โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำมันไทยขึ้นเกือบ 5 บาท/ลิตรใน 2เดือน ศึกอิหร่านยังเดือด คาดไม่ลงง่าย

Amarin TV

อัพเดต 38 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 38 นาทีที่แล้ว
น้ำมันไทยขึ้นเกือบ 5 บาท/ลิตรใน 2 เดือน ศึกอิหร่านยังเดือด คาดไม่ลงง่าย ดันน้ำมันโลกกลับไปเฉียด $100/บาร์เรล

ราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกลับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ หลังการปรับราคาล่าสุดมีผลวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยเมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดวันที่ 8 กรกฎาคม ราคากลุ่มแก๊สโซฮอล์ของบางจากเพิ่มขึ้นแล้ว 4.15 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลทั่วไปและดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 4.90 บาทต่อลิตร ภายในเวลาประมาณสองเดือน

การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้แก๊สโซฮอล์ 95 ขยับจาก 34.94 บาท เป็น 39.09 บาทต่อลิตร ส่วนไฮดีเซล S เพิ่มจาก 34.94 บาท เป็น 39.84 บาทต่อลิตร เท่ากับว่าการลดราคาครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งทำให้กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลดลง 2.51 บาท และกลุ่มดีเซลลดลง 2.56 บาทต่อลิตร ถูกลบล้างไปทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขราคาน้ำมันที่ขึ้นมา ต้องอ่านควบคู่กับนโยบายพลังงานของไทย เพราะราคาต่ำสุดวันที่ 8 กรกฎาคมเกิดจากการปรับอัตรากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดภาระประชาชน ไม่ได้เกิดจากต้นทุนตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

หากเทียบกับราคาวันที่ 3 กรกฎาคมก่อนมาตรการดังกล่าว แก๊สโซฮอล์กลุ่มหลักจะแพงขึ้นสุทธิ 1.64 บาท ส่วนดีเซลแพงขึ้น 2.34 บาทต่อลิตร

สองเดือนขึ้นหกรอบ ดีเซลแพงกว่าเดิมเกือบ 5 บาท

ข้อมูลราคาน้ำมันย้อนหลังของบางจาก ซึ่งเป็นราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ และยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น แสดงว่า ระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคมถึง 9 กันยายน กลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้นหกครั้งและลดลงหนึ่งครั้ง ส่วนดีเซลทั่วไปและ B20 ปรับขึ้นหกครั้งโดยไม่มีการลดราคา

ชนิดน้ำมัน

8 ก.ค. 2569

9 ก.ย. 2569

เพิ่มขึ้น

แก๊สโซฮอล์ 95

34.94

39.09

4.15 บาท

แก๊สโซฮอล์ 91

34.57

38.72

4.15 บาท

แก๊สโซฮอล์ E20

29.94

34.09

4.15 บาท

แก๊สโซฮอล์ E85

25.88

30.03

4.15 บาท

ไฮดีเซล S

34.94

39.84

4.90 บาท

ดีเซล B20

29.94

34.84

4.90 บาท

สำหรับรถที่เติมน้ำมันครั้งละ 50 ลิตร ต้นทุนการเติมแก๊สโซฮอล์จึงเพิ่มขึ้นประมาณ 207.50 บาทต่อครั้งจากฐานวันที่ 8 กรกฎาคม ส่วนรถดีเซลต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 245 บาทต่อครั้ง

เส้นทางราคาช่วงนี้เริ่มจากการขึ้นพร้อมกัน 0.85 บาทในวันที่ 22 กรกฎาคม และอีก 0.90 บาทในวันถัดมา ต้นเดือนสิงหาคมแก๊สโซฮอล์ลดลงชั่วคราว 0.70 บาท แต่ดีเซลไม่ลดตาม ก่อนที่ราคาจะกลับมาขึ้นอีกสองรอบในวันที่ 12 และ 19 สิงหาคม และปรับขึ้นต่อในวันที่ 2 และ 9 กันยายน

ราคาต่ำสุดเกิดพร้อมตลาดโลกกลับทิศ

วันที่ 7 กรกฎาคม คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. ปรับอัตราเงินกองทุนเพื่อให้ราคาขายปลีกลดลงในเช้าวันถัดมา โดยกองทุนเริ่มจ่ายชดเชย E20 จำนวน 3.71 บาท ดีเซลทั่วไป 2.90 บาท และ B20 จำนวน 8.46 บาทต่อลิตร

แต่ตลาดโลกกลับทิศแทบพร้อมกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3% ในวันที่ 7 กรกฎาคม หลังอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ยกเลิกการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและเปิดการโจมตีรอบใหม่ วันถัดมาเบรนท์เพิ่มขึ้นอีก 5.2% ปิดที่ 78.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กลางเดือนกรกฎาคม การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียซึ่งเคยฟื้นกลับมามากกว่า 80% ของระดับก่อนสงคราม ลดลงเหลือต่ำกว่า 50% หลังการสู้รบกลับมารุนแรงและเส้นทางฮอร์มุซกลับมาติดขัดอีกครั้ง

แรงกดดันถึงจุดสูงในวันที่ 22-23 กรกฎาคม เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มฮูตีขู่โจมตีการเดินเรือในทะเลแดงและระบุว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียสองลำ ราคาน้ำมันเบรนท์จึงเพิ่มจาก 94.07 ดอลลาร์ ทะลุ 100 ดอลลาร์ ปิดวันที่ 23 กรกฎาคมที่ 100.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความหวังเจรจาช่วยได้ชั่วคราว ก่อนฮอร์มุซเดือดอีกครั้ง

ต้นเดือนสิงหาคม ราคาน้ำมันโลกพักตัวจากความหวังว่าสหรัฐฯ อิหร่าน และโอมานอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 5.3% สู่ 79.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ช่วงเวลาเดียวกับที่แก๊สโซฮอล์ไทยลดลง 0.70 บาทในวันที่ 6 สิงหาคม แม้ดีเซลจะยังไม่ลดตาม

แต่การพักตัวอยู่ได้ไม่นาน เพราะเงื่อนไขการเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านยังขัดแย้งกัน ขณะที่อิหร่านพิจารณาห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ วันที่ 11 สิงหาคม มีเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวเพียงหกลำ เทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนสงครามประมาณ 125-140 ลำต่อวัน ส่งผลให้เบรนท์กลับขึ้นมาอยู่ที่ 88.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อีกปัจจัยที่กดดันดีเซลมากกว่าน้ำมันดิบคือปัญหาในระดับโรงกลั่น สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ระบุว่า กำลังกลั่นในตะวันออกกลางเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันหยุดดำเนินงานจากการโจมตีและข้อจำกัดในการส่งออก ขณะที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซียทำให้การผลิตและส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปลดลง นอกจากนี้ สต็อกน้ำมันโลกยังลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนก่อนหน้า

ภาวะดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล แพงกว่าน้ำมันดิบอย่างมาก และช่วยอธิบายว่าเหตุใดดีเซลไทยจึงไม่ลดลงตามน้ำมันดิบในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนกลับมาปรับขึ้นพร้อมแก๊สโซฮอล์ในวันที่ 12 และ 19 สิงหาคม

กันยายนไฟสงครามปะทุใหม่ กระทบแหล่งพลังงานโดยตรง

แรงกดดันรอบล่าสุดชัดเจนขึ้นในต้นเดือนกันยายน เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาแลกการโจมตีโดยตรง วันที่ 1 กันยายน เบรนท์เพิ่มขึ้น 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของอิหร่านและมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีขณะออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ตลอดสัปดาห์แรกของเดือน เบรนท์เพิ่มขึ้น 7.6% ปิดวันที่ 4 กันยายนที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่การเดินเรือผ่านฮอร์มุซยังต่ำกว่าปกติ และการโจมตีโรงกลั่นรัสเซียซ้ำเติมภาวะขาดแคลนดีเซลในตลาดโลก

วันที่ 8 กันยายน ความเสี่ยงขยายจากเส้นทางเดินเรือไปสู่โครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เมื่อกลุ่มฮูตีโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธใส่ 4 เมืองทางใต้ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงฐานทัพอากาศที่คามิสมูซัยต์ และแหล่งพลังงานที่อับฮา นัจราน และญาซาน มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 73 ราย

ในวันเดียวกันสหรัฐฯ ระบุว่ากองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่านห้าลำ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ สองครั้งในช่วงก่อนหน้า ต่อมาวันที่ 9 กันยายน อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ แห่งหนึ่งในจอร์แดน

เช้าวันที่ 9 กันยายน เบรนท์จึงเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน แตะ 99.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากต้นเดือนสิงหาคม ขณะที่กระทรวงพลังงานประเมินว่า ความไม่แน่นอนอาจทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า

ราคาหน้าปั๊มยังไม่สะท้อนต้นทุนทั้งหมด

แม้ผู้ใช้รถต้องจ่ายเพิ่มขึ้นแล้ว 4-5 บาทต่อลิตร แต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ได้รับแรงกระแทกจากตลาดโลกทั้งหมด เพราะกองทุนน้ำมันยังจ่ายชดเชยหลายผลิตภัณฑ์ โดยอัตราที่มีผลวันที่ 9 กันยายนอยู่ที่ 2.37 บาทต่อลิตรสำหรับแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91, 5.77 บาทสำหรับ E20, 5.80 บาทสำหรับดีเซลทั่วไป และ 10.06 บาทสำหรับ B20 ตาม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในการตรึงราคากำลังแคบลง กระทรวงพลังงานระบุว่า ณ วันที่ 6 กันยายน กองทุนน้ำมันมีฐานะติดลบประมาณ 83,291 ล้านบาท ขณะที่ภาระชดเชยอยู่ที่ประมาณวันละ 500 ล้านบาท การขึ้นราคาวันที่ 9 กันยายนจึงเป็นการปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนเพิ่มขึ้นบางส่วน แม้กองทุนจะยังรับภาระในอัตราสูง

กล่าวโดยสรุป น้ำมันไทยขึ้นมาแล้วประมาณ 4.15 บาทต่อลิตรในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ และ 4.90 บาทในกลุ่มดีเซล หากนับจากราคาต่ำสุดหลังมาตรการวันที่ 8 กรกฎาคม แต่หากตัดผลของมาตรการลดราคาออกและเทียบกับวันที่ 3 กรกฎาคม การเพิ่มขึ้นสุทธิจะอยู่ที่ 1.64 บาทและ 2.34 บาทตามลำดับ

ความแตกต่างระหว่างตัวเลขทั้งสองชุดสะท้อนว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มรอบนี้เป็นผลรวมของสามปัจจัย ได้แก่ วิกฤตอุปทานและการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ การหยุดชะงักของโรงกลั่นและตลาดน้ำมันสำเร็จรูป ตลอดจนความสามารถของกองทุนน้ำมันในการรับภาระแทนผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าราคาน้ำมันไทยในระยะต่อไปจะขึ้นเร็วหรือช้ากว่าตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...