งูเข้าบ้าน ลางดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่นี่คือ 6 ข้อ ที่ต้องทำ เพื่อความปลอดภัย!
งูเข้าบ้านควรทำอย่างไร เผย 6 ขั้นตอน ต้องทำเพื่อความปลอดภัย พร้อมวิธีรับมือและปฐมพยาบาล ถ้าถูกงูกัด
งูเข้าบ้านเป็นเหตุไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงฝนตก น้ำท่วม หรือบ้านที่มีพื้นที่รกร้างและแหล่งอาหารของงูอยู่ใกล้เคียง หากเผชิญสถานการณ์นี้ สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก อย่าพยายามจับหรือตีงูด้วยตัวเอง และควรรู้วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องหากมีผู้ถูกกัด
เมื่อพบงูอยู่ภายในบ้าน หลายคนอาจรีบคว้าไม้มาไล่ ตี หรือพยายามจับใส่ภาชนะ แต่พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้งูตกใจและฉกเพื่อป้องกันตัว แม้งูจะดูนิ่ง มีขนาดเล็ก หรือไม่ทราบว่าเป็นงูชนิดใด ก็ควรปฏิบัติเสมือนว่าอาจมีอันตรายไว้ก่อน
เจองูเข้าบ้านควรทำอย่างไร ตั้งสติและถอยห่างก่อน
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งสติและหยุดอยู่ในระยะปลอดภัย
เมื่อเห็นงู อย่าวิ่งเข้าไปประชิดหรือพยายามใช้สิ่งของเขี่ยตัวงู ให้ค่อย ๆ ถอยออกมาโดยไม่เคลื่อนไหวรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการยืนขวางเส้นทางที่งูอาจใช้หลบหนี
ไม่ควรตัดสินว่างูไม่มีพิษจากสี ลวดลาย หรือขนาดของลำตัว เพราะงูหลายชนิดมีรูปลักษณ์คล้ายกัน และการระบุชนิดจากระยะไกลอาจคลาดเคลื่อนได้
นำเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณ
ขั้นตอนที่ 2 พาทุกคนออกจากพื้นที่เสี่ยง
รีบพาเด็ก ผู้สูงอายุ และสมาชิกคนอื่นออกจากบริเวณที่พบงู พร้อมแจ้งทุกคนในบ้านไม่ให้เดินเข้าไปใกล้ ควรปิดกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันคนที่ไม่ทราบเหตุเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ
สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวควรถูกนำออกจากพื้นที่ทันที เพราะอาจเห่า ไล่ตะครุบ หรือเข้าไปกัดงู ทำให้งูตกใจและเพิ่มความเสี่ยงที่ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะถูกฉก
อย่าตี จับ หรือทำให้งูจนมุม
ขั้นตอนที่ 3 ไม่พยายามจัดการงูด้วยตัวเอง
หลีกเลี่ยงการใช้ไม้ตี ฉีดน้ำ ปาสิ่งของ หรือพยายามใช้มือจับ แม้จะคิดว่างูไม่มีพิษก็ตาม เพราะงูที่ได้รับบาดเจ็บ ตกใจ หรือถูกต้อนจนไม่มีทางหนี อาจหันกลับมาฉกได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ควรใช้สารเคมี น้ำมัน หรือควันไล่งูภายในบ้าน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังอาจทำให้งูเลื้อยไปซ่อนในจุดที่ค้นหาได้ยากกว่าเดิม
กั้นพื้นที่และปิดประตูเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 4 จำกัดพื้นที่ของงู
หากงูอยู่ภายในห้องและสามารถปิดประตูจากด้านนอกได้โดยไม่ต้องเดินเข้าใกล้ ให้ปิดประตูเพื่อจำกัดพื้นที่ จากนั้นอาจใช้ผ้าหนาอุดช่องใต้ประตู เพื่อป้องกันงูเลื้อยออกไปยังห้องอื่น
แต่หากการปิดประตูต้องเดินผ่านหรือเข้าใกล้งู ไม่ควรเสี่ยงทำเอง ให้ถอยออกมาและรอเจ้าหน้าที่ หากมีทางออกสู่ภายนอกที่สามารถเปิดได้จากระยะปลอดภัย อาจปล่อยพื้นที่เงียบเพื่อให้งูออกไปเองโดยไม่เข้าไปต้อน
เฝ้าดูตำแหน่งงูจากระยะไกล ไม่รื้อค้นตามซอก
ขั้นตอนที่ 5 จดจำตำแหน่งและลักษณะของงู
ควรสังเกตว่างูเลื้อยไปทางใดและซ่อนอยู่บริเวณไหน เพื่อแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ หากสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้จากระยะปลอดภัยโดยไม่เข้าใกล้ ภาพดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น
หากงูเลื้อยหายไป ไม่ควรคิดทันทีว่างูออกจากบ้านแล้ว และห้ามใช้มือสอดเข้าใต้ตู้ กองผ้า รองเท้า หรือซอกมืดเพื่อค้นหา ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น กั้นบริเวณดังกล่าว และรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
งูเข้าบ้านโทรหาใคร ขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน
ขั้นตอนที่ 6 ติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งสายด่วนดับเพลิงและกู้ภัยหมายเลข 199 เพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยกู้ภัยในพื้นที่
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ควรอยู่ห่างจากงูและเฝ้าตำแหน่งจากจุดปลอดภัย ไม่ควรพยายามจับงูเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานเร็วขึ้น เพราะผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์และการฝึกฝนอาจถูกกัดได้
หากถูกงูกัด ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร
หากมีผู้ถูกงูกัด ให้รีบออกจากระยะของงูและโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินที่หมายเลข 1669 แม้ผู้ถูกกัดยังไม่มีอาการ หรือเชื่อว่างูที่กัดไม่มีพิษ ก็ควรไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินจากแพทย์
- ให้ผู้ถูกกัดอยู่นิ่งและเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อลดการกระจายของพิษผ่านระบบน้ำเหลือง
- จัดอวัยวะที่ถูกกัดให้อยู่นิ่งในท่าสบาย อาจใช้วัสดุแข็งทำเป็นเฝือกชั่วคราวโดยไม่รัดแน่น
- ถอดแหวน นาฬิกา รองเท้า หรือของที่รัดแน่น ก่อนบริเวณที่ถูกกัดเริ่มบวม
- จดจำเวลาที่ถูกกัดและลักษณะของงูเท่าที่เห็น หากมีภาพจากระยะปลอดภัยสามารถนำไปให้แพทย์ดูได้
- รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยให้ผู้อื่นเป็นผู้ขับรถ ไม่ควรให้ผู้ถูกกัดเดินหรือขับรถเอง
ถูกงูกัดห้ามทำอะไร เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
ความเชื่อเรื่องการปฐมพยาบาลงูกัดหลายวิธีไม่เพียงช่วยไม่ได้ แต่ยังอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย ติดเชื้อ หรือขัดขวางการรักษาของแพทย์ สิ่งที่ไม่ควรทำมีดังนี้
- ห้ามใช้เชือกหรือสายยางขันชะเนาะเหนือแผล
- ห้ามกรีด บีบ เจาะ หรือเผาบริเวณที่ถูกกัด
- ห้ามใช้ปากดูดพิษออกจากแผล
- ห้ามประคบน้ำแข็งหรือแช่อวัยวะในน้ำเย็น
- ห้ามพอกสมุนไพร ยา หรือสารเคมีที่บาดแผล
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ห้ามออกแรงวิ่งหรือเดินไกลเพื่อไปขอความช่วยเหลือ
- ห้ามเสี่ยงจับหรือตีงูเพื่อนำซากไปโรงพยาบาล
งูพ่นพิษเข้าตาควรทำอย่างไร
หากสงสัยว่าถูกงูพ่นพิษเข้าตา ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดเปลือกตาและล้างออกให้มากที่สุด ห้ามขยี้ตา เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและทำให้กระจกตาได้รับอันตราย
หลังล้างตาแล้วควรรีบไปโรงพยาบาลทันที แม้อาการปวดหรือแสบตาจะลดลง เพราะพิษอาจทำให้ดวงตาอักเสบและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้น
ควรจัดบริเวณบ้านให้โล่ง ตัดหญ้าและกิ่งไม้ที่รก เก็บกองไม้ กล่อง และวัสดุที่อาจกลายเป็นที่ซ่อนของงูให้เป็นระเบียบ พร้อมอุดช่องว่างตามประตู ผนัง หลังคา ท่อระบายน้ำ และช่องระบายอากาศ
ควบคุมหนู กบ จิ้งจก และแหล่งอาหารของงู ไม่ทิ้งเศษอาหารหรืออาหารสัตว์ค้างคืน รวมถึงตรวจรองเท้า กล่อง และของที่วางทิ้งไว้นอกบ้านก่อนหยิบหรือสวมใส่ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือน้ำท่วม
สรุปเจองูเข้าบ้านควรทำอย่างไรให้ปลอดภัย
หลักสำคัญเมื่อพบงูเข้าบ้านคือ ตั้งสติ ถอยห่าง นำคนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ กั้นบริเวณ เฝ้าตำแหน่ง และเรียกผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรพยายามจับ ตี หรือพิสูจน์ชนิดของงูด้วยตัวเอง
หากถูกกัด ให้ลดการเคลื่อนไหว ตรึงอวัยวะให้อยู่นิ่ง โทร 1669 และรีบไปโรงพยาบาล ห้ามขันชะเนาะ กรีดแผล ดูดพิษ หรือใช้สมุนไพรรักษาเอง เพราะการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและการถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย