โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” เป็นประธานสักขีพยานลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ “สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“อนุทิน” เป็นประธานสักขีพยาน ลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ “สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา” เชื่อมโครงข่ายภาคใต้ ประหยัดเวลา-เพิ่มโอกาส ชี้ จุดเริ่มต้น Missing Link กำชับต้องเสร็จทันกำหนดสัญญา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน ที่โรงแรมบุรีศรีภู ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้ ครอบคลุม 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

ทั้งนี้ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างจังหวัดสงขลาและพัทลุง ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา ขณะที่โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะช่วยยกระดับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกาะลันตา เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่

วันนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการริเริ่มโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ได้มีโอกาสเห็นความฝันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้นจริง “สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นความฝัน เป็นสิ่งที่ท่านอยากให้เกิดขึ้นได้จริงในจังหวัดของท่าน นี่คือสิ่งที่ผมอยากสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องชาวสงขลา ชาวพัทลุง และชาวกระบี่ทุกคน”

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ตนได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ได้ยินจากประชาชนใน 3 จังหวัดนี้ คือเมื่อไรจะมีโครงการสะพานทั้ง 2 โครงการเกิดขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน “วันนี้ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างทั้งสองโครงการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย”

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากพูดถึงความฝันของพี่น้องประชาชนชาวพัทลุงและสงขลา การทำให้ความฝันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือเป็นบุญวาสนาของตนที่ได้มาเป็นสักขีพยานในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าตน คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะทำทุกอย่างเพื่อให้โครงการทั้งสองดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

“ขอให้มั่นใจว่าผม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะทำทุกอย่างให้โครงการทั้งสองนี้ดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด แล้วภาพชีวิตจะดีขึ้นขนาดไหน จากสงขลาไปพัทลุง 2 ชั่วโมง อีกไม่กี่ปีจากสงขลาไปพัทลุงจะใช้เวลาเพียง 15 นาที หรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทำให้ประหยัดเวลาและต้นทุนชีวิต และเพิ่มโอกาสอีกมากมาย”

นอกจากนี้ ในจังหวัดกระบี่ จะมีโครงการสะพานเชื่อมต่อเกาะลันตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จะต้องเป็นศูนย์กลางของความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจ การใช้ชีวิต และโอกาสของประชาชน รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงให้กับประเทศ “ทั้งสองสะพานนี้จะเป็นสะพานแห่งโอกาสของรัฐบาล ที่ตั้งใจให้เดินควบคู่ไปกับการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน”

ก่อนกล่าวต่อไปว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนและมีคุณค่าทางธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี สัตว์ป่าคุ้มครอง และเป็นสมบัติทางธรรมชาติของประเทศไทย รัฐบาลจึงมีนโยบายชัดเจนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ “โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีความเข้มงวด”

อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งสองสะพานแล้วเสร็จ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพิ่มความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Missing Link ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางผ่านจังหวัดพังงาและกระบี่ “นี่คือคำตอบอย่างชัดเจนว่า Missing Link คืออะไร เมื่อเชื่อมกันหมดแล้ว ต้องเชื่อมทั้งบนและล่าง รวมถึงทแยงด้วย เมื่อทำแล้ว เราจะได้เปรียบที่สุดในทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ ในฐานะศูนย์กลางของประชาคมอาเซียน”

นายอนุทิน ยังเผยอีกว่า การค้าในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประชากร 70 ล้านคน หากสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและการค้ากับประเทศต่างๆ ได้ ประเทศไทยจะเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนอีกกว่า 1,000 ล้านคนในภูมิภาค จึงต้องสะสมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของภูมิภาคอาเซียน “โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่ยังมีความมั่นคงปลอดภัยและไร้ความขัดแย้งมากที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ”

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองโครงการจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพ โดยโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเชื่อมแผ่นดินจังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ “สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าการให้รถวิ่ง คือให้จักรยานวิ่งได้ด้วย เป็นพื้นที่ส่งเสริมแก่ผู้ที่รักสุขภาพทั้งหลาย ได้ใช้ชีวิตด้วยความสุขและเพลิดเพลินใจ และอยากมาท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับโอกาสมากมาย”

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นการเชื่อม 2 จังหวัด สวรรค์กับสวรรค์ ไม่ใช่สวรรค์กับนรก ต้องเป็นสวรรค์ทั้งหมด เป็นนรกหมดไม่ได้ ขอให้ทุกท่านได้ควบคุมการทำงานให้เรียบร้อย คุณภาพต้องดี และต้องแล้วเสร็จให้ทันกำหนดสัญญาให้ได้ “เราต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของพวกเรา บันดาลสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับจังหวัดในเขตภาคใต้ของประเทศไทยให้ได้ และทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อนุทิน” เป็นประธานสักขีพยานลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ “สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...