โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝรั่งเศสอัปเกรดเครื่องบินรบ Rafale F5 คุมฝูงโดรน ติดอาวุธนิวเคลียร์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ก.ย เวลา 10.18 น.
ฝรั่งเศสเดินหน้าอัปเกรดเครื่องบินรบ Rafale สู่มาตรฐาน F5 อย่างเป็นทางการ จัดเต็มเทคโนโลยี AI เรดาร์ขั้นสูง ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก และระบบสั่งการฝูงโดรนรบ เพื่อเป็นแกนหลักแสนยานุภาพทางอากาศภายในปี 2033

วันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ The War Zone สื่อด้านเทคโนโลยีการทหารชั้นนำของโลก เปิดเผยว่าสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารแห่งชาติฝรั่งเศส หรือ DGA ได้ลงนามสัญญาพัฒนาระบบเทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกับ 4 ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้แก่ Dassault Aviation, Thales, MBDA และ Safran เพื่อเร่งยกระดับเครื่องบินรบ Rafale สู่มาตรฐาน F5 อย่างเป็นทางการ
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากโครงการพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นใหม่ Future Combat Air System หรือ FCAS ที่เคยทำร่วมกับเยอรมนีต้องยุติลงเนื่องจากความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและข้อตกลงทางอุตสาหกรรมที่ไม่ลงตัว
ส่งผลให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องปรับแผนยุทธศาสตร์จากการใช้ Rafale เป็นเพียงเครื่องบินรบช่วงเปลี่ยนผ่าน มาเป็นการพัฒนามาตรฐาน F5 ให้กลายเป็นแกนหลักของแสนยานุภาพทางอากาศระยะยาว เพื่อปฏิบัติการในกองทัพอากาศ กองทัพอวกาศ และกองทัพเรือฝรั่งเศส โดยมีกำหนดเริ่มเข้าประจำการจริงในช่วงปี 2033

⬛️ นวัตกรรมเทคโนโลยีขีดความสามารถสูงและการปฏิวัติระบบตรวจจับ
การอัปเกรดมาตรฐาน F5 นับเป็นการยกเครื่องระบบโครงสร้างภายในครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวเครื่องบินรบตระกูลนี้ โดยเปลี่ยนจากการปรับปรุงซอฟต์แวร์แบบย่อยในอดีต มาเป็นการลงลึกในระบบการบิน การสื่อสาร และการรบอิเล็กทรอนิกส์
หัวใจสำคัญอยู่ที่การติดตั้งเรดาร์ RBE2-XG ของบริษัท Thales ซึ่งพัฒนาด้วยวัสดุกึ่งตัวนำ Gallium Nitride หรือ GaN ซึ่งช่วยลดการสะสมความร้อน เพิ่มแรงดันไฟฟ้า และขยายระยะการตรวจจับเป้าหมายตรวจจับยากหรือเป้าหมายล่องหนได้อย่างแม่นยำ พร้อมประมวลผลร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูล IVDL เพื่อการสื่อสารล่องหนแบบต้านทานการรบกวนสัญญาณ ตลอดจนการปรับปรุงระบบป้องกันตนเอง SPECTRA แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบโดย MBDA และ Thales เพื่อรับมือกับคลื่นสัญญาณคุกคามที่ซับซ้อนภายในปี 2035
⬛️ การเพิ่มขีดความสามารถเครื่องยนต์และคลังอาวุธนิวเคลียร์ไฮเปอร์โซนิก
ในส่วนของระบบขับเคลื่อน บริษัท Safran ได้เริ่มต้นออกแบบเครื่องยนต์ M88 T-Rex รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถขยายกำลังขับดันขึ้นอีกราวร้อยละ 20 จากเดิม 16,500 ปอนด์แรง หรือประมาณ 73.4 กิโลนิวตัน เป็นเกือบ 19,850 ปอนด์แรง หรือประมาณ 88.3 กิโลนิวตัน เพื่อรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบินประสิทธิภาพสูง
ด้านยุทธภัณฑ์ กองทัพฝรั่งเศสตั้งเป้าติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ไฮเปอร์โซนิก ASN4G ที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 5 มัค หรือราว 6,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะยิงไกลเกิน 1,000 กิโลเมตร เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบป้องปรามนิวเคลียร์ทางอากาศหลักภายในปี 2035
โดยโครงการมีกรอบวงเงินราว 3 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.15 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกลรุ่นใหม่ Comet ของบริษัท MBDA ซึ่งมุ่งเพิ่มขีดความสามารถเหนือ Meteor ภายในราวปี 2030

⬛️ ศูนย์กลางสั่งการฝูงโดรนรบและทิศทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
แม้ว่าโครงสร้างตัวเครื่องของ Rafale จะมีพื้นฐานมาจากยุคทศวรรษ 1980 ซึ่งมีคุณสมบัติล่องหนด้อยกว่าเครื่องบินรบยุคที่ 5 หรือยุคที่ 6 แต่ฝรั่งเศสแก้โจทย์นี้ด้วยการกำหนดให้ Rafale F5 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสั่งการในระบบการรบแบบกระจายศูนย์ โดยจะทำงานประสานกับโดรนรบไร้คนขับสมรรถนะสูงที่พัฒนาต่อยอดจากโครงการ nEUROn
ตลอดจนโดรนติดตามแบบ Remote Carrier ซึ่งช่วยให้ฝูงบินสามารถรุกทะลวงพื้นที่ป้องกันภัยทางอากาศหนาแน่นได้โดยไม่เสี่ยงสูญเสียชีวิตนักบิน การรวมตัวกันของพันธมิตรอุตสาหกรรมหลักในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาเอกราชทางเทคโนโลยีและการทหารของฝรั่งเศสไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกในตลาดโลกตามรอยความสำเร็จของ Rafale ที่มียอดสั่งซื้อสะสมแล้วถึง 299 เครื่องใน 8 ประเทศทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...