“มหาสมุทรโลก” ร้อนทุบสถิติ 21.1 องศาฯ เอลนีโญเร่งอุณหภูมิพุ่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่า สำนักงานบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (ซี3เอส) ของสหภาพยุโรป (อียู) รายงานว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกแตะระดับ 21.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา
อุณหภูมิดังกล่าวนับเป็นอุณหภูมิสูงสุดที่เคยตรวจวัดได้ และเป็นการทำลายสถิติเดิมที่ 21.09 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้เมื่อเดือน มี.ค. 2567
รายงานของซี3เอส ระบุว่า เอลนีโญกำลังเพิ่มความร้อนให้กับระบบภูมิอากาศ แต่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นผู้ก่อมานานหลายทศวรรษ และอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลให้ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศทางทะเลและชุมชนชายฝั่งเพิ่มขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นยังมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดสภาพอากาศรุนแรง เนื่องจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจะถ่ายเทความร้อนและความชื้นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ส่งผลให้พายุและคลื่นความร้อนบนแผ่นดินทวีความรุนแรง
นอกจากนี้ มหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นจะมีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ซึ่งอาจทำให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น
ซี3เอสคาดการณ์ว่า แนวโน้มอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งขณะนี้เอลนีโญกำลังเข้ามาเสริมให้มหาสมุทรร้อนขึ้นอีก
ทั้งนี้ การที่อุณหภูมิของผิวน้ำทะเลโลกทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในเดือน ส.ค. ถือเป็นเรื่องน่าวิตกกังวล เนื่องจากโดยปกติอุณหภูมิมหาสมุทรทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงสุดในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ผ่านมา หลังผ่านฤดูร้อนของซีกโลกใต้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงแรงกดดันจากภาวะโลกร้อน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS