โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ปิดประตูเจรจาอิหร่าน ลั่นฮอร์มุซอยู่ในการควบคุมสหรัฐ จ่อดันเป็น “ดินแดนใหม่”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 สิงหาคม 2569 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทรัมป์ยืนยันไม่มีการเจรจาหรือแผนเปิดโต๊ะกับอิหร่าน พร้อมอ้างช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานและเก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้ว ขณะยังชงแนวคิดยึดฮอร์มุซเป็นดินแดนสหรัฐฯ ท่ามกลางเหตุโจมตีเรือและความตึงเครียดที่ดันราคาน้ำมันขึ้น 3 วันติด

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 01.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าทรัมป์ยืนยันสหรัฐฯ ไม่มีแผนเจรจาอิหร่าน ส่งสัญญาณอาจเดินเกมหนักในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน และไม่มีการกำหนดการเจรจาครั้งใหม่ พร้อมยืนยันว่าการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่เขายังคงหยิบยกแนวคิดให้ ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ว่า “ไม่มีการเจรจาหรือการพูดคุยใด ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นหรือถูกกำหนดไว้กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากก่อนหน้านี้ที่เขาเคยยืนยันว่า วอชิงตันและเตหะรานกำลังเจรจากันอยู่ แม้อิหร่านจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีการหารือดังกล่าว

ทรัมป์ยังระบุว่า การปิดล้อมทางเรือ (Naval Blockade) ยังคงมีผลเต็มรูปแบบ และอ้างว่า “ช่องแคบฮอร์มุซเปิดและใช้งานได้แล้ว” รวมทั้งระบุว่า ทุ่นระเบิดทางน้ำทั้งหมดถูกเก็บกู้หรือทำลายแล้ว

อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังไม่ได้ยืนยันคำกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยเมื่อ CNBC สอบถามเรื่องดังกล่าว CENTCOM ได้ส่งต่อคำถามไปยังทำเนียบขาว

แม้ทรัมป์จะระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ปริมาณเรือที่สัญจรผ่านยังอยู่ในระดับต่ำมาก เนื่องจากความเสี่ยงจากการโจมตีและภัยคุกคามจากอิหร่าน ก่อนสงครามเริ่มต้นเมื่อเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา เส้นทางดังกล่าวรองรับการค้าขายน้ำมันของโลกราว 20% แต่ปัจจุบันการเดินเรือลดลงเหลือเพียงเล็กน้อย และชะลอตัวลงอีกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเรือเพียง 3 ลำ ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนว่าการขนส่งยังห่างไกลจากภาวะปกติ

น้ำมันขึ้น 3 วันติด หลังโอกาสเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านริบหรี่

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันอังคาร หลังท่าทีของวอชิงตันและเตหะรานสะท้อนว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังถอยห่างจากความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงทางการทูตมากขึ้น

ความตึงเครียดยังเพิ่มขึ้นหลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตรวจพบ ขีปนาวุธบอลลิสติก 2 ลูกที่ยิงจากอิหร่านมุ่งหน้าไปยัง UAE โดยกระทรวงกลาโหม UAE ระบุว่า ขีปนาวุธลูกแรกตกนอกน่านน้ำของประเทศ ส่วนอีกลูกตกภายในน่านน้ำ UAE

นอกจากนี้ หน่วยงาน United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งชนระหว่างเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ห้องเครื่องได้รับความเสียหายและมีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หน่วยยามฝั่งโอมานเข้าช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่กองทัพอิหร่านออกมาย้ำคำขู่ว่า อิหร่านจะไม่ถอยในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ โดยเตือนเรือที่พยายามเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวว่าอาจถูกโจมตี

ทรัมป์ชงแนวคิด “ฮอร์มุซเป็นดินแดนสหรัฐฯ”

ท่ามกลางความล้มเหลวในการหาทางออกทางการทูต ทรัมป์ยังหยิบยกแนวคิดที่สร้างความกังขาอย่างมาก คือการทำให้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ

เมื่อถูกถามถึงแนวคิดดังกล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ตอบว่าเป็น “ความคิดที่ยอดเยี่ยม” พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบดังกล่าวผ่านการปิดล้อมทางเรือ

ต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์เผยแพร่ภาพผ่าน Truth Social ซึ่งระบุช่องแคบฮอร์มุซว่าเป็น “New U.S. Territory” หรือ “ดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าข้อความดังกล่าวสะท้อนนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศมองว่า การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเส้นทางน้ำระหว่างประเทศดังกล่าวมีปัญหาในแง่กฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอให้เรียกเก็บ ค่าผ่านทาง 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ภายหลังได้ยกเลิกแนวคิดดังกล่าวอย่างรวดเร็ว หลังผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ หน่วยงานกำกับดูแล และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการเก็บค่าผ่านทางอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-โอมานตึงเครียด

อีกด้านหนึ่ง อิหร่านและโอมาน ซึ่งมีชายฝั่งติดช่องแคบฮอร์มุซทั้งคู่ กำลังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อเปิดทางให้เรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้

แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยทรัมป์ขู่โอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มายาวนานของสหรัฐฯ ว่าอาจเผชิญการโจมตี หากเข้ามาขัดขวางปฏิบัติการของสหรัฐฯ

มาร์ก ซีเวอร์ส อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำโอมาน ระหว่างปี 2016-2019 ให้สัมภาษณ์ CNBC ว่า คำขู่ดังกล่าวน่าจะเป็นความพยายามของทรัมป์ในการกดดันและเรียกร้องความสนใจจากโอมาน มากกว่าจะเป็นภัยคุกคามที่มีแผนปฏิบัติจริง

ซีเวอร์สมองว่า ทำเนียบขาวมีความไม่พอใจที่โอมานกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอิหร่านเพื่อหาช่องทางเปิดการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ต้องการเป็นผู้มีบทบาทนำในการเปิดเส้นทางดังกล่าว

เส้นตายหยุดยิงสิ้นสุด สองฝ่ายเตรียมเผชิญหน้าระยะยาว

ท่าทีล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลัง ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันสิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ โดยทรัมป์ปฏิเสธที่จะขยายเวลาออกไป และระบุว่าอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เขาเห็นว่าจำเป็นต่อการยุติสงคราม

Eurasia Group ประเมินว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มเข้าสู่ ภาวะเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องยอมอ่อนข้อให้กัน

บริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงดังกล่าวยังปรับมุมมอง โดยไม่คาดว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพภายในเดือนกันยายนอีกต่อไป และเลื่อนกรอบเวลาที่คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายออกไปเป็น ช่วงปลายปี 2026

สถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ การบรรลุ “ข้อตกลงแบบจำกัด” (Limited Deal) ซึ่งอาจช่วยให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัวได้บางส่วน แต่ไม่น่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ ตราบใดที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังอยู่ในภาวะเผชิญหน้ากัน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการปรับเส้นทางขนส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซช่วยจำกัดแรงกระแทกต่อตลาดพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันยังไม่ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวต่อข้อจำกัดด้านการเดินเรือได้มากขึ้น ซึ่ง Eurasia Group มองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ มีพื้นที่ในการยืดเวลาการเผชิญหน้าและรอดูสถานการณ์ต่อไปได้

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ โดยช่องแคบบับเอล-มันเดบ ซึ่งกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมทางเรือต่อซาอุดีอาระเบียตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม มีเรือสินค้าเดินทางผ่านเพียง 49 เที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ ลดลงจาก 55 เที่ยวในสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกทั้งสองแห่งยังเผชิญความเสี่ยงพร้อมกัน

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...