โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ป้าดา” เปิดปมวัดป่าอดุลยฯ เผยเจ้าอาวาสร้องไห้ ตอบสภาพวัดไม่ได้ แจงทายาทเครียดถูกขู่หมายจับ

สยามรัฐ

อัพเดต 54 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ป้าดา” เผยเจ้าอาวาสหงายหลังร้องไห้ เพราะตอบเรื่องสภาพวัดไม่ได้ แจงทายาทเครียดถูกขู่หมายจับ พร้อมจบหากข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าวัดป่าอดุลยฯ เป็นวัดถูกต้องตั้งแต่แรก

รายการ โหนกระแส วันที่ 17 ส.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ยังเกาะติดเหตุการณ์กรณีข้อพิพาทที่ดินวัด 21 ไร่ วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ภายหลัง “ป้าดา” และทายาท ทวงสิทธิ์คืน

วันนี้สัมภาษณ์ “ป้าดา” ซึ่งแวะมาเอาสายชาร์ตโทรศัพท์พอดี ยินดีเข้ารายการ , ชัยยะวัฒน์ สกุลภุชพงษ์ อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน - ที่ปรึกษาแม่ดา, มหาหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ลงพื้นที่ดูแลเรื่องนี้ , ไชยยงค์ กงศรี ผู้ร่วมก่อตั้งวัด, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

แม่กลับไปนอนหลับสบายมั้ย?

ป้าดา : สบายค่ะ

แม่มีหมายเรียกนะ?

ป้าดา : ไม่เป็นไร ก็มาสิคะ มาก็ไป

วันนี้ใส่เสื้อสีชมพู เวอร์ซาเช่?

ป้าดา : (หัวเราะ)

เมื่อวานท่านธงทองลง ทำไมแม่ไม่ไป?

ป้าดา : ก็ผู้หลักผู้ใหญ่ลักไก่ แม่บอกว่ากติกาคือต้องสองฝ่ายไปเจอกัน ไม่ว่าจะตรวจสอบใดๆ ก็แล้วแต่ ทางวัดและทายาท

วันนั้นทางวัดอยู่?

ป้าดา : ไม่ได้แจ้งจะทราบได้ไงคะ ต้องเรียกต้องเชิญเป็นทางการสิคะว่าทายาทมาพบหน่อย จะมาตรวจวัด เห็นทุกคนหลั่งไหลกันลงไป แต่แม่คิดว่าเป็นการลักไก่ นกหวีดยังไม่ทันเป่า กระโดดกันแล้ว ไปก่อนแบบนี้ฟาวล์หรือเปล่า

เห็นแม่บอกจะไปดักเจอ?

ป้าดา : เขาไม่ได้เชิญแม่จะไปยังไง บอกคุณไม่เกี่ยวมาทำไม แล้วแม่จะเอาหน้าไปไว้ไหน

ล่าสุดชาวบ้านออกมายืนยันว่าที่แห่งนี้วัดไปจับจองตั้งแต่แรก มีการถวายผ้าป่ากันด้วยนะ?

ป้าดา : ผ้าป่าที่ไหนก็ถวายได้

ม.ขอนแก่นเขาไปค้นมาเลยนะ?

ป้าดา : ถ้าบอกว่า 5 ไร่เป็นของวัด เดี๋ยวจะให้ลูกชายดู

แม่บอกจะแถลงข่าว จะแถลงอะไร?

ป้าดา : แม่ก็มีสิทธิ์จะพูด มีสองเรื่อง เรื่องที่ดินทั้งนั้นแหละ สรุปเรื่องที่โดนปล้นทั้งนั้นแหละ 5 ไร่แม่ชีเขาอยากได้ที่ผืนนี้ เขาทำฎีกาไปถึงพระพันปี ทางจังหวัดตรวจสอบว่าเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนาของตาเฮียง มีเอกสารอยู่ ถ้าแม่พูดอะไรไป ไม่ต้องกลัวจะพูดอะไรเลอะเทอะ ไม่มีเลอะเทอะ พูดแล้วต้องจริง ไม่จริงไม่พูด

คุยกับพี่ไชยยงค์ก่อน พี่เป็นใครมาจากไหน?

ไชยยงค์ : ผมไชยยงค์ กงศรี อดีตข้าราชการบำนาญม.ขอนแก่น ผมมาซื้อที่หน้าวัดป่าอดุลยาราม ปี2532 พอปี 2534 ผมมาปลูกบ้าน ได้อาศัยพระในวัดมาเจริญพุทธมนต์เวลาขึ้นบ้านใหม่ของผมในปี 35 ผมก็ย้ายมาในปี 35

รู้จักนายเฮียงมั้ย?

ไชยยงค์ : ไม่รู้จัก อาจเคยเห็นแต่จำไม่ได้ ผมไม่ได้ไปขลุกอยู่ที่วัด ผมซื้อที่เสร็จก็ถมให้ดินเซ็ตตัวแล้วสร้างบ้าน ห่างจากวัด 300 เมตร มองเห็นประตูวัดครับ จากนั้นประมาณปี 36 37 นี่แหละ พ่อตาของอินทรีย์ ซึ่งเป็นไวยาวัจกรวัด มาปรึกษาเรื่องการขออนุญาตเป็นวัดป่าอดุลยาราม มีแผนจะทำยังไง ทำยังไงถึงจะมีเอกสาร ผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมไปร่างดู ร่างเสร็จก็ให้พ่อของอินทรีย์ดู มีพระอยู่ที่วัดไปดู ก็กลับไปพิมพ์ที่สำนักงานผม เพราะอยู่ใกล้กัน พิมพ์เสร็จก็ปริ้นต์ออกมา 2 หน้ากระดาษ ให้พ่ออินทรีย์ ไวยาวัจกรวัด ชื่อ นายของ นามสกุลอินทรีย์ เป็นคนไปยื่น จัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม มันก็นานกว่าจะโผล่ขึ้นมาปี 41 ที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ใช้เวลาประมาณ 5-6 ปี กว่าจะประกาศของกระทรวง ผมก็ลืมไปแล้วแหละ ผมยังรับราชการอยู่ ไม่ได้มาช่วยเท่าไหร่ หลังมาอยู่ตรงนั้นก็มาช่วยในงานพิธีการต่างๆ เท่านั้นครับ

ยืนยันว่าที่แปลงนี้เป็นของวัด?

ไชยยงค์ : ใช่ ทุกวันก็เห็นพระอยู่ตรงนั้น จะไม่ใช่วัดได้ยังไง ผมก็ไปร่างหนังสือแทนชาวพุทธทุกท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ผมเป็นคนร่างและพิมพ์ ปริ้นต์ออกมา

มหาหมี : อ.ไชยยงค์มาทีหลัง แต่คนมาตั้งแต่เริ่มต้นและบวชที่นี่ตั้งแต่เป็นสำนักสงฆ์คือคุณตาโฮก

ตาโฮกเป็นใคร?

ตาโฮก : บ้านผมติดบ้านตาเฮียง ผมเกิดที่นั่น บ้านหนองแวง บ้านผมกับบ้านตาเฮียงติดกันเลย กับบ้านยายนาง ตอนนั้นผมออกมาบวชที่วัดป่าครับ จบป.4 มา พ่อเลยบอกว่าสุขภาพไม่ดี ให้บวชกับหลวงปู่ซะ ผมก็เลยมาบวช

ตอนนั้นบวชกับหลวงปู่อะไร?

ตาโฮก : หลวงปู่เพยเป็นเจ้าอาวาสครับ ผมมาบวช เอาน้ำไปให้ท่านอาบตอนเย็น ผมสงสัยว่าพระออกมาบิณฑบาตจากไหน เลยตามไปดู ท่านทำเพิงจากหน้าคา ทีนี้ชาวบ้านสงสารพระ ท่านมาธุดงค์ เอาหญ้าคา ชาวบ้านสงสารพระ พวกผมเลยสร้างกุฏิ เอาหญ้าคาทำให้ สักปีนึง ก็ลงมติว่ามาบริจาคเงิน สร้างกุฏิให้พระท่านอยู่ซะ นายเฮียงเป็นคนใจบุญ ถามพ่อผมว่ามึงจะออกเท่าไหร่ ไอ้จัน พ่อผมออก 5 พัน ตาเฮียงเป็นนักเลง ใจใหญ่ ใจบุญ แกออกหมื่นนึง ก็ได้เงินสองสามหมื่น สร้างศาลาการเปรียญทรงสูง

ปีไหน?

ตาโฮก : ประมาณปี 2511 2512

ที่ตรงนั้นเป็นของตาเฮียง?

ตาโฮก : ครับ ที่ตาเฮียง 45 ไร่ แกให้วัดไปแล้ว แกมาทำเป็นหมู่บ้านจัดสรรร่วมกับตาเคน ที่มาวัดคือมีพระมาปักกลดตั้งนาน

ตอนนายเฮียงมอบที่ให้ รู้เรื่องมั้ย?

ตาโฮก : ตอนนั้นผมรับราชการแล้ว ผมให้แม่บ้านผมไปทำกับข้าวไปช่วยวัด เป็นชมรมแม่บ้านช่วยกัน ใครมีอะไรก็ออกมา สามเหลี่ยมก็ออกมา หนองแวงก็ออกมา มข.ก็ออกมา มาช่วยกัน

ที่ตรงนั้นที่เขายกให้วัด ลุงโฮกรู้ใช่มั้ย เขามีการประกาศ หรือชาวบ้านรู้ได้ไงว่าที่แปลงนี้ นายเฮียงให้วัด?

ตาโฮก : แกจะขายที่เป็นหมู่บ้านจัดสรร แกเลยบอกขอทำบุญ บริจาคให้วัด ให้ชาวบ้านเป็นสักขีพยานมา สร้างผ้าป่าขึ้นมา สร้างกุฏิให้หลวงพ่อเพย หลวงพ่ออ่อน หลวงพ่อมูน หลวงพ่อนาก มาอยู่รวมกัน นี่คือที่มาของวัด

มหาหมี : ลุงจำได้มั้ย ช่วงออกโฉนดมาถวายวัด

ตาโฮก : ผมจำไม่ได้ ผมให้แม่บ้านไปช่วย ผมรับราชการอยู่ในมอ.

ทนายแก้ว : เคยได้ยินตาเฮียงประกาศหรือพูดให้สาธารณชนทราบมั้ยครับ

ตาโฮก : ทราบครับ ให้ออกไปทำบุญรวมกัน ประกาศครับ แถวนั้นรู้หมด

เขาประกาศเลยเหรอว่าฉันนายเฮียง มอบที่ดิน 26 ไร่ให้วัดไป?

ตาโฮก : ประกาศครับ ทุกคนก็รู้หมด

แม่ว่าไง?

ป้าดา : แต่ละท่านที่พูดมาก็ไม่ผิด ความเป็นจริงคือตาเฮียงท่านก็มีจิตศรัทธาจะให้สร้างวัดจริง ตามนี้ ไม่ว่าใครจะพูดเมื่อไหร่ เวลาไหนก็พูดคำเดิม ตาเฮียงมอบโฉนดให้ ไม่ปฏิเสธ เขาให้เพื่อสร้างวัด แต่ทางทายาทคาใจตรงที่ว่าก็เมื่อปัจจุบันโฉนดก็เป็นแบบนี้ เราพูดกันเรื่องจริง เรายังไม่พูดเรื่องอื่น ตอนนี้ญาติๆ ที่ขอนแก่นเป็นลมเป็นแล้งกัน ไม่สบาย เครียดจัด ไหนจะโดนหมายจับ เขาเครียดเพราะเขาไม่รู้

แม่จำเลยที่หนึ่ง?

ป้าดา : ไม่เป็นไร จำเลยที่หนึ่งที่สองก็เป็นไปสิคุณหนุ่ม กลัวอะไรมีลูกชายเป็นกระบอกเสียงอยู่

เอาอีกแล้ว ใจเย็นๆ ลูกแก้วว่าไง?

ทนายแก้ว : (หัวเราะ) คือ.. (หัวเราะ) ไปไม่เป็นเลย

ป้าดา : ตราบใดที่ไม่ได้ฆ่าคนตาย ไม่ได้เป็นภัยสังคมที่ไหน

ทนายแก้ว : เอกสารไม่เถียงว่าเป็นของตาเฮียง แต่สิทธิ์แท้จริงถูกโอนเป็นของวัดไปแล้วครับ

ป้าดา : โอนเมื่อไหร่ครับ

ทนายแก้ว : โอนเมื่อมีการประกาศต่อสาธารณชน ขอโทษจริงๆ ครับแนวคำพิพากษาฎีกาต้องยอมรับว่ากฎหมายเนี่ย

มองตาแม่เขาสิ เวลาพูด อย่าเลิ่กลั่กๆ?

ทนายแก้ว : (หัวเราะ) ผมมองว่าที่ดินชื่อตาเฮียง ไม่ได้เถียง แต่ในความเป็นจริง สิทธิ์ออโต้ มีการโอนให้วัดตั้งแต่มีการยกมีการมอบให้แล้วครับ ตรงนี้ต้องยอมรับกฎหมายที่มันวางกรอบอยู่แล้วครับ

ป้าดา : กฎหมายที่ทนายแก้วพูด อะไรรองรับค่ะ ลมปากรองรับหรืออะไรคะ เป็นวาทกรรม ลมปาก รองรับด้วยอะไร ดิฉันสงสัย

ทนายแก้ว : กรณีออโต้เป็นไปตามกฎหมาย พรบ.ของสงฆ์ ประกอบกับศาลฎีกา มีคำพิพากษาฎีกา 1534/65 เดินตามแนว 7638/38 มีแนวของมันมา เมื่อเป็นของวัดไปแล้ว วัดสร้างทันทีไม่ได้ เพราะไม่มีเงินต้องสร้างทันที ต้องเก็บหอมรอมริบ มีการรับบริจาคครับ ดังนั้นเมื่ออยู่บนเบสกฎหมายเดียวกัน ผมก็จะบอกว่าตอนนี้ในความเห็นของนักกฎหมาย มันเป็นของวัดครับ

ป้าดา : เป็นไปด้วยวิธีไหนก็ไม่รู้

มหาหมี : เป็นไปตามพรบ. ครับ ที่จริงตอนแรกอยากฟังในมุมอดีตเจ้าหนักงานที่ดิน พอพี่แก้วกรุณาอธิบายอยากขยายความให้ชัด เดี๋ยวคุณแม่จะไม่เข้าใจ

ป้าดา : ฉันเข้าใจ ฉนอยู่กับที่ดิน จะไม่เข้าใจได้ไง

มหาหมี : ที่ดินก็เรื่องที่ดิน ที่มีอยู่ 3 ลักษณะ หนึ่งที่ที่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน อาจหมายรวมที่ป่า ป่าสงวน ที่สปก.อะไรก็แล้วแต่ คือที่รัฐ ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองสูงสุด สองคือที่เพื่อการพระพุทธศาสนา รวมศาสนาอื่นด้วยนะครับ มาตรา67 รัฐไทยปกป้องทุกศาสนา สามที่เอกชน ที่หลวงกับที่วัด วัดไหนก็แล้วแต่ เขามีกฎหมายเฉพาะที่เป็นกฎหมายมหาชน นี่คือหมวดที่หนึ่ง สองคือที่เอกชน เราไม่ว่ากันตรงนี้ ประเด็นของเราที่มาถกกันในรายการ คือที่พระพุทธศาสนา การปกป้องที่พระพุทธศาสนา ถ้าพูดพรบ.สงฆ์ปี 05 มาตื้นเขินมาก ต้องดูเจตจำนงตั้งแต่เขาร่างพรบ.สงฆ์

แม่พร้อมฟัง?

ป้าดา : ฟังได้

4 ตัวแม่ไม่เอามานะ?

ป้าดา : ไม่มี มีปากมาก็พอแล้วลูกชาย

แม่มาเอาสายชาร์ตจริงเหรอ?

ป้าดา : จริง มาแอบดูลูกชายว่าวันนี้เอาใครมา

แม่นับถือศาสนาอะไร?

ป้าดา : ศาสนาพุทธ

แม่อยากฟังก่อนเนอะ?

ป้าดา : ฟังได้ค่ะ

รู้สึกไงเขาเรียกดาปืนกล?

ป้าดา : ก็ไม่น่าจะผิดนะคะ

มหาหมี : ในพรบ.สงฆ์ฉบับแรก ร. 5 เจตจำนงพระมหากษัตริย์ไทย ต้องการปกป้องวัดเหมือนที่หลวงครับ

แม่ฟังมั้ย?

ป้าดา : อารัมบทยาวๆ ก็ว่าไป ก็มันเป็นคนละมุมอ่ะคุณหนุ่ม ต่างคนต่างพูด ทำไมต้องพูดแล้วให้แม่ไปเชื่อ มันเป็นสิทธิ์ของแม่นะ

ทนายแก้ว : แต่สิ่งที่มหาหมีอธิบายให้เห็นว่ากรณี…

ป้าดา : เข้าใจๆ แม่ไม่ได้ดื้อด้านอะไร เพียงแต่ว่าการพูดมาเราจะฟังแบบไหน มันเป็นเรื่องของหูเรา

อีกนัยก็คือเรื่องของกู?

ป้าดา : (หัวเราะ) ใช่

ทนายแก้ว : แต่ต้องยอมรับกติกา เพราะเป็นที่มาของกฎหมายด้วยครับ

ป้าดา : เข้าใจ กติกาเคารพอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครมาบังคับแม่ว่าต้องเคารพกติกาในวงนี้นะ ทนายแก้วพูดแนวจะบังคับให้แม่เคารพกติกาๆ ไม่ได้นะ อย่าพูดคำนี้นะ

ทนายแก้ว : ครับๆ

มหาหมี : เอากฎกระทรวงเริ่มต้นเลย

ทางนี้เขาไม่อินกับฝั่งกฎกระทรวง?

ป้าดา : เขายึดกฎหมายที่ดิน

มหาหมี : กฎกระทรวงตัวนี้ หักล้างมาตรา 84 พอการตั้งการสร้างวัดมีสองขยัก การถวายที่ดินให้วัดสมบูรณ์แบบ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล ไปโอนที่ดินหรือไม่โอนก็ถือว่าเป็นของวัด หลักตามคำพิพากษา หลักที่เขายึดมาตามพรบ.สงฆ์ คือที่ดินกับที่ธรณีสงฆ์ ต่างกันนะ ที่ตั้งวัดคือมีรั้วรอบขอบชิด ธรณีสงฆ์อยู่ตรงไหนก็ได้ หลักการให้ที่วัดกับที่หลวงเหมือนกัน เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับคดี ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ การยกที่ให้สาธารณสมบัติของแผ่นดิน แค่เอ่ยปากแสดงเจตจำนงผู้ให้ผู้รับสมบูรณ์ รัฐโอนไม่โอนเป็นเรื่องของวัด หลักการเดียวกัน ที่วัดแค่เอ่ยปากตกเป็นที่วัด ศาลเลยมีคำพิพากษาว่าตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อเอามาใช้ในกิจการของพุทธศาสนา ไม่ได้บอกว่าเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่ที่ต้องพูดถึงกฎกระทรวง เพราะหลักการสร้างวัดมีสองขยัก ขยักที่หนึ่งคือก่อสร้าง ขยักที่สองถ้าผ่านการก่อสร้างแล้วขอตั้ง อันนี้จบ แต่ตรงกลางมีหนังสือสัญญาตกลงยกที่ให้สร้างวัด ถ้าสร้างวัดสำเร็จยินดีโอนกรรมสิทธิ์ที่ดังกล่าวให้ตกเป็นของวัด ลงชื่อนายเฮียง คนรับสัญญาคือนายอำเภอ สองเจ้าพนักงานที่ดิน หนังสือฉบับดังกล่าวทำในปี 33 นะ ไม่ได้ทำในปี 41 หรือ 45 หลังนายเฮียงตายนะ ศาลบอกชัด คุณให้ที่หลวงกับที่วัด คนถวายไม่เกี่ยว หลวงจะตัดถนนเมื่อไหร่ สาธารณูปโภคจะเข้าเมื่อไหร่ น้ำไฟเรื่องนึง เขาไม่แจ้งทายาท ไม่แจ้งเราเลย ไม่โอนโฉนดด้วย การไม่โอนโฉนด ศาลบอกว่าเป็นของวัดตั้งแต่ต้น แต่วัดไม่ได้กรรมสิทธิ์มาเพราะคำสั่งศาล ได้มาเพราะกฎกระทรวงตัวนี้ มีใบสฐ.2 ยกให้ตั้งแต่ตอนนั้น ตกเป็นที่ของศาสนาทันที และวันที่ 27 เม.ย. 41 ตั้งวัดเสร็จแล้ว สิทธิ์ของวัดในการไปโอน ถ้าจะโอนหรือไม่โอนก็ได้ เริ่มตั้งแต่ 28 เม.ย. 41 เป็นต้นไป ปรากฏว่าเขาไม่ทำ ถามว่าตัดสิทธิ์มั้ย ไม่ได้ตัดสิทธิ์วัดในการจะโอนหรือไม่โอน แต่ใครถูกตัดสิทธิ์ 1. นายเฮียง ตัดตั้งแต่ปี 33 เพราะคำพิพากษาศาลฎีกาทุกฎีกาบอกว่าตกเป็นสมบัติแผ่นดินเพื่อเอามาสร้างในกิจการพุทธศาสนา แต่กรรมสิทธิ์จะเกิดวันที่ 28 เม.ย. 41 แต่เขาไม่ทำ พอไม่ทำ ทายาทไม่มีสิทธิ์ เพราะนายเฮียงก็ไม่มีสิทธิ์ แต่คนมีสิทธิ์คือหนึ่งกรมการศาสนา สองสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดแห่งชาติ สาม วัดที่เป็นนิติบุคคล สามารถโอนได้แต่ไม่โอน กระบวนการที่สุญญากาศตรงนี้ ก็เข้ามาตรา 84 ถ้าเกิดที่ไม่ถึง 50 ไร่ เราก็ไม่ต้องใช้มาตรา 84 แต่กรณีไม่เกิน 50 ไร่ ต้องใช้มาตรา 84 ตรงไหน ตรงวิธีการโอน ต้องแจ้งที่นายอำเภอ นายอำเภอต้องแจ้งผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯ รายงานไปที่กระทรวงมหาดไทย กรณีวัดใดก็แล้วแต่ที่ไม่ได้โอน ตั้งตั้งแต่ก่อนนั้นแล้วเจ้าของตาย ให้โอน ให้รัฐมนตรีมหาดไทย หรือมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ เซ็นได้เลย นี่คือคำสั่งมท.อยู่ใต้บังคับของมาตรา 84 ฉะนั้นที่นำเรียนมาคร่าวๆ พรบ.สงฆ์มันอันเดียวกันครับ ไม่ใช่กระบวนการหักล้าง

ป้าดา : มหาหมีออกทะเลไปไกลแล้ว แม่ต้องกระชับ ถ้าออกทะเลไปด้วยกันก็พังสิ

แม่ยอม?

ป้าดา : ไม่ยอม จะประกาศให้คนในผืนแผ่นดินนี้รับทราบว่าคืออะไร

มีคนถามทำไมแม่ต้องใส่แว่น?

ป้าดา : มันแสบตา

แม่กลัวมั้ย?

ป้าดา : กลัวอะไร ถามว่าคนเอาที่วัดทำไมไม่กลัว

เราไง คนเอาที่วัด?

ป้าดา : ไม่ใช่ คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัดทำไมไม่กลัว ทุกคนก็พูดเรื่องกฎหมาย ท่านมหาหมีท่านเก่งมากนะ ท่านพูดร่ายมา อารัมบทมาตั้งแต่ชาติปางก่อนจนมาถึงจุดนี้ ชาวบ้านฟังไม่เข้าใจนะ เขาไม่รู้เรื่อง

แม่เข้าใจมั้ย?

ป้าดา : แม่อยู่กับความจริง ถ้าคุณเอากฎหมายมาวางตั้งไว้ข้างหน้านะ ประเทศชาติถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ไม่ใช่เราไม่เคารพกฎหมาย แต่เราต้องเอาความจริงมาว่ากันด้วย ความจริงมาก่อนกฎหมายและอยู่เหนือกฎหมาย

บางครั้งความจริงไม่มีอยู่จริงในข้อกฎหมายเหรอ?

ป้าดา : ถูกต้อง

ถ้าแม่ไม่เอากฎหมายเป็นที่ตั้ง แล้วจะอยู่กันยังไงสังคม?

ป้าดา : คุณเคารพกฎหมายกันหรือเปล่า ที่กฎกระทรวงต่างๆ ที่ว่ากันมา ก็มาทีหลังกฎหมายที่ดิน กฎหมายที่ดินบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2497 กฎกระทรวงเมื่อไม่กี่วันนี้ ออกมาอีกแล้ว สำนักพุทธออกมา พอมาออกโหนกระแสของลูกชาย เขาบอกมีกฎกระทรวงออกมา ว่าวัดที่มีปัญหา ยังไม่แล้วเสร็จให้รีบไปโอนอย่างโน้นอย่างนี้ แม่บอกว่าโอ้โห ทำไมพวกคุณแอ็กชั่นกันทุกหน่วยงานเลย พิลึกมั้ย คนในผืนแผ่นดินไทย ถ้าหน่วยงานราชการทำงานแบบทันที ปัญหาเกิดขึ้นแล้วแอ็กชั่นทันทีทุกเรื่องนะ ประชาชนมั่งคั่ง ไม่อดอยาก ไม่มีลำบากปากแห้งกันหรอก กฎกระทรวงจะมาบังคับเอาที่ดินเหรอ ให้ไปโอน ทำอย่างโน้นอย่างนี้ ให้เราเคารพกฎหมาย แต่กฎหมายที่ดินก็เป็นชื่อบรรพบุรุษเราอยู่ คุณก็ไม่มีใครพูดถึงสักคน ทุกคนก็ไปสมคบคิดกัน เหมือนอุปทานหมู่ว่าคนนี้ก็ใช่ คนนั้นก็ใช่ มีแต่ข้อกฎหมายเต็มไปหมด แต่ดิฉันขอสภาพของวัด

ทนายแก้ว : นี่สภาพปัจจุบันเหรอครับ

ป้าดา : พอดิฉันบอกว่าจะไปทุบวัด มีคนมาทำความสะอาดให้ ก็แค่นั้น แต่ก่อนหน้านี้เป็นอย่างนี้ แล้วเราต้องไปใส่ร้ายป้ายสีอะไร มีการตัดไม้ขาย

ห๊ะ! เขาไปทำฟืนหรือเปล่า?

ป้าดา : เอาไม้ดุ้นขนาดนี้ไปตุ๋นช้างหรือไง ใช้ดุ้นใหญ่เหลือเกิน

แล้วเกี่ยวอะไรกับที่ดิน?

ป้าดา : ทุกท่านจบกฎหมาย ดิฉันไม่ได้จบกฎหมาย แต่อยู่กับความจริง เอาความจริงมาว่ากัน เรื่องพูดกฎหมายเยอะๆ ดิฉันมึน แต่เราอยู่กับความจริงดิฉันไม่มึน สั้นๆ กระชับๆ ผิดถูกมันง่าย แต่ถ้าคุณจะเปิดกฎหมายชาติที่แล้ว โอ้โห ดิฉันก็เมาหมัด คงไม่เอาด้วย เราพูดว่าทายาทพูดอยู่คำเดียวว่าที่ดินที่วัด ไปเห็นเมื่อไหร่ก็ชอกช้ำระกำใจ ว่าที่ที่จะให้นายเฮียงสร้างวัด ทำไมถึงเป็นสภาพเช่นนี้ ประตูที่เจาะทุกรู เอาไว้ทำอะไรกลางค่ำกลางคืน

กำแพงที่เป็นรู?

ป้าดา : ใช่ อย่าเที่ยวมาโจมตีทายาท

แม่เอาเรื่องนี้มาพูด เจ้าอาวาสหงายหลังเลยนะ เครียด ร้องไห้เลย ไม่สงสารท่านเหรอ?

ป้าดา : ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเดี๋ยวมีคนไปรุมถาม ท่านก็ตอบไม่ได้ ท่านก็ต้องออกอาการนั้นไง

แม่ไม่เห็นใจท่านเหรอ?

ป้าดา : แล้วจะให้ทำไง แม่ไม่ได้ไปทำอะไรท่านนะ

เขาบอกมีความกดดัน เขาถามวัดทำไมเป็นรู ทำไมสกปรก ท่านก็ล้มเลยร้องไห้ฮือเลย?

ป้าดา : ท่านร้องประจำ ใครไปก็ร้อง บริวารฉันเข้าไปหา บอกมึงมาตีกับกูเลย ท่านก็ร้องเหมือนเดิม

ทนายแก้ว : อะไรที่คุณแม่บอกว่ายังไม่ได้โอนไป อยากจะขอถามหน่อยครับ

ป้าดา : ไม่ต้องถามเวลาพูด การถามทำให้สะดุด ไม่ลื่น แล้วฟัง ส่วนทนายแก้วจะฟังคำพูดของแม่แล้วจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะเป็นแบบไหน ก็เป็นเรื่องทนายแก้ว เรื่องของมหาหมี ท่านอาจารย์มาจากขอนแก่น ท่านเขียนขึ้นมา แต่นอกนั้นใครไปว่าไง ท่านไม่รู้จริงมั้ยท่าน

ไชยยงค์ : ครับ

ป้าดา : ท่านก็มีหน้าที่เท่านั้น ดิฉันก็ฟังเข้าใจ ทุกท่านก็มีภูมิ จบกฎหมายมา แต่เอาแบบบ้านๆ แบบแม่เลย เอาความจริงมาว่ากัน ก็บอกว่าที่ดินผืนนี้ ตั้งแต่ปี 33 ยันปี 69 ทางทายาทไม่ใช่เพิ่งว่ากัน เราว่ากันมา 20 ปีแล้ว แต่สังคมไม่เข้าใจ สังคมไม่รู้ แต่พอมาพศ.นี้ทายาทที่ขอนแก่นตอนนี้เครียดจะเป็นบ้าเป็นหลังแล้วว่าที่ดินจะออกหมายจับ ตร.จะออกหมายจับ ออกหมายเรียกสารพัด เขาเซนซิทีฟมาก เขาอ่อนไหว ไม่เหมือนแม่ แม่มันหัวหมู่ทะลวงฟัน เราไม่กลัวอะไร เขาถึงมอบหมายให้ คนอื่นเอามาเดี๋ยวมันก็เป็นลมตาย

ตกลงแม่เป็นอะไร?

ป้าดา : จะไปสนใจว่าเป็นอะไร ถ้ามีคนมอบหมาย ให้มีอำนาจก็พอมั้ย เป็นใครก็ไม่ใช่เรื่อง เดี๋ยวจะยืมวลีป๋าหมักมาพูด เมื่อคืนไปเสพเมถุนกับใคร ต้องมารายงานคุณด้วยเหรอ ไม่ต้องไปถามซักไซ้ไล่เรียงขนาดนั้น เขามีอำนาจในการดำเนินการ เราก็ดำเนินการ ไปทุกที่เหมือนกัน สองเดือนที่แล้วไปสำนักพุทธจังหวัด ผอ.ผู้หญิงนี่แหละ สื่อไปสัมภาษณ์ท่านธงทอง ถ้าพวกท่านจะไปตรวจอะไรหรือทำอะไรก็ตามแต่ ขอให้แจ้งทายาทให้รับทราบด้วย อยู่ๆ ก็พากันลักไก่ไป เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่ได้ตำหนิติติงท่านนะ เพียงแต่หลายหน่วยงานที่ลงไป มีที่ไหน ตรวจฝ่ายเดียว มีคู่กรณีแล้วจะไปตรวจฝ่ายเดียวได้ยังไง เราไม่ได้ต้องการตีเอาวัด ไปทำให้พระชักดิ้นชักงอ ดิฉันก็ไม่ได้ว่าท่านนะ แต่เราบอกว่าที่ผืนนี้เป็นที่บรรพบุรุษเรา กฎหมายที่ดินศักดิ์สิทธิ์นะ ถ้าเรายึดแต่กฎหมาย ไม่ใช่ดิฉันหัวดื้อด้านไม่ฟังกฎหมาย ไม่เชื่อกฎหมายนะ เชื่อ บัญญัติขึ้นมาให้เราเคารพ เราเคารพ เราเคารพกฎหมาย ถ้าเราไม่เคารพ ใครจะไปขายของผิดกฎหมาย ทำของเถื่อนก็ช่างมัน เราไม่สน อันนี้เรารู้เราเข้าใจว่ากฎหมายที่ดินศักดิ์สิทธิ์ ใครจะได้กรรมสิทธิ์ต่อเมื่อมีสารบัญท้าย มันถึงจะสมบูรณ์แบบ

มหาหมี : ไม่ใช่ ป้าพูดไม่ถูก

ป้าดา : ทนายหมีอย่าเพิ่งถกดิฉัน ต่อให้มหาหมีถกดิฉันก็ไม่เป็นผล ดิฉันก็พูดเหมือนเดิม พูดในข้อเท็จจริง ส่วนคนอื่นฟังก็ฟัง ฟังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ไปสำนักพุทธจังหวัด ผอ.ผู้หญิงท่านนี้ก็ไปเจอกัน เขาออกมาหน้าเคร่งเครียดเลย พูดว่าที่ดินเป็นของตาเฮียง ถ้าดิฉันมาอยู่ก่อนหรือถ้าไม่มีคำพิพากษาก็ต้องเอาคืนไปแล้ว สาวกที่มาด้วยส่งเสียงหน่อย ได้ยินหมด ว่าที่ดินโฉนดของตาเฮียง ดิฉันก็เข้าไปในวัด ไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ร้องไห้ร้องห่ม ดิฉันก็ด่าว่า หลวงพ่อ ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ที่ดินไม่ใช่ของหลวงพ่อ ผอ.พูดนะเนี่ย มีบันทึกเสียงด้วย แม่จะโกหกลูกชายเพื่ออะไร ที่เป็นของตาเฮียง ดิฉันเลยบอกว่าตกลงเป็นวัดหรือไม่เป็นวัด ผอ.ก็พูดไม่ออก มันไม่เป็นวัด แต่เขาเข้าไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ร้องไห้สารพัดนั่นล่ะ หลังจากนั้นกลับเข้ามากรุงเทพฯ ดิฉันไปตรวจสอบแต่ละหน่วยงาน อดีตไม่พูด เราพูดปัจจุบันมาว่ากัน ดิฉันไปวัดอรุณฯ ตอนนั้นท่านดูแลภาค 9 ภาคอีสาน สายบังคับบัญชาพระ ไปพบท่านที่วัดอรุณฯ ท่านเอาทำเนียบวัดมาเปิด ถามว่าโฉนดปัจจุบันเป็นของใคร ก็บอกว่าของคุณตา ท่านถามจริงเหรอ เปิดในทำเนียบวัดก่อน คนของดิฉันก็ช่วยหาในทำเนียบวัด ก็ไม่มี ก็มันไม่เป็นวัดไง ฟังแม่พูดให้จบ อย่าเพิ่งแสลน ก่อนที่เราจะเอาอะไรไปวางหรือปฏิบัติการ เราว่ากันมา 20 ปี เราไปเสาะหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ดูแลเรื่องนี้ โฉนดเราก็ต้องติดตาม ถ้าหากใช้ไม่ได้ ดิฉันจะไปบอกนายกฯ ให้ยุบกรมที่ดินเลย เดี๋ยวจะพบท่านอนุทิน อย่างนี้ใช้ไม่ค่อยได้ อีกหน่อยก็ตีกันตายสิ โฉนดที่ดินใช้ไม่ได้ แล้วต่อไปเราจะใช้อะไร เราเคารพกฎหมายไง เรายึดกรรมสิทธิ์ เราไม่ยึดเรื่องอื่น หลังไปพบหลวงพ่อมา ท่านตรวจดูแล้วไม่มี หลวงพ่อบอกว่าไปทุบเลย มันไม่ใช่วัด พาไปสัมภาษณ์ท่านก็ได้ ให้คนในผืนแผ่นดินนี้ตาสว่าง ทายาทนายเฮียงไม่ได้เลวไม่ได้ชั่วอะไร เราติดตามความเป็นจริง เราไม่พูดเรื่องอดีตเพราะตายห่xกันไปหมดแล้ว

อุ้ยตาย?

ป้าดา : เราขออภัย มันตายกันหมดแล้ว เราพูดเรื่องปัจจุบัน ว่าความจริงเป็นยังไง เราไปหาพระผู้ใหญ่ ท่านก็แนะนำให้ไปที่พระเลขาฯ อยู่วัดไตรมิตร พอไปพบท่านเจ้าคุณ ไปเช็กอีกที ก็ไม่มี หานิกายก็ไม่เจอ เดี๋ยวเป็นธรรมยุต เดี๋ยวก็เป็นมหานิกาย สิ่งที่ดิฉันพูดมาทั้งหมด จะพาสื่อไปตรวจสอบทุกสถานที่จะเป็นการไถ่บาปให้ครอบครัวนายเฮียง เราจะได้ยืนอยู่ในสังคมอย่างสง่างามว่าเราไม่ใช่ผี ไม่ใช่เปรต จะไปแย่งเอาวัด เราพูดเรื่องทรัพย์สินที่เป็นของตาเรา เราตรวจดูทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่าวัดไม่มีจริง พระระดับผู้ใหญ่คุมภาคแต่ละภาค ท่านจะผิดพลาดได้อย่างไร มันไม่มีวัดนี้แม่ถึงบอกกลับไปข้อหนึ่งกระดุมเม็ดแรก คุณขอยังไงกันในการสร้างวัด นายเฮียงถวายให้ปี 33 พอปี 34 นายเฮียงเสียชีวิต ปี 35 ไปขอเป็นวัด คำว่าประกาศ กระดาษตราตั้ง ในประเทศไทยเราซื้อความจริงได้ ซื้อความยุติธรรมได้ ซื้อได้ทุกอย่าง เราต้องช่วยกันสอดส่องแต่ละเรื่อง อันไหนจริงก็คือจริง อันไหนไม่จริงก็อย่าไปงมงายกับสิ่งที่อ้าง แม่ไม่ได้ว่าไม่มี แต่ให้ตรวจลึกไปกว่านั้น

แม่ไม่เคยเห็น ใบอนุญาตสร้างวัดด แม่อย่าไปฉีกของเขานะ?

ป้าดา : แม่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปฉีกของเขาหรอก ไม่เป็นไร มันพูดกันคนละมุม ก็ว่ากันไป เดี๋ยวจะหาว่าแม่พูดนอกเรื่องอีก

เข้าใจมุมแม่ แต่ขณะเดียวกันอยากให้แม่เห็นเอกสารหลักฐานสมัยก่อนที่แม่อาจไม่รู้?

มหาหมี : มีใบตั้งวัด อันนี้ชอบแล้ว มีเลขที่ต่างๆ ด้วย ส่วนเรื่องการสำรวจ ตกสำรวจได้ครับ วัดในประเทศไทย วัดอรุณฯ เป็นเจ้าคณะภาค 9 ขนาดวัดร้างเอง สำนักพุทธยังตกสำรวจเลยครับ เป็นความบกพร่องในทางทะเบียน แต่เขาจะดูใบประกาศตัวนี้ครับ มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาถูกต้องครับ การสำรวจเป็นความบกพร่องของฝ่ายเลขานุการเจ้าคณะภาค

ทนายแก้ว : ถ้าแม่ดาไปกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะเจอตัวนี้

ป้าดา : ไม่เป็นไร ทั้งสองท่านพูดมาเยอะแล้ว พอก่อน เวลานี้มันเป็นเวลาของฉัน การที่พูดก็พูดกันคนละมุม เพียงแต่เราอยากชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันบ้านเมืองเราไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ละหน่วยงาน ให้ทุกท่านลองคิดดู พอมีเรื่องวัดขึ้นมา ทุกคนแห่กันไปเต็มเลย ทั้งที่วัดในขอนแก่นไม่ถูกต้องมีอยู่ 4 พันแห่ง ไม่ได้พูดเองนะ พระเลขาฯ ท่านบอก มันเยอะเหลือเกิน แล้วปัญหากับสังคม หน่วยงานราชการ เขาเรียกว่าเรือเกลือ เชื่องช้าทำอะไรไม่ได้ เราก็เลยอยากรู้ว่าการที่เราตรวจสอบ ทางพวกท่านก็มาอ้างว่าอาจตกหล่นได้ พอบอกเป็นโฉนด ก็เอากฎอื่นมาอ้างแทน ทั้งที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่มีค่าเลย เอาอย่างอื่นมาอ้างทับได้หมดเลย ดิฉันก็พูดผ่านโหนกระแสว่าพุทธเล็กพุทธใหญ่ ใครไปตรวจสอบ ขอเถอะ ให้เรียกทายาทไปมีส่วนร่วมในการประชุมด้วย อย่างน้อยคนอย่างดิฉันรู้ขาวรู้ดำ รู้ดีรู้ชั่ว แม้แต่ผอ.คนปัจจุบันยังยืนยันชัดเจนว่ามันเป็นที่นายเฮียง

มุมแม่ดา มองว่าในใบยกที่ดินให้กับทางวัด ในนี้ระบุว่าข้าพเจ้าจะยกให้ต่อเมื่อวัดเสร็จแล้ว แม่พยายามใช้อันนี้ต่อสู้ โฉนดอันนี้เป็นชื่อนายเฮียง แม่ดาเลยพยายามบอกว่า ในเมื่อตอนนั้นถ้าศาลได้ตัดสินไปแล้ว ทำไมวัดไม่โอนเป็นกรรมสิทธิ์เป็นของวัดล่ะ กฎหมายที่ดินซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ เขาบอกอยู่แล้ว ใครก็ตามแต่ที่มีชื่ออยู่ในโฉนด ย่อมเป็นเจ้าของที่ดิน เขาเลยถือตรงนี้ในการไปร้อง แต่ย้อนกลับมานิดนึง อยากให้ดูอันนี้ด้วย หนังสือยกที่ดินโดยทางฝั่งนายเฮียง มอบให้ โดยให้ทางฝั่งนายเคน ดอนอีสวนเป็นผู้จัดการ บอกว่าเป็นผู้อนุญาต หากทางราชการอนุญาตให้สร้างและแต่งตั้งเป็นวัดแล้ว ข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้ แต่ขณะเดียวกัน ปีนี้คือปี 33 เดือนสิงหาฯ เขาเริ่มสร้างวัดแล้ว ผมเพิ่งเปิดไปเจอน่าสนใจ เป็นหนังสือรายรับรายจ่ายเดือนพ.ค.ปี 33 ในนี้มีค่าช่างสร้างกำแพง อิฐหินปูนทราย ก็ค่อนข้างระบุได้เหมือนกันว่าวัดเริ่มสร้างตั้งแต่พ.ย. ปี 33 สอดรับกับนายเฮียงต้องการ ที่เปิดเจอเพราะเขาแม็กติดไว้ แล้วผมฉีกแม็กออก ค่าก่อสร้างวัดเลยแม่?

ป้าดา : เอาเถอะๆ ตรงนี้ไม่ต้องพูด ย้อนกลับไปนิดนึง หลวงพ่อ รูปข้างหลวงพ่อ เอาเป็นว่ามีเคี่ยวๆ ทั้งนั้น พอนางนางเสียชีวิตปี 61 ทางวัดวิ่งไปเลยจะไปขอโฉนด ที่ดินก็แจ้งกลับมาที่บ้านเหมือนเดิม เพราะเป็นกรรมสิทธิ์ตาเฮียง หลวงพ่อไปหลายรอบไม่เคยเป็นผลสำเร็จ ที่ดินทำให้ไม่ได้ เขายึดกฎหมายที่ดิน เขาไม่ได้ยึดเรื่องอื่น เราหาอย่างอื่นมาผสมมันก็ไม่ได้เรื่อง ไม่เป็นผลหรอก ไม่ต้องเอามา เกี่ยวกับวัดมาถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง มันมีแค่นี้

มหาหมี : ผมว่าเกี่ยวนะ พรบ.สงฆ์ กฎกระทรวง ประมวงกฎหมายที่ดินไม่ได้ขัดกันนะ พอไม่ได้ขัดกัน ก็ไม่ได้บังคับใช้ว่าชอบหรือไม่ มีแค่กระบวนการโอน กฎกระทรวงข้อ 11 บอกให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือทายาท โอนที่ดินหรือทรัพย์สินทั้งหมดให้วัดภายใน 90 วัน พอทายาทไม่ได้ทำ วัดแทนที่จะแจ้งพนักงานที่ดิน เพื่อเขาจะได้แจ้งทายาท หรือเขามองว่าเขาตัดสิทธิ์ทายาทแล้วเขาแจ้งจังหวัดเลย เมื่อแจ้งทายาทเขาก็ไม่โอนให้สิครับ เพราะเขามองว่าเป็นของปู่ย่าตายายเขา ฉะนั้นหนังสือฉบับที่พี่หนุ่มเอามาให้ดู คนรับสัญญาคือนายอำเภอกับพนักงานที่ดิน ให้สองคนนี้มาดำเนินการ ไม่ใช่ทายาท

เราไม่ได้เถียงแม่หรืออะไรแม่นะ แต่อยากให้แม่เห็นอีกมุม เมื่อกี้ขออภัยเจ้าอาวาส มันเป็นหนังสือรายรับรายจ่ายวัดป่าอดุลยฯ ตอนแรกเขาแม็กเอาไว้ หน้าหลังผมเลยไปฉีกออก แล้วดูว่าคืออะไร ก็เห็นพ.ย. 33 เริ่มสร้าง สามเดือนเริ่มสร้าง?

ป้าดา : มันก็กลับมาที่เดิมอีก กระดุมเม็ดแรก ทายาทไม่ได้ติดใจใดๆ ทั้งสิ้น เราจะทำทุกอย่างให้กระจ่างแจ้ง ในเมื่อสายของพระ ไม่ว่านับถือมหานิการ หรือธรรมยุต มีสายบังคับบัญชา ถ้าสายบังคับบัญชาจะไม่มีกฎระเบียบแล้วจะไปพึ่งใคร เราเอาปัจจุบันไม่ได้เอาอดีต เราสอบถามกลับไปให้ชัดเจน ว่าความเป็นมาของวัดป่าอดุลยฯ มันเป็นยังไงกันแน่ คือหน่วยงาน มันทำให้ดิฉันสงสัย เวลาไปตรวจสอบพิสูจน์อะไรก็พากันไปกลางค่ำกลางคืน เหมือนลักไก่ไป ไปตรวจกันเอง แล้วบอกว่าถูกต้องๆ แล้วสรุปไปตรวจแบบไหน มหาหมีไม่ต้องค้านนะ ฟังก่อน มหาหมีลงไปบอกจะจัดการให้เรียบร้อย ออกโฉนด ต้องทำเลย แต่ไม่มีทางทำได้ เจ้าที่ดินเขาทำซี้ซั้วเขาก็ติดตะราง ใช้กฎกติกาอื่นมาแทรกจะอยู่กันได้เหรอ ต้องยึดกติกาที่เจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินนี้แหละ พูดไปร้อยปี ดิฉันไม่สน ดิฉันเอาเรื่องปัจจุบัน

สองฝั่งยกกฎหมายคนละอันมาสู้กัน ทางป้าดายึดกฎหมายที่ดิน บอกว่าชื่อใครก็ตามแต่ ชื่อติดอยู่หน้าโฉนด คนนั้นก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่มหาหมี ทนายแก้ว ประชาชนส่วนใหญ่ บอกว่าในคำพิพากษา ที่ดินแปลงนี้เป็นของวัด เลยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงมีกฎกระทรวงข้อที่ 6 กับ 11 ที่ยืนยันว่าต่อให้ตัวเจ้ามรดก เจ้าที่ดิน ตายไปแล้ว ตัวทายาทก็ต้องโอนให้ภายใน 90 วัน เลยมาเถียงกันอยู่ตรงนี้?

ป้าดา : กฎกระทรวงมาบังคับกฎหมายใหญ่ใช่มั้ย

มหาหมี : ไม่ใช่ครับ

ป้าดา : ไม่ถามๆ ฟังเฉยๆ ดิฉันพูดกับทางบ้าน เราสงสัยว่าเอ๊ะ คนถือโฉนดตราครุฑไม่สามารถทำอะไรได้ วันดีคืนดี ไม่รู้หลงกลไปทำอะไรหรือเปล่า แบบนี้ก็ไม่รู้จะอยู่กันยังไง จะอยู่กันแบบไหน

สุดท้ายเราต้องยึดถืออะไรเป็นอันดับแรก ตอนนี้มันทับซ้อนกันอยู่?

ทนายแก้ว : เบื้องต้นเราต้องดูคำพิพากษาฎีกาครับ การพิจารณาต้องเป็นการที่ศาลท่านพิจารณาโดยเอากฎหมายทุกฉบับมาตกผลึกแล้วครับ

ป้าดา : พอแล้ว ทนายแก้ว ฟังหลายรอบแล้ว

มหาหมี : กฎหมายที่ดิน บังคับในกระบวนการทำงาน ก็ว่ากันไปตามมาตรา 84 กระบวนการไม่ใช่ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่เป็นกระบวนการว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ถูกตามขั้นตอน แล้วจะออกโฉนดหรือไม่ออกโฉนด แค่นั้นเองครับ

ทนายแก้ว : แม่ดาเห็นว่าไม่ถูกต้อง แม่ดาก็ไปคัดค้าน

ป้าดา : พอๆ ทนายแก้ว แม่รู้อยู่ แม่ก็มีที่ดิน รู้เรื่อง ไม่ต้องบอก มันเป็นอย่างนี้ สำหรับเรื่องนี้ทางทายาทหาความจริงเท่านั้น ว่าจะไปอยู่ตรงแห่งหนตำบลไหน สายของพระผู้บังคับบัญชาเป็นพระ ท่านก็ต้องรู้ดี เป็นพระแบบไหน กฎเกณฑ์มี จะเลื่อนสมณศักดิ์ก็มีกติกา มีกฎเกณฑ์ ทางเราไปสำนักพุทธ สำนักพุทธก็มีพิรุธ กดหาเหลิมได้มั้ยล่ะ สำนักพุทธ ที่ดูแลเรื่อง

เหลิมไหน?

ป้าดา : สำนักพุทธชาด พุทธใหญ่ แต่จะกล้ารับสายหรือเปล่า

จริงๆ แล้วประเด็นถ้าคนเข้าใจจริงๆ ไม่ได้มีอะไร ไม่ได้ซับซ้อน ผมบอกเลย เรื่องไม่ได้ซับซ้อน เพียงแต่ตอนนี้ลงกันไม่ได้ เพราะแต่ละฝั่งถือกฎหมายคนละข้อ คนละฉบับกัน ทางนี้ถือกฎหมายที่ดิน ยืนยันว่าใครก็ตามแต่ มีชื่ออยู่บนโฉนดคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทางฝั่งนี้บอกว่าศาลตัดสินแล้ว มีการให้แล้ว เป็นไปตามกฎกระทรวง ที่สำคัญที่สุดสำนักพุทธถือกฎกระทรวงนี้ด้วย ดังนั้นต้องเป็นของวัด ต่อให้ไม่มีชื่อในโฉนดก็ต้องเป็นของวัดเพราะถ้าฝั่งยกให้ลั่นวาจาไปแล้ว ถือว่าตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว?

ป้าดา : ถ้าคำว่ายกให้เมื่อไหร่ไม่ต้องโอนก็สำเร็จ บ้านป่าเมืองเถื่อนแน่นอน ของใครจะเป็นของใคร ตีกันตายสิ นี่เคารพกฎหมายเหรอ เรื่องสำนักพุทธ ดิฉันไปหลายครั้งแล้ว ฝากถึงผอ.สำนักพุทธด้วยนะคะ จะขอไปตรวจสอบการสร้างวัดป่าอดุลยาราม จะขอตรวจสอบ แล้วให้ดูหน่อย เพราะเราคือทายาทนายเฮียงค่ะ เราไปกี่ครั้งก็โยนกันไปโยนกันมา ไปหาลูกน้องบอกไม่มีหลักฐาน แล้วจะอยู่กันยังไง

วันก่อนคุณพุทธเอาขึ้นนะว่าที่นี่เป็นวัด?

ป้าดา : ไม่ต้องพูด แม่ฝากไปสำนักพุทธ ให้ผอ.ท่านรับรู้ว่าดิฉันจะไปขอถ่ายเอกสารไปว่ากันที่หลักฐานจริงๆ ที่สำนักพุทธชาดโน่น อภิวรรณก็ไม่ใช่สำนักพุทธ คำว่าขึ้นเป็นวัดพักไว้ก่อน เอกสารความเป็นมา ทำไมต้องซุกซ่อนถ้าคุณบริสุทธิ์ใจ

มหาหมี : จริงๆ ผมอธิบายได้นะ แล้วจะเป็นประโยชน์กับแม่

ป้าดา : ฟังก่อนๆ ดิฉันก็ไปบ่อย เมื่อสองวันดิฉันถามไปผอ.พุทธที่จังหวัด เขาบอกว่าไม่มีหลักฐาน พอไปถามพุทธใหญ่บอกอยู่จังหวัด สรุปไม่มีที่มาที่ไปวัดป่าอดุลยารามหรือยังไง ทำไมต้องเป็นเรื่องดำมืด ทุกอย่างซื้อได้ในประเทศไทย ความถูกต้อง ซื้ออำนาจ ซื้อผิดถูกซื้อได้หมด เงินหล่นในเหล็ก เหล็กบิ่น หล่นใส่หิน หินลอยนะ เราต้องไปดูของจริงว่าเป็นอะไร เป็นแบบไหน เราจะหาความจริงเท่านั้น ทายาทเสียใจโดนสังคมรุมประณาม หาว่าอยากได้ที่ของวัดทั้งที่ของตา อยากไปแย่งเอาคืนมา พวกหยาบช้า พวกชั่ว พวกเปรต พวกผีก็ว่ากันไป แล้วคนเขารับไม่ได้ เขาก็เจ็บป่วยล้มหมอนนอนเสื้อ มีแต่คนสูงอายุ ถ้ามีคนทำผิด เอกสารที่ไม่ยอมเปิดเผย ที่ไม่ยอมให้ ถ้าใครสมคบในการทำผิดหรืออะไร เท่ากับดิฉันประกาศสังคายนาข้าราชการเลยนะ

แม่จะเอาไงกับเรื่องนี้?

ป้าดา : ดิฉันจะไปตรวจสอบเองไง มันยากเย็นนัก

ถ้าเกิดเขาให้แล้วยังไงต่อ?

ป้าดา : ฝ่ายบังคับบัญชาบอกว่าไม่ใช่วัด ไม่ใช่พระ สายบังคับบัญชาบอกว่าไม่ใช่

ถึงเวลาข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่นี่เป็นวัดตั้งแต่แรก แม่จะว่ายังไง?

ป้าดา : จบ

แม่ดาอยากเห็นเอกสาร อยากเห็นกระบวนการข้อเท็จจริง ว่าจริงมั้ย เขาขอดูเป็นประจักษ์ต่อสายตา ไม่ใช่ดีแต่พูดว่ามีๆ ถูกมั้ย?

ป้าดา : ถามตรงไหนก็บอกว่ามี ดิฉันถึงบอกว่าอุปทานหมู่ไง อย่างลงไปที่วัด เต็มวัด แน่นวัดเลย แต่ไม่มีทายาท

เขาบอกมีเป็นปึกๆ ให้แม่ไปตรวจสอบได้มั้ย?

ป้าดา : ดิฉันจะเข้าไปดูเอง ทุกอย่างเราต้องดูด้วยตาเรา

แม่ขอแค่ไปดูนิดนึงแล้วจบเลย?

ป้าดา : ไม่นิดนึง ดูจนครบเลย ดูนิดนึงจะรู้เรื่องได้ไง ดูก็ต้องยกมาทั้งแฟ้ม

เขาบอกมีทุกอย่าง มีให้เห็นทั้งหมดเลย?

ป้าดา : ไม่เป็นไร จะไปดูเอง

มหาหมี : ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ที่ลงไป แล้วเมื่อวานกลุ่มท่านธงธงและผอ.สำนักพุทธชาติไป เรามองว่ากระบวนการทายาทไม่ได้เกี่ยวกับทายาทแล้ว เนื่องจากวัดตั้งเป็นวัดแล้ว ทายาทเลยไม่ใช่คู่กรณีในประเด็นนี้ คู่กรณีมีประเด็นเดียวคือทายาทอ้างสิทธิ์ว่าโฉนดยังเป็นของทายาทแค่นั้นเองครับ

ป้าดา : พอแล้ว โฉนดการไปขอสร้างวัด ผู้บริจาคไปเซ็นเป็นสิบๆ ครั้ง

มหาหมี : ไม่จริงเลย

ป้าดา : มหาหมีไม่ต้อง ดิฉันสร้างมากับมือ ดิฉันรู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ไปเซ็นแล้วเซ็นอีกไม่รู้กี่รอบแล้วโอนไปเป็นของสำนักพุทธ โฉนดไม่สามารถเอามาร่อนอยู่ได้ แต่นี่อยู่กับหลวงพ่อ

มหาหมี : กฎหมายเก่าอยู่ได้ 2 ที่ครับ อยู่ได้ 4 ที่ด้วย การเก็บเอกสารสำคัญวัด หนึ่งเก็บที่กรมการศาสนา สองเก็บไว้ที่นิติบุคคล ที่มหาเถรสมาคมตั้ง สามเก็บไว้ที่วัด สามอย่างนะครับ พอโอนมาที่สำนักพุทธ สำนักพุทธถึงบอกว่า งั้นก็รวบมาที่สำนักพุทธเลยแล้วกัน แต่เนื่องจากโฉนดยังไม่มีการโอน วัดต้องเก็บไว้ก่อนตามกฎหมายเก่าชอบนะครับ

ป้าดา : ผอ.พุทธขอนแก่นบอกว่าที่นายเฮียง หลวงพ่อก็ไม่ใช่เจ้าของวัด

เขาให้ไปดูได้?

ป้าดา : ขั้นตอนมีอะไรบ้าง อย่างดีก็ไปเขียนคำร้องขอดูเอกสาร

ไปเลยมั้ยวันนี้?

ป้าดา : พรุ่งนี้ไปดูก็ได้ วันนี้ไม่ไป

ตอนนั้นคุณพ่อคือนายของ อินทรีย์ ทำอะไร?

สุภาพร : คุณพ่อเป็นไวยากรวัดคนแรกค่ะคุณตาเพย ได้ชวนคุณพ่อเข้ามาทำบุญที่วัด แล้วขอให้คุณพ่อเป็นไวยากรวัดด้วย ส่วนตัวไม่ได้ทราบ คุณพ่อทำเรื่องขออนุญาตจัดตั้งวัด ดำเนินการในเรื่องการก่อสร้างวัดมาด้วยในขณะนั้นค่ะ จากนั้นคุณพ่อมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และทำเรื่องต่างๆ ในวัดให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แม้แต่รายละเอียดบัญชีต่างๆ ของวัดต้องมีหลักฐาน ทุกอย่างให้เป็นลายลักษณ์อักษรและให้หลวงตาเก็บไว้ ถ้าวันนึงคุณพ่อเสียชีวิตไป จะได้เป็นหลักฐาน เผื่อมีการฟ้องร้องกันขึ้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...