษัทตัดสินใจด้านการบริหารต่างๆ กันแบบเงียบๆ ในครอบครัวทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นบริษัทระดับโลกที่บริหารกันในแบบครอบครัว
.
และนี่ก็คือเหตุผลหนึ่งที่เราแทบจะไม่ได้ยินเกี่ยวกับ “คนรวยที่สุดในอิตาลี” กันเท่าไร