กลต.กล่าวโทษ Bitkub รับ ไม่เปิดเผยถูกแฮ็ก 1,700 ล้าน อ้างป้องกันลูกค้าแห่ถอน
23 กรกฎาคม 2569 - บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub ออกเอกสารชี้แจงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการ 2 ราย โดยระบุว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท "ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผย" เรื่องกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท 1 ใบ ถูกโจรกรรมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าแห่ถอนสินทรัพย์พร้อมกันจำนวนมาก
ก.ล.ต.กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการ 2 ราย
ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการ 2 ราย ได้แก่ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. และกรณีลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคล
สำหรับต้นเรื่องของคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าออกจากศูนย์ซื้อขายของบริษัท เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท หรือเกิดขึ้นมาแล้วกว่า 5 ปี ก่อนที่ ก.ล.ต. จะดำเนินการกล่าวโทษในครั้งนี้
ก.ล.ต. ระบุว่า แม้ต่อมาบริษัทจะจัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนได้ครบภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564 แต่ตรวจพบว่าบริษัทไม่ได้รายงานข้อมูลให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบ ดจ.1) ที่ยื่นระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม – 30 ตุลาคม 2564
ชี้รายงาน ดจ.1 ไม่สะท้อนความเสียหาย
ก.ล.ต. ระบุว่า แบบรายงาน ดจ.1 ที่บริษัทนำส่งในช่วงเกิดเหตุ ไม่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงของยอดทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่บริษัทเผชิญเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
ในช่วงเวลาดังกล่าว นายสกลกรย์และนายทวีทรัพย์ ดำรงตำแหน่งกรรมการและเป็นผู้รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน จึงต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษอดีตกรรมการทั้ง 2 ราย เพิ่มเติมฐานลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคล ตามมาตรา 88(2) โดยระบุว่าข้อมูลในแบบรายงาน ดจ.1 ทำให้ ก.ล.ต. เข้าใจว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงได้รับการเก็บรักษาตามปกติ และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท
บิทคับแจง "ตัดสินใจไม่เปิดเผย" อ้างป้องกัน Bank Run
ในเอกสารชี้แจง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ ระบุว่า มูลเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวโทษเป็นเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 และไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว แต่เกิดจากการที่บุคคลบางท่านที่ถูกกล่าวโทษ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท 1 ใบ ถูกโจรกรรม
บริษัทระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ Bank Run กล่าวคือ การที่ลูกค้าทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้นและมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลพร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้ลูกค้าได้ครบถ้วน เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา และหากเกิด Bank Run ขึ้น จะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
บริษัทยังระบุว่า ในขณะเกิดเหตุ ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัททุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด และผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ผู้ร่วมก่อตั้งซื้อสินทรัพย์ทดแทน
เอกสารชี้แจงระบุว่า แม้บริษัทยังติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ (Co-Founders) ได้ยอมรับความเสียหายไว้แทน โดยซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้แก่บริษัทเพื่อใช้ทดแทนตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ทำให้บริษัทและลูกค้าทั้งหมดไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุโจรกรรมดังกล่าว
บริษัทยืนยันว่า ทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทเก็บรักษาไว้ในขณะนี้มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า โดยอ้างอิงผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ณ วันที่ 8 กันยายน 2568
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่าได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 และจะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวต่อไป
ยกมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง
บริษัทระบุถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ประกอบด้วย การได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยจากเว็บไซต์ Cer.Live ในระดับ top 20 ของโลกด้าน Cryptocurrency Exchange การได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 27001, ISO 27701 และ SOC 2 Type I ระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework รวมถึงการให้บริการเทคโนโลยี Passkey และฟังก์ชัน Self-Freeze แก่ลูกค้า และการได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจาก ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี
บริษัทระบุด้วยว่า มีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ากับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ได้แก่ Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC. และเปิดให้ตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าที่บริษัทเก็บรักษาไว้ผ่านงบการเงินของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทขอความร่วมมือให้งดเผยแพร่หรือให้ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน การดูแลทรัพย์สินลูกค้า หรือกิจการอื่น ๆ ของบริษัท มิฉะนั้นบริษัทจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีเข้าสู่ชั้นสอบสวน
ก.ล.ต. ระบุว่า การกล่าวโทษครั้งนี้เป็นการส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลตามลำดับ
ทั้งนี้ การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวโทษมีความผิด ผู้ถูกกล่าวโทษยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก.ล.ต. ยังเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน SEC Check First
ที่มา: สำนักงาน ก.ล.ต., เอกสารชี้แจงบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด