โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“มหาสมุทรโลก” ร้อนทุบสถิติ 21.1 องศาฯ เอลนีโญเร่งอุณหภูมิพุ่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 48 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน ส.ค. ทำลายสถิติเดิมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ขณะที่เอลนีโญเข้ามาเสริมความร้อน ท่ามกลางความกังวลต่อระบบนิเวศทางทะเล สภาพอากาศสุดขั้ว และวิกฤติโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่า สำนักงานบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (ซี3เอส) ของสหภาพยุโรป (อียู) รายงานว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกแตะระดับ 21.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา

อุณหภูมิดังกล่าวนับเป็นอุณหภูมิสูงสุดที่เคยตรวจวัดได้ และเป็นการทำลายสถิติเดิมที่ 21.09 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้เมื่อเดือน มี.ค. 2567

รายงานของซี3เอส ระบุว่า เอลนีโญกำลังเพิ่มความร้อนให้กับระบบภูมิอากาศ แต่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นผู้ก่อมานานหลายทศวรรษ และอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลให้ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศทางทะเลและชุมชนชายฝั่งเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นยังมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดสภาพอากาศรุนแรง เนื่องจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจะถ่ายเทความร้อนและความชื้นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ส่งผลให้พายุและคลื่นความร้อนบนแผ่นดินทวีความรุนแรง

นอกจากนี้ มหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นจะมีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ซึ่งอาจทำให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น

ซี3เอสคาดการณ์ว่า แนวโน้มอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งขณะนี้เอลนีโญกำลังเข้ามาเสริมให้มหาสมุทรร้อนขึ้นอีก

ทั้งนี้ การที่อุณหภูมิของผิวน้ำทะเลโลกทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในเดือน ส.ค. ถือเป็นเรื่องน่าวิตกกังวล เนื่องจากโดยปกติอุณหภูมิมหาสมุทรทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงสุดในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ผ่านมา หลังผ่านฤดูร้อนของซีกโลกใต้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงแรงกดดันจากภาวะโลกร้อน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...